โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับยก แก๊ง 4 โจ๋ ปาประทัดยักษ์ใส่คู่อริกลางรพ. อ้างถูกดักทำร้ายต้องป้องกันตัว

Khaosod

อัพเดต 11 พ.ค. 2562 เวลา 08.03 น. • เผยแพร่ 11 พ.ค. 2562 เวลา 08.03 น.

จับแล้ว แก๊ง 4 โจ๋ ปาประทัดยักษ์ใส่คู่อริกลางรพ. อ้างถูกดักทำร้ายก่อน หวังแค่ข่มขู่เปิดทางหนี เผยทั้ง 2 กลุ่มเคยเรียนโรงเรียนเดียวกัน ก่อนเกิดเขม่นกันจนกลายเป็นเรื่องบานปลาย

กรณีกลุ่มวัยรุ่นยกพวกไปทำร้ายคู่อริ ด้วยการปาประทัดยักษ์ ใช้อาวุธมีดไล่ฟันกัน และตามไปก่อเหตุปาประทัดยักษ์ที่รพ. จนทำให้มีผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ฝ่ายรวม 5 คน เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

แก๊ง 4 โจ๋ / ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ฝ่ายสืบสวนของสภ.บางพลี ติดตามจับกุมตัวผู้ต้อหากลุ่มนี้ได้ยกแก๊ง ประกอบด้วย 1.นายกฤษฎา อายุ 19 ปี มือจุดและปาลูกบอลประทัด 2.นายเบียร์ อายุ 18 ปี หัวหน้าแก๊ง 3.นายรัชชานนท์ อายุ 19 ปี ผู้บาดเจ็บ 4.นายอานนท์ คนจุดและปาประทัดบอลที่ลานจอดรถที่รพ.

โดยจับกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดตามหมายศาลจังหวัดสมุทรปราการ ในข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และร่วมกันพกพาอาวุธไปในทางเมือง ชุมชน สาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร” เจ้าหน้าที่คุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งฝากขังศาลจังหวัดสมุทรปราการในวันนี้ทันที

นายกฤษฎา หรือมีน ยอมรับว่า ตนเองก่อเหตุจุดประทัดลูกบอลโยนใส่กลุ่มคู่อริจริง โดยอ้างว่าเป็นการป้องกันตัว และขมขู่ฝ่ายตรงข้าม เนื่องจากก่อนหน้าที่จะมีเรื่องตามที่ปรากฏในภาพวงจรปิด ตนเองและเพื่อน ๆ คือ นายเบียร์ นายกาย และนายบอล พากันขับขี่รถจักรยานยนต์มาสองคัน เพื่อจะไปเอากางเกงที่บ้านพักของน้องสาว ซึ่งอยู่ไกลจากจุดเกิดเหตุ เป็นจังหวะที่ขับรถผ่านบริเวณหน้าบ้านของฝ่ายคู่อริสังเกตเห็นว่าคู่อริจับกลุ่มดื่มสุรากันอยู่และตะโกนท้าทาย ซึ่งตนเองและเพื่อนๆก็ไม่ได้จอดรถในครั้งแรกแต่อย่างใด

จนกระทั่งขับรถออกมาจากบ้านน้องสาว เพื่อจะกลับบ้านพักเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบฝ่ายคู่อริดักรอทำร้ายอยู่ จนไม่สามารถขับรถไปต่อได้ นายกายซึ่งนั่งซ้อนท้ายมาจึงถูกกระชากลงจากรถและถูกรุมทำร้าย จนต้องวิ่งหนีตายกระโดดลงคลอง ตนและเพื่อนพยายามเข้าไปช่วยนายกาย แต่ถูกไล่ทำร้ายกลับ จึงเห็นจวนตัวจึงนำเอาประทัดลูกบอลที่พกติดตัวมา เนื่องจากไว้ใช้จุดไล่นกเฝ้าบ่อปลา จึงจุดและโยนใส่ฝ่ายคู่อริหวังข่มขู่และเปิดทางแต่สู้ไม่ไหวจนต้องทิ้งรถหลบหนี

