โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โกเมซ ร่างทอง ผู้ตัดสินร่างทรง

Soccersuck

เผยแพร่ 16 ต.ค. 2565 เวลา 20.34 น. • Soccersuck

ก่อนจะเข้าบทความประจำวันนี้ผมขอกราบแทบตัก เดอะ ค็อป ทุกท่านหลังฟันธงก่อนแข่งว่า ลิเวอร์พูล แพ้ แมนฯซิตี้ เละคาบ้าน 5-1

บางคนบอกผมแก้เคล็ด ไม่ใช่ครับ…เหตุผล 3 ข้อหลักๆคือ 1. ผมไม่เชื่อในเกมรับ “หงส์แดง” ที่โดนคู่ต่อสู้ยิงนำก่อน 10 จาก 12 เกม ดังนั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่อยู่ดีๆจะมายัน ซิตี้ ที่มีสถิติยิงประตูมากที่สุดในลีก (33 ลูก)

2. กลัวใจ เยอร์เก้น คล็อปป์ ที่ถือโอกาสใช้ แอนฟิลด์ ปลุกเร้าแฟนและลูกทีมโค่น ซิตี้ จนลืมดูศักยภาพตัวเอง

และ 3. ต่อจากข้อ 2 เมื่อโดนลูกแรกด้วยความเป็น JK “สู้ตายดีกว่ากันตาย” ศัพท์สนุ๊กของน้าศักดิ์ดาทำให้เกมปิดเข้าทาง เป๊ป ผมมองเอาไว้แนวๆนี้ตั้งแต่กแรก

ครับไม่มีอะไรแน่นอนในโลกใบนี้เมื่อทุกอย่างผิดคาดไปหมด “หงส์แดง” ในวันนี้ไม่เหมือนที่ผ่านมาๆโดยเฉพาะเกมรับ!!

โจ โกเมซ ที่ทุกวันนี้ไปไม่ถึงไหนเพราะขาด “ความสม่ำเสมอ” กลับมีเกมที่ดีที่สุดเกมหนึ่งในชีวิต (ถ้าไม่ใช่ที่สุด)

การคอย “เช็ดขี้เช็ดเยี่ยว” ช่วย มิลเนอร์ คือที่สุดของแจ้ การอ่านจังหวะบอลวันนี้ “โกเหม่อ” ไร้ที่ติ รวมถึงช็อตเด็ดช่วย “ตั๊น” ลูกเทคโหม่งของ ฮาลันด์ ช่วงท้ายเกมยังตราตรึง

นอกจากองค์ลงของ โกเมซ แล้ว วันนี้ JK ปรับวิธีรับในการเจอกับ ซิตี้ ตามสภาพวัตถุดิบด้วยการให้เด็กๆเพรสสลับกับการถอยร่นมาคุมโซน

แรงจูงใจในการลงเล่นเกมใหญ่มันเกิดขึ้นตามธรรมชาติของนักเตะอยู่แล้วครับ เราจะเห็นได้ว่านักเตะทุกคนของเจ้าถิ่นพยายามไม่เสียบอลในแอเรียอันตรายและช่วยวิ่งไล่กันทุกเม็ด

ต่างจากเจอกับคู่แข่งในอีกระดับนึงที่มักคุมตัวหลวม คิดว่าเดี๋ยวเพื่อนก็เอาอยู่แต่เกมนี้ไม่มีใครคิดแบบนั้น

เจมส์ มิลเนอร์ ในตำแหน่งแบ็คขวาเป็นจุดที่น่าห่วงที่สุดเมื่อ line up ออกมาเพราะปีก่อนเจอ ฟิล โฟเด้น เผาเครื่องจนเสียคน

แต่อย่างที่บอกครับด้วยความเป็น “ซิตี้” และ “เป๊ป” ฝั่ง ลิเวอร์พูล รู้ว่าเป็นบ่อให้เจาะแน่นอนเราจึงเห็นการเอียงขวาของนักเตะเจ้าถิ่นช่วย cover “ท่านรอง” กันเป็นพิเศษทั้ง ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ และ โจ โกเมซ รวมถึง ฟาบินโญ่

อย่างไรก็ตามสำหรับพวกเราที่ดูบอลคู่มันๆระดับ 5 ดาวต้องเสียอรรถรสไปพอสมควรกับการตัดสินของ แอนโธนี่ เทย์เลอร์ ที่แต่ละดอกนี่ “อีหยังวะ”

การพุ่งเสียบแบบสิงร่างจากด้านหลังโดยไม่โดนบอลของ โรดี้ ใส่ โม ซาลาห์ ในครึ่งแรกคือเหตุการณ์เปิดหัวที่ทำให้พวกเราเริ่มได้กลิ่นแปลกๆ

ฟาบินโญ่ ถูก เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ดึงเสื้อตัวเอียงล้มหัวทิ่มทั้งๆที่บังบอลได้แล้วหรือ แบร์นาโด้ ดึงเสื้อฉุด ซาลาห์ แบบยูโด

