โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อช่างภาพใจเด็ด ยอมสละงานที่อเมริกา มาแปลงโฉมคนแก่ ด้วยแฟชั่นสุดชิค

เมื่อช่างภาพใจเด็ด ยอมสละงานที่อเมริกา มาแปลงโฉมคนแก่ ด้วยแฟชั่นสุดชิค
ไม่รู้ว่ากลายเป็นเรื่องปกติไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ว่าถ้าหากอายุมากขึ้น สไตล์การแต่งตัวก็จะถูกบีบรัดให้เหลืออยู่ไม่กี่แบบ ถ้าเป็นผู้หญิงก็หนีไม่พ้นผ้าลูกไม้ หรือไม่ก็ผ้าไหม ซึ่งจริงๆแล้วไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ก็ไม่ควรจะถูกจำกัด โดยเฉพาะเรื่องของแฟชั่น จุดนี้ทำให้ ทอม ธีระฉัตร โพธิสิทธิ์ ช่างภาพชื่อดัง มองเห็นช่องว่างและอยากเข้ามาเปลี่ยนแปลงความเชื่อแบบเดิมๆ ให้คนรุ่นใหม่กับคนสูงวัย…

ไม่รู้ว่ากลายเป็นเรื่องปกติไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ว่าถ้าหากอายุมากขึ้น สไตล์การแต่งตัวก็จะถูกบีบรัดให้เหลืออยู่ไม่กี่แบบ ถ้าเป็นผู้หญิงก็หนีไม่พ้นผ้าลูกไม้ หรือไม่ก็ผ้าไหม ซึ่งจริงๆแล้วไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ก็ไม่ควรจะถูกจำกัด โดยเฉพาะเรื่องของแฟชั่น จุดนี้ทำให้ ทอม ธีระฉัตร โพธิสิทธิ์ ช่างภาพชื่อดัง มองเห็นช่องว่างและอยากเข้ามาเปลี่ยนแปลงความเชื่อแบบเดิมๆ ให้คนรุ่นใหม่กับคนสูงวัย ได้มีโอกาสในเรื่องแฟชั่นเท่าเทียมกัน

จึงจำเป็นต้องสละยาน ทิ้งงานที่อเมริกา แล้วมาลุยกับโปรเจคเรียลลิตี้ สำหรับผู้สูงอายุครั้งแรกของเมืองไทย THE SENIOR “ปฏิบัติการ รุ่นใหญ่ขอเฟี้ยว NEV3RMIND THE BOTOX | เพราะอายุเป็นเพียงตัวเลข ซึ่งคุณทอมได้ให้สัมภาษณ์ถึงที่มาการรับงานนี้ว่า เริ่มจากตัวเองก่อน ที่ครอบครัวไม่มีผู้สูงอายุเหลืออยู่แล้ว จะมีก็แต่เพียงแม่ ที่ดูจะแก่ที่สุด และด้วยอายุหรือปัจจับอะไรก็แล้วแต่ ทำให้การพูดคุยลดน้อยลงไป คุณทอมรู้สึกว่าการสื่อสารหรือหาเรื่องสนทนากับคนแก่กลายเป็นเรื่องยาก

นอกจากนี้ยังสังเกตคุณแม่ของตัวเอง ที่ในสมัยสาวๆ เคยแต่งตัวเปรี้ยว เป็นสาวมั่นมาก่อน แต่พออายุมากขึ้น กลับกลายเป็นว่าไม่กล้าแต่งตัวเหมือนแต่ก่อน ด้วยเหตุผลว่าแม่แก่แล้ว ก็ต้องแต่งตัวตามวัย ซึ่งคุณทอมมองว่าจริงๆแล้ว แฟชั่นไม่เคยจำกัดอายุคนสวมใส่ มีแต่ความคิดของเราเองทั้งนั้นที่ไปกำหนด จึงทำให้ตัดสินใจเข้ามาร่วมโปรเจคนี้ เพราะอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง และอยากให้คนแก่มีความมั่นใจมากขึ้น กล้าแต่งตัว กล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง และที่สำคัญคุณทอมไม่อยากให้อายุ มาลดทอนคุณค่าในตัวตนของเราไป และนี่จึงเป็นที่มาของภาพแฟชั่นเท่ๆ เซ็ตนี้ และมั่นใจว่าคุณจะอยากชวนคนแก่ที่บ้านออกไปซื้อชุดใหม่ในทันที

ยายหญิงเล็ก อายุ 96 ปี : อยากโดดเด่น มีไอดอลคือพุ่มพวง

สมัยสาวๆนุ่งโจงกางเบน ไม่พิถีพิถันมาก แต่งๆไปตามแต่ว่าจะไปทำงานอะไร เลิกใส่โจงกระเบนสมัย จอมพล ป. ต้องหันมาใส่กระโปรง หรือนุ่งซิ่น ไม่งั้นทางการเขาจะมาตัดหางกระเบน โดยปกติทุกวันนี้ยายหญิงเล็กแต่งตัวแนว “กลมกล่อม ไม่เกินวัย” เสื้อผ้าเน้นตามสีวัน เจ็ดวัน ต้องเจ็ดสี ชอบใส่แว่นกันแดดซึ่งเป็นทั้งแว่นกันแดดและแว่นสายตา ใส่แหวน กำไล สร้อยข้อมือ มาแบบจัดเต็ม ที่บ้านมีแหวนกว่า 50 วง วันๆนึงก็ใส่มาไม่ต่ำกว่า 6 วง ทั้งหมดคือของปลอม ใส่ของจริงไม่ได้เดี๋ยวโจรเอาไปกิน นาฬิกาที่ใส่มาดูไม่ออกว่ากี่โมง เพราะถ่านหมด ใส่มาอย่างงั้นๆ ให้มันเต็มๆแขนไป แป้งที่ชอบ มองเลยะ ใช้ขี้ผึ้งทาปาก เวลาทาต้องท่องพุทโธนะโมพุทธายะฯ เพื่อเสริมเสน่ห์

แนวการแต่งตัวที่อยากแต่งคือ ให้เข้ากับบุคลิก ชอบเด่น ชอบงาม ถ้ายิ่งมีคนชมจะชอบมาก ทุกวