โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดตำนาน ‘วันสงกรานต์’ ทำไมต้อง 13 เมษายน

The Bangkok Insight

อัพเดต 12 เม.ย. 2566 เวลา 21.26 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. 2566 เวลา 23.00 น. • The Bangkok Insight

วันสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย ตรงกับวันที่ 13 เมษายนของทุกปี ถือได้ว่าเป็นวันแห่งการพบปะสังสรรค์ของครอบครัว ลูกหลานที่อยู่ห่างไกล พากันเดินทางกลับบ้านไปหาพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ที่บางบ้านกว่าจะได้เจอกัน ก็ต้องรอแต่ช่วงเวลานี้เท่านั้น

ตามปกติแล้ว ประเพณีสงกรานต์ของไทย จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน ตรงกับเดือนห้าตามจันทรคติ โดยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทยแสดงให้เห็นว่า ประเพณีนี้ เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว ซึ่งสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถโปรดฯ ให้ตราขึ้น กล่าวถึง "พระราชพิธีเผด็จศก" และ "พระราชพิธีลดแจตร"

วันสงกรานต์

พระราชพิธีเผด็จศก เป็นพิธีการเกี่ยวกับการตัดจากปีเก่าขึ้นสู่ปีใหม่ ส่วนพระราชพิธีลดแจตรนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ทรงสันนิษฐานว่า หมายถึงพระราชพิธีรดน้ำเดือน 5 แสดงว่า ประเพณีสงกรานต์ของหลวง มีมาตั้งแต่ต้นสมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว โดยในสมัยก่อนไทยใช้จุลศักราช การขึ้นปีใหม่ จึงเป็นการขึ้นจุลศักราชใหม่

คำว่า "สงกรานต์" มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า การเคลื่อนที่ หรือการเคลื่อนย้าย หมายถึงการเคลื่อนย้ายของพระอาทิตย์จากราศีหนึ่งสู่อีกราศีหนึ่ง ตามความหมายในภาษาสันสกฤต สงกรานต์จึงเกิดขึ้นทุกเดือน ส่วนระยะเวลาที่คนไทยเรียกว่า"สงกรานต์" นั้น เป็นช่วงที่พระอาทิตย์เคลื่อนย้ายจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ นับว่าเป็นมหาสงกรานต์ เพราะเป็นวัน และเวลาตั้งต้นปีใหม่ตามสุริยคติซึ่งถือปฏิบัติในอินเดีย

ในสมัยโบราณไทยนับเดือนตามจันทรคติ และฉลองการขึ้นปีใหม่ในเดือนอ้าย ซึ่งตรงกับเดือนธันวาคม ประเพณีสงกรานต์จึงน่าจะเป็นประเพณีฉลองการขึ้นปีใหม่ที่รับมาจากอินเดีย เนื่องจากเดือนเมษายนเป็นเวลาที่คนไทยว่างจากการทำนา จึงเป็นการเหมาะสมสำหรับคนไทยที่จะฉลองปีใหม่ในช่วงเวลานั้นด้วย

วันสงกรานต์

เดิมทีวันที่จัดสงกรานต์นั้น จะมีการคำนวณทางดาราศาสตร์ แต่ในปัจจุบันได้มีการกำหนดวันที่แน่นอน คือ ตั้งแต่ 13-15 เมษายน โดยช่วงเวลาฉลองสงกรานต์ในแต่ละท้องถิ่น อาจไม่ตรงกันทีเดียว แต่ส่วนใหญ่แล้ว นิยมทำบุญตักบาตรในวันที่ 13 เมษายน ถือเป็นวันมหาสงกรานต์ คือเป็นวันที่พระอาทิตย์ก้าวเข้าสู่ราศีเมษ เป็นวันสิ้นปีเก่า วันที่ 14 เมษายน เป็นวันเนา คือวันที่เชื่อมต่อระหว่างปีเก่ากับปีใหม่ และวันที่ 15 เมษายน เป็นวันเถลิงศกขึ้นปีใหม่

  • วันที่ 13 เมษายน เรียกว่า มหาสงกรานต์ (วันผู้สูงอายุ)
  • วันที่ 14 เมษายน เรียกว่า วันเนา (วันครอบครัว)
  • วันที่ 15 เมษายน เรียกว่า วันเถลิงศก