เหตุการณ์จังหวะอะไรแบบนี้มันไม่ได้ลึกลับซับซ้อนและเป่าไม่ยากเลยนะครับ

มันน่าตลกที่ต้องมาเสียเวลานั่งดู VAR ในจังหวะ ฟาบินโญ่ โดนทำฟาว์ล อย่าว่าแต่แฟนบอลเลยอาม่าอากงเห็นใครก็รู้ว่าดึงเสื้อ

ยังไม่รวมบางจังหวะที่ฝั่ง “เรือใบ” ควรได้ฟาว์ลแต่ก็ไม่ได้ด้วยนะครับ

การที่ เทย์เลอร์ แกไม่ทันเกมทำให้นักเตะอารมณ์ค้างและมาระบายใส่กันจนเกิดคู่ของ แบร์นาโด้ กับ ซาลาห์ ในช่วงท้ายเกม

คุณเห็น ซาลาห์ มีเรื่องกับใครไหมล่ะ? นัดนี้ เทย์เลอร์ จัดให้ไงครับ

คล็อปป์ เดือดปุดๆกับการตัดสินแบบนี้มาตั้งแต่ครึ่งแรกจนกระทั่งตบะแตกในจังหวะนี้และเจ้าตัวยอมรับแมนๆกับโทษใบแดงติดแบนคุมทีมข้างสนามนัดต่อไป

3 แต้มแรกของ “หงส์แดง” ในรอบ 4 นัดเกิดขึ้นคล้ายๆในวันที่พวกเขาจะเอาประตู อาร์เซนอล แล้วโดนสวนกลับ

แต่ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าประตูสวยๆลูกนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นเลยถ้าไม่ใช่นักเตะระดับ World class

การเปิดบอลยาวทั้งน้ำหนักและทิศทางที่ “เป๊ะเวอร์” ของ อลิสซอน และการพลิกบอลหมุนหนี คันเซโล่ ของ ซาลาห์

ที่เหลือเชื่อและอเมซิ่งคือตอนเอาบอลลงพร้อมกับหมุนตัวไม่ใช่ทุกคนที่ทำได้

ที่สำคัญเป็นประตูที่เกิดขึ้นหลัง JK เปลี่ยนตัวและเปลี่ยนระบบเพียง 4 นาทีด้วยการให้ “บังโม” ยืนหน้าเป้าในฟอร์แมต 4-2-3-1

อย่างที่เราเห็นๆกัน ตำแหน่งที่ ซาลาห์ เป็นตัวของตัวเองมากที่สุดต้องเล่นอยู่ในหน้าเขตโทษ(หรือริมเขตโทษ) ไม่ใช่ชิดริมเส้น

นอกจากผู้ตัดสินที่สร้าง content ในเกมนี้แล้ว ดาร์วิน นูนเญซ แสดงออกชัดเจนว่า “หิวแสง” กระหายประตูจัดๆโดยไม่สนโลกแม้กระทั่งหลุดเดี่ยว 3 ต่อ 1

ยังดีที่จังหวะนี้ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายใดๆกับชัยชนะที่ได้มาในบั้นปลายแต่อย่างน้อย “หนูน” ทำให้ใครหลายๆคน (หรืออย่างน้อยๆก็ผม) กลับมา “เอ๊ะ” ว่าสรุปแล้วมรึงกำลังจะมาหรือนี่คือตัวตนจริงๆ?

เพราะลูกแบบนี้ไม่ต้องอ้างเรื่องการปรับตัว ไม่ต้องอ้างเรื่องความฟิต ไม่ต้องอ้างเวลาในการพิสูจน์ตัวเอง นักบอลส่วนใหญ่เขาก็ต้องจ่ายให้เพื่อนไหมครับ?

คุณต้องมองประโยชน์ของทีมมาก่อน ต่อให้ไม่ใช่ แมนฯซิตี้ คุณต้องปิดเกมลูก 2 ให้ได้เรื่องอื่นค่อยว่ากัน

การติดโชว์ชิพแป๊กในจังหวะหลุดเดี่ยวตอกย้ำให้เห็นว่า “หนูน” ยังห่างไกลจากความคาดหวังของโค้ชและแฟนบอลหลายขุม

ครับถ้าใครถามผมว่าชัยชนะเหนือ แมนฯซิตี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนในฤดูกาลนี้ของ “หงส์แดง” หรือไม่

อย่างที่ทราบ ผมไม่ใช่คนโรแมนติกที่คอยประดิษฐ์ประดอยคำพูดให้กำลังใจแฟนทีมเดียวกันหลังจบเกม

