โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จีนเผยเป้าหมาย ‘เศรษฐกิจ’ โตแกร่ง พร้อมนโยบายหนุนเต็มกำลัง

Xinhua

อัพเดต 06 มี.ค. 2568 เวลา 22.09 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. 2568 เวลา 15.09 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

  • 7810c2010816c5793c0067a82d59a9a2

ปักกิ่ง, 6 มี.ค. (ซินหัว) — จีนได้กำหนดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจประจำปี 2025 อยู่ที่ราวร้อยละ 5 ซึ่งสะท้อนแนวโน้มอันดีแม้เกิดความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเหล่าผู้กำหนดนโยบายต่างมุ่งมั่นจะรักษาการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจผ่านมาตรการเชิงรุกอันมีประสิทธิภาพ

หลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ประกาศเป้าหมายข้างต้นขณะนำเสนอรายงานการปฏิบัติงานของรัฐบาลต่อที่ประชุมประจำปีของสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ (NPC) เพื่อการพิจารณาเมื่อวันพุธ (5 มี.ค.) โดยรายงานดังกล่าวยังระบุเป้าหมายการพัฒนาสำคัญอื่นๆ ของปีนี้ ทั้งรักษาอัตราว่างงานในเมืองกลุ่มสำรวจอยู่ที่ราวร้อยละ 5.5 สร้างตำแหน่งงานใหม่ในเมืองกว่า 12 ล้านอัตรา และเพิ่มดัชนีราคาผู้บริโภคราวร้อยละ 2

จีนนั้นบรรลุการเติบโตทางเศรษฐกิจร้อยละ 5 ในปี 2024 หลังจากชุดนโยบายที่ส่งผลสัมฤทธิ์ กอปรกับมาตรการส่งเสริมการเติบโตอื่นๆ ได้ช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างมาก

ทั้งนี้ ปี 2025 นับเป็นปีสุดท้ายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับที่ 14 (2021-2025) ของจีน และมีความสำคัญต่อการร่างแผนพัฒนาฯ ของช่วง 5 ปีข้างหน้า บรรดานักสังเกตการณ์เชื่อว่านโยบายของรัฐบาลจีนจะไม่เพียงขับเคลื่อนการเติบโตต่อเนื่องในปีนี้ แต่ยังวางรากฐานสำหรับความพยายามสร้างความทันสมัยในระยะยาวของจีนด้วย

เป้าหมายที่สมเหตุสมผลและบรรลุได้

ทำไมรัฐบาลจีนยังคงกำหนดเป้าหมายการเติบโตอยู่ที่ราวร้อยละ 5

หลี่เฉียงอธิบายว่าเป้าหมายนี้ตอบโจทย์ความจำเป็นในการรักษาเสถียรภาพการจ้างงาน ป้องกันความเสี่ยง และยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงสอดคล้องกับเป้าประสงค์ระยะกลางและระยะยาวของจีน โดยมีแรงสนับสนุนจากศักยภาพการเติบโตและสภาพการณ์อันเอื้ออำนวย

หวงฉวินฮุ่ย ที่ปรึกษาทางการเมืองระดับชาติจากสถาบันเศรษฐศาสตร์ สังกัดสถาบันบัณฑิตสังคมศาสตร์แห่งชาติจีน กล่าวว่าเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจของปีนี้มีความสมเหตุสมผลและความเป็นไปได้จริง บ่งชี้ว่าจีนพร้อมเผชิญกับความไม่แน่นอนด้วยแนวทางการเติบโตที่ชัดเจนและมั่นคง

ขณะเดียวกันอัตราการเติบโตราวร้อยละ 5 ยังทำให้จีนจัดอยู่ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มีการเติบโตรวดเร็วที่สุดในโลก โดยมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจเทียบเท่ากับผลผลิตรายปีของประเทศเศรษฐกิจขนาดกลาง

อย่างไรก็ดี หลี่เฉียงกล่าวว่าการบรรลุเป้าหมายของปีนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องพยายามอย่างหนัก เนื่องด้วยสารพัดความท้าทายจากสภาพแวดล้อมภายนอกอันซับซ้อนและรุนแรงเพิ่มขึ้น ทั้งการกระทำเพียงฝ่ายเดียวและการกีดกันทางการค้าที่เพิ่มขึ้น รวมถึงอุปสรรคความยากลำบากภายในประเทศ เช่น ขาดแคลนอุปสงค์ที่มีประสิทธิภาพ

หลี่เฉียงเรียกร้องการเผชิญหน้ากับอุปสรรคความยากลำบากอย่างกล้าหาญและความเชื่อมั่นในการพัฒนาเพิ่มขึ้น โดยรายงานการปฏิบัติงานของรัฐบาลจีนระบุว่าจีนจะดำเนินนโยบายการคลังเชิงรุกและนโยบายการเงินแบบผ่อนปรนปานกลางเพิ่มขึ้น

นโยบายการเงินแบบผ่อนปรนปานกลางจะสร้างสภาพคล่องทางการเงินที่เพียงพอด้วยการตัดลดอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่อง (RRR) และอัตราดอกเบี้ย ณ เวลาที่เหมาะสม และเพิ่มการสนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรม การพัฒนาสีเขียว การบริโภค ธุรกิจเอกชน และบริษัทขนาดเล็ก รวมถึงอสังหาริมทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

เถียนเซวียน สมาชิกสภานิติบัญญัติระดับชาติ และประธานสถาบันวิจัยการเงินแห่งชาติ สังกัดมหาวิทยาลัยชิงหัว กล่าวว่าการผสมผสานนโยบายดังกล่าวจะมีบทบาทสำคัญในการรักษาทิศทางการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของเศรษฐกิจจีนที่ปรากฏในไตรมาสสี่ (ตุลาคม-ธันวาคม) ของปี 2024 ในปีนี้