กิจกรรมวันสงกรานต์

เนื่องจากยึดถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย กิจกรรมในวันสงกรานต์ ที่ยึดถือกันมา จึงเน้นไปที่ความเอื้ออาทร ความรัก ความผูกพัน ที่มีต่อกันทั้งในครอบครัว ชุมชน สังคม และศาสนา มีทั้งการทำบุญ แสดงความกตัญญู และพบปะสังสรรค์ สร้างความสนุกสนาน

  • ทำบุญตักบาตร หรือนำอาหารไปถวายพระที่วัด

เพื่อสืบทอด ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

  • สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้ใหญ่

มีทั้งสรงน้ำพระพุทธรูปและภิกษุ สามเณร เพื่อความเป็นศิริมงคลในโอกาสขึ้นปีใหม่ นอกจากนี้ยังมีการ รดน้ำญาติผู้ใหญ่ หรือผู้ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือ เพื่อขอศีลขอพรตามประเพณี

sand castle
  • ก่อเจดีย์ทราย (ขนทรายเข้าวัด)

จะทำในวันใดวันหนึ่ง ของวันที่ 13-15 เมษายนก็ได้ ผู้ทำบุญจะช่วยกันขนทราย มาก่อเป็นเจดีย์ขนาดต่างๆ ในบริเวณวัด ซึ่งจะเป็นประโยชน์ ให้ใช้ก่อสร้าง หรือถมพื้นที่ เป็นเรื่องที่ถือว่าได้บุญและสนุกสนาน แต่ไม่มีข้อจำกัดว่าต้องทำทุกวัด

  • ปล่อยนกปล่อยปลา

เป็นการทำบุญเพื่อแสดงความกรุณาต่อสัตว์ที่นิยมทำในวันสงกรานต์ ซึ่งมีประวัติเล็กน้อย คือ ก่อนหน้าวันสงกรานต์เป็นหน้าแล้งอากาศร้อนจัดน้ำแห้งขอดขาดตอนเป็นห้วงๆ คงเหลือแต่ที่มีแอ่งและหนองน้ำ ปลาก็ตกคลัก อีกไม่ช้าพอน้ำแห้งหมด ปลาเหล่านั้นก็จะต้องตาย ชาวบ้านจึงพากันไปจับปลาที่ตกคลัก ถ้าเป็นลูกปลาจะกินไม่ได้เนื้อได้หนังอะไรก็เลี้ยงไว้ในตุ่มเอาบุญ แล้วนำไปปล่อยในวันสงกรานต์ จึงเกิดเป็นประเพณีปล่อยปลา และลามมาถึงปล่อยนกด้วย

  • ทำบุญอัฐิ

เป็นเรื่องที่นิยมทำแบบนิมนต์พระ ชักบังสกุลอัฐิของญาติที่ล่วงลับไปแล้ว แล้วอุทิศส่วนกุศลให้ โดยนิมนต์พระไปยังสถานที่เก็บหรือบรรจุอัฐิ หรือถ้าไม่มีอัฐิจะเขียนชื่อผู้ที่ล่วงลับไปแล้วก็ได้ เมื่อบังสุกุลแล้วก็เผากระดาษแผ่นนั้นเสีย เหมือนเผาศพ การทำบุญอัฐิจะทำในวันไหนก็ได้สุดแต่จะนัดหมายกัน หรือบางท้องถิ่นอาจจัดรวมกันที่วัดก็ได้

วันสงกรานต์
  • เล่นสาดน้ำ

เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างญาติพี่น้องและมิตรสหาย ด้วยการรดน้ำเพียงเล็กน้อยลงที่ไหล่หรือที่มือ พร้อมกับคำอวยพรให้มีความสุข

เหตุที่มีการสรงน้ำ รดน้ำ สาดน้ำในวันสงกรานต์ เนื่องมาจากความเชื่อ ที่ว่าการสาดน้ำ จะช่วยให้ฝนฟ้าตกบริบูรณ์ ทั้งน้ำยังเป็นเครื่องหมายแห่งความอุดมสมบูรณ์ เมื่อมีน้ำ การเพาะปลูก ทำไร่ไถนาก็ได้ผล และถือกันว่าน้ำเป็นเครื่องชำระมลทินให้สะอาดด้วย ทำให้น้ำจึงเป็นสิ่งที่ใช้ในพิธีต่าง ๆ อาบน้ำ ซัดน้ำ หรือรดน้ำ เมื่อทำพิธีสมรส อาบน้ำเมื่อตาย อาบน้ำเมื่อโกนจุก หรือบวชนาค

ที่มา: วิกิพีเดีย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...