หลังเกิดเหตุนายเบียร์จึงโทรตามนายเต้ยชักชวนกันไปดูนายกายที่รพ. เมื่อนายเบียร์และนายเต้ยมาถึงรพ.พบว่าฝ่ายคู่อริยืนอยู่หน้ารพ.จำนวนมาก นายเต้ยจึงจุดประทัดลูกบอลโยนไปที่ลานจอดรถอีกครั้ง ก่อนจะขับหลบพากันหลบหนี ส่วนตนเองหลังก่อเหตุได้รับบาดเจ็บถูกคมมีดที่โหนกแก้ม จึงไปรักษาตัวที่รพ.บางนา 2 ขณะที่นายบอลถูกฟันข้อมือจนเส้นเอ็นขาด ก็ต้องไปรักษาตัวที่รพ.ด้วยเช่นกัน จนกระทั่งมาถูกจับกุม

ขณะที่นายเบียร์หัวหน้าแก๊ง ให้การอ้างว่า กลุ่มตนและฝ่ายคู่อริเคยเรียนมัธยมมารุ่นเดียวกัน โรงเรียนเดียวกัน หลังจบออกมาก็แยกย้ายทำงาน จนกระทั่งมาพบกันอีกครั้งเมื่อประมาณ 5-6 วันที่ผ่านมา ขณะที่ตนเองขับรถเล่นตามทางย่านบางพลี พบเจอกลุ่มของคู่กรณีมีการมองหน้ากัน ตนจึงขับรถตามไปถามว่ามองหน้าทำไม แต่กลับถูกฝ่ายตรงข้าม ซึ่งขณะนั้นมากัน 3 คน ส่วนตนเองมีคนเดียว จึงเกิดการชกต่อยและถูกฝ่ายตรงข้ามรุมทำร้าย ตนจึงชักมีดพกที่พกติดตัวประจำแทงสวนฝ่ายตรงข้ามไปจนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นตนเองก็หลบหนีไป จนกระทั่งมาเจอหน้ากันอีกครั้ง ก่อนจะเกิดเหตุบานปลายดังกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.โสภณ มงคลโสภณรัตน์ ผกก.สภ.บางพลี เปิดเผยว่า สำหรับคดีนี้เกิดมาจากทั้ง 2 กลุ่มเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน จึงจนมาพบหน้ากันอีกครั้ง จึงพากันลงมือก่อเหตุอีกครั้ง ส่วนประเด็นที่พบว่ามีการใช้ระเบิดปาใส่คู่กรณีตามที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานพบว่า ไม่ใช่วัตถุระเบิดปิงปองแต่อย่างใด เป็นเพียงประทัดลูกบอล ที่มีจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป ที่ทำให้เกิดเสียงดังและกลุ่มควันเท่านั้น ที่กลุ่มผู้ต้องหารายนี้นำมาจุดเพื่อข่มขู่ฝ่ายตรงข้าม ส่วนประเด็นที่ตามไปก่อเหตุในรพ.นั้น เชิญพยาบาลและรปภ.ในคืนเกิดเหตุ พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดไม่พบว่าลงมือก่อเหตุในอาคารของทางรพ.แต่อย่างใด เป็นเพียงลานจอดรถ ซึ่งไม่มีผู้ใดอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ จนทำให้เกิดความวุ่นวายภายในรพ.

โดยผู้ต้องหาทั้งหมดเบื้องต้นให้การรับสารภาพและให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี จึงแจ้งข้อหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ คือร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และร่วมกันพกพาอาวุธไปในทางเมือง ชุมชน สาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร

ส่วนผู้ต้องหาที่ชื่อนายบอล ทราบว่าติดต่อขอเข้ามอบตัวแล้วในวันนี้ ซึ่งก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นกัน ส่วนฝ่ายผู้ต้องหาที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้นจะต้องดำเนินคดีกับฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผู้เสียหายจะเข้ามาแจ้งความหรือไม่ หากแจ้งความกลับก็จะต้องสอบสวนเพิ่มเติม และหากพบความผิดก็จะดำเนินคดีฝ่ายกระทำด้วยเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...