เมื่อไม่นานนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) สถาบันวิจัยโนมูระ (Nomura) และสถาบันระดับโลกแห่งอื่นๆ ได้ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของจีน โดยลู่ถิ่ง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จีนประจำโนมูระ กล่าวว่าการปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์อ้างอิงผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าคาดในไตรมาสสี่ของปี 2024 การลงทุนที่เพิ่มขึ้นในภาคธุรกิจเกิดใหม่ ตั้งแต่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จนถึงการประมวลผลคลาวด์ ตลาดหุ้นและตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่พัฒนาดีขึ้น

มีพลวัตและความยั่งยืนเพิ่มขึ้น

การบ่มเพาะการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงเป็นวาระสำคัญของรัฐบาลจีนในปีนี้ ควบคู่กับพันธกิจอื่นๆ ตั้งแต่กระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศจนถึงพัฒนาพลังการผลิตใหม่ที่มีคุณภาพ โดยหลี่เฉียงกล่าวว่าจีนจะดำเนินแนวทางที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางและนโยบายเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการยกมาตรฐานชีวิตความเป็นอยู่และกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภค

รายงานการปฏิบัติงานของรัฐบาลจีนระบุว่าอุปสงค์ภายในประเทศจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจ และจีนจะออกพันธบัตรรัฐบาลที่มีอายุยาวนานพิเศษรวม 3 แสนล้านหยวน (ราว 1.4 ล้านล้านบาท) เพื่อสนับสนุนโครงการซื้อขายแลกเปลี่ยน (trade-in) สินค้าอุปโภคบริโภค

จีนจะบ่มเพาะพลังการผลิตใหม่ที่มีคุณภาพให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ท้องถิ่น โดยจีนตั้งเป้าหมายส่งเสริมอุตสาหกรรมเกิดใหม่และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น เทคโนโลยีควอนตัมและเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ เร่งการปรับปรุงอุตสาหกรรมดั้งเดิม และผสมผสานเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับจุดแข็งทางการผลิตและการตลาด

การแสวงหาทิศทางการเติบโตใหม่ๆ ได้นำพาความคึกคักมีชีวิตชีวามาสู่เศรษฐกิจจีนอีกครั้งตั้งแต่เริ่มต้นปีนี้ ดังเช่นตลาดผู้บริโภคมีชีวิตชีวาด้วยภาพยนตร์แอนิเมชันจีน “นาจา 2” และความก้าวหน้าสำคัญในเทคโนโลยีล้ำสมัย ซึ่งรวมถึงการผงาดขึ้นมาของดีปซีก (DeepSeek)

กลุ่มนักวิเคราะห์สำทับถึงความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจีนท่ามกลางภูมิทัศน์ระหว่างประเทศที่สลับซับซ้อน และศักยภาพมหาศาลของตลาดภายในประเทศ ขณะเดียวกันทิศทางการเติบโตใหม่ๆ ยังสร้างโอกาสแก่นักลงทุนและธุรกิจต่างชาติด้วย

รายงานการปฏิบัติงานของรัฐบาลจีนยืนยันความมุ่งมั่นเปิดกว้างของจีนด้วยแผนริเริ่มต่างๆ ทั้งขยายการทดลองเปิดกว้างภาคธุรกิจโทรคมนาคม การบริการทางการแพทย์ และการศึกษา ตลอดจนสนับสนุนผู้ประกอบการต่างชาติเข้าร่วมการประสานงานห่วงโซ่อุตสาหกรรม

แนนซี หลิว ประธานดีเอฟเอส ไชน่า (DFS China) บริษัทด้านการท่องเที่ยวหรูหรา กล่าวว่ารายงานการปฏิบัติงานของรัฐบาลจีนส่งสัญญาณชัดเจนว่าจีนจะยังคงขยายการเปิดกว้างและปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจต่อไป โดยการเปิดกว้างของจีนสร้างโอกาสมากมายแก่บริษัท ซึ่งได้ลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 60 ปี ในมณฑลไห่หนาน (ไหหลำ) ทางตอนใต้ของจีน และบริษัทเชื่อมั่นเต็มที่ในการพัฒนาระยะยาวของตลาดจีน

(แฟ้มภาพซินหัว : สิ่งจัดแสดงเกี่ยวกับเศรษฐกิจการบินระดับต่ำที่งานแอร์โชว์ ไชน่า ในเมืองจูไห่ มณฑลกว่างตงทางตอนใต้ของจีน วันที่ 13 พ.ย. 2024)
(แฟ้มภาพซินหัว : คนใช้แอปพลิเคชันดีปซีกบนโทรศัพท์มือถือ วันที่ 17 ก.พ. 2025)
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้บริโภครับฟังข้อมูลนโยบายที่เกี่ยวข้องที่งานซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าอุปโภคบริโภคในเมืองชิงเต่า มณฑลซานตงทางตะวันออกของจีน วันที่ 17 พ.ค. 2024)
(แฟ้มภาพซินหัว : บูธของซีเอทีแอลที่งานแสดงยานยนต์นานาชาติกว่างโจว ครั้งที่ 22 ในเมืองกว่างโจว มณฑลกว่างตงทางตอนใต้ของจีน วันที่ 15 พ.ย. 2024)
(แฟ้มภาพซินหัว : สถานีพลังงานแสงอาทิตย์ในเมืองฮามี่ เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 6 ม.ค. 2025)
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้ชมภาพยนตร์แอนิเมชันนาจา 2 ที่โรงภาพยนตร์ในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 16 ก.พ. 2025)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...