TTW เดินเกมยาวด้วยพลังงานน้ำ ปันผลสูง
The Bangkok Insight
อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 07.54 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2568 เวลา 07.32 น. • The Bangkok InsightTTW เดินเกมยาวด้วยพลังงานน้ำ เป้าหมายใหม่ 10.50 บาท กระแสเงินสดมั่นคง ปันผลสูง 6.9%
เรารู้จักหุ้น TTW กันดีในฐานะผู้นำด้านการผลิตและจำหน่ายน้ำประปาเอกชนรายใหญ่ของประเทศไทย บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) หรือ TTW มีบทบาทสำคัญในการจัดส่งน้ำประปาให้กับการประปาส่วนภูมิภาค ครอบคลุมพื้นที่สมุทรสาคร นครปฐม และปทุมธานี
ด้วยโมเดลรายได้ที่อิงสัญญาระยะยาวและต้นทุนที่มีเสถียรภาพ TTW จึงเป็นหนึ่งในหุ้นที่นักลงทุนสายปันผลให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง แต่ล่าสุดบริษัทได้ต่อยอดจากจุดแข็งเดิม สู่การเดินเกมใหม่ด้วยการขยายพอร์ตเข้าสู่ธุรกิจพลังงานไฟฟ้าในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง (LPCL) ที่จะช่วยต่อยอดรายได้และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจน้ำเพียงด้านเดียว
การเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้ ทำให้ล่าสุดบทวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์ ได้ปรับราคาเป้าหมายหุ้น TTW ขึ้นเป็น 10.50 บาทต่อหุ้น จากเดิม 10.00 บาทต่อหุ้น พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” หลังประเมินมูลค่าเพิ่มจากโครงการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง ซึ่งมีโอกาสที่จะกลายเป็น game changer สำคัญ และมองว่า TTW กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่น่าจับตามอง
ขยายพอร์ตพลังงาน ลงทุนโรงไฟฟ้าหลวงพระบาง
หนึ่งในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของ TTW คือการเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง ด้วยสัดส่วน 10% คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวม 4,597 ล้านบาท แบ่งเป็นการซื้อหุ้นจากบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK จำนวน 2,765 ล้านบาท อีกส่วนคือการร่วมเพิ่มทุนเพื่อพัฒนาโครงการอีก 1,832 ล้านบาท
โครงการ LPCL เป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ มีกำลังผลิตติดตั้ง 1,460 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ใน สปป.ลาว โดยมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement: PPA) ระยะเวลา 35 ปีกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ในช่วงต้นปี 2573
บล.เมย์แบงก์ ประเมินว่าการลงทุนครั้งนี้จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ TTW ราว 0.50 บาทต่อหุ้น คาดว่าจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ LPCL เฉลี่ยปีละ 599 ล้านบาทตลอดอายุโครงการ เริ่มต้นที่ 271 ล้านบาทในปีแรก และทำให้กำไรปี 2573 เพิ่มขึ้นราว 10% จากประมาณการเดิม
กระแสเงินสดมั่นคง หนุนจ่ายปันผลสูงต่อเนื่อง
แม้กำไรสุทธิในช่วง 2-3 ปีนี้ของ TTW จะไม่ได้เติบโตหวือหวา แต่สิ่งที่ยังคงโดดเด่นคือกระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) ที่แข็งแรงเฉลี่ยมากกว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี และมี FCF yield สูงกว่า 11% ตลอดช่วงปี 2568-2570
ด้วยโครงสร้างต้นทุนที่มีเสถียรภาพ และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่ลดลงจากประมาณการเดิม ทำให้ TTW มีความสามารถในการจ่ายเงินปันผลได้ในระดับสูงอย่างยั่งยืน
นักวิเคราะห์ ประเมินว่า TTW จะจ่ายปันผลปีละ 0.60 บาทต่อหุ้น ได้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2572 คิดเป็น Dividend Yield ราว 6.9% ต่อปี โดยมีนโยบายจ่ายไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ และในช่วงนี้จะเพิ่มเป็นเฉลี่ย 85%
จุดแข็งนี้ทำให้ TTW เป็นหุ้นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหารายได้ประจำจากเงินปันผล ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่อัตราดอกเบี้ยยังสูง และหุ้นที่มีลักษณะ Defensive ไม่ผันผวนตามเศรษฐกิจมากนัก
มูลค่าน่าสนใจเมื่อเทียบกับอดีต
ในแง่ Valuation หุ้น TTW ซื้อขายที่ P/E ล่วงหน้าเพียง 12.3 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ที่อยู่ราว 14.3 เท่า และอยู่ที่ระดับ -1SD ของช่วงค่าเฉลี่ย บ่งชี้ว่าหุ้นยังอยู่ในจุดที่ “น่าสะสม” สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว
สุดท้ายนี้จะเห็นว่าการเดินหมากของ TTW ในครั้งนี้ สะท้อนแนวคิดของการปรับตัวล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้างและต่อยอดโอกาสระยะยาว หุ้น TTW จึงไม่ใช่เพียงแค่หุ้นปันผลในแบบดั้งเดิม แต่กำลังก้าวสู่สถานะหุ้นเสถียรพร้อมเติบโต ด้วยกลยุทธ์กระจายสู่พลังงานสะอาดที่มีสัญญารับซื้อแน่นอนและระยะยาว
ในบริบทที่ตลาดหุ้นผันผวน การถือหุ้นที่มี Cash Flow มั่นคง ปันผลสูง และมี story การเติบโตเชิงกลยุทธ์เช่นนี้ อาจเป็นหนึ่งในคำตอบสำหรับนักลงทุนสายเน้นคุณค่า (Value) ที่มองหาโอกาสในเวลานี้
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- วิเคราะห์ดีล TTW ซื้อหุ้น 10% โรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง
- 6 ประเด็นสำคัญหนุน TTW ธุรกิจยังอยู่ในจุดแข็งแกร่ง
- TTW รับโล่ ‘บริษัทจดทะเบียนที่มีผลการดำเนินงานดีเด่น’ กลุ่มรางวัลธุรกิจยอดเยี่ยม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
ติดตามเราได้ที่