ผมยังมองว่าการใช้พลังงานแบบโอเวอร์โหลดอย่างที่เล่นกับ ซิตี้ ทำแบบนี้ไม่ได้ทุกนัดเพราะเราเห็นแล้วว่า คล็อป์ เจอปัญหาบาดเจ็บ ดิโอโก้ โชต้า เพิ่มไปอีกคนแล้ว

เชื่อว่าการ recover สภาพร่างกายหลังจบเกมนี้ของนักเตะน่าจะมีเอฟฟเคกับเกมนัดต่อไปที่มีเวลาให้พักแค่ 2 วันแน่ๆครับ

รวมถึงในแง่ของแท็คติกเมื่อคู่ต่อสู้ลดระดับความน่าเกรงขามลง การเล่นแบบรัดกุมหรือระแวดระวังซึ่งกันและกันจะน้อยตามไปด้วย

ในขณะที่เกมเยือนยังเป็นตัวฉุดรั้งอันดับในซีซั่นนี้ (ยังไม่ชนะใคร) เกมที่ แอนฟิลด์ ถือเป็นเดอะแบกที่วันนี้ช่วยให้ “กระดึ๊บ” หนีห่างจากโซนตกชั้นจาก 2 เป็น 5 แต้ม

หากไม่อยากให้ชัยชนะเหนือ ซิตี้ ที่เลือดตาแทบกระเด็นต้องสูญเปล่า เกมกลางสัปดาห์กับ เวสต์แฮม ที่แอนฟิลด์ 3 แต้มสถานเดียวครับ…

สถิติ สถิติ สถิติ

นี่เป็นการเก็บ “คลีนชีต” หนที่ 19 จาก 38 เกมในพรีเมียร์ลีกของ โจ โกเมซ เมื่อจับคู่กับ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์

สถิติของ โกเมซ “แมน ออฟ เดอะ แมทช์” ในเกมนี้คือเคลียร์ 6 ครั้ง,โหม่งเคลียร์ 3 และแย่งบอลกลับมาได้อีก 10

โม ซาลาห์ มีส่วนร่วมกับ 14 ประตูในการเจอกับ แมนฯซิตี้ ทุกรายการในสีเสื้อ ลิเวอร์พูล (9 ประตู 5 แอสซิสต์) เป็นตัวเลขที่มากกว่าทุกๆทีมที่เขาลงเล่นด้วย

นอกจากนี้ ซาลาห์ กลายเป็นนักเตะคนที่ 2 ในพรีเมียร์ลีกที่ยิง “เท้าซ้าย” ครบ 100 ประตูตามหลัง ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ที่ทำได้ 105 ลูก

ลิเวอร์พูล ไม่แพ้ใครที่ แอนฟิลด์ ในพรีเมียร์ลีกเป็นเกมที่ 28 (ชนะ 21 เสมอ 7) นับตั้งแต่วันมหาวิปโยคที่แพ้คาบ้าน 6 เกมติดต่อกันเมื่อเดือนมกราคม-มีนาคม 2021

แมนฯซอตี้ แพ้เกมเยือนพรีเมียร์ลีกครั้งแรกนับตั้งแต่เสียท่า สเปอร์ส เมื่อเดือนสิงหาคม 2021 ยุติสถิติไร้พ่ายเกมเยือนของสโมสรไว้ที่ 22 เกม

เป๊ป กวาดิโอล่า แพ้ เยอร์เก้น คล็อปป์ เป็นเกมที่ 11 โดยเป็นการแพ้คู่ปรับตัวฉกาจมากกว่ากุนซือคนอื่นๆถึง 4 เกมเลยทีเดียว

ผลเสมอ นิวคาสเซิ่ล 0-0 ทำให้ แมนฯยูไนเต็ด เจ๊าแบบโนสกอร์เป็นเกมที่ 76 ในพรีเมียร์ลีกโดย 31 จาก 76 เกมเกิดขึ้นนับตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน รีไทร์เมื่อปี 2013 (41%) นับเป็นตัวเลขที่มากที่สุดเหนือทุกทีมนับตั้งแต่ออกสตาร์ตปี 2013-14

เกป้า ออกแรงเซฟถึง 7 หนในเกมที่เก็บคลีนชีตเหนือ แอสตัน วิลล่า ทำให้นายทวารชาว สเปน วัย 28 ปีเซฟมากที่สุด(โดยไม่เสียประตู) ในอาชีพค้าแข้งในลีกสูงสุด

ในวัย 23 ปีกับ 279 วัน เมสัน เมาท์ เป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ที่ยิง 25 ประตูในพรีเมียร์ลีกให้ เชลซี ต่อจาก เอเด็น อาซาร์ ที่ทำไว้ 23 ปีกับ 271 วัน

บูกาโย่ ซาก้า เป็นนักเตะคนแรกของ อาร์เซนอล ภายใต้การทำทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ที่มีส่วนร่วมกับ 50 ประตูในทุกรายการโดยแบ่งเป็นยิง 26 ประตูและแอสซิสต์อีก 24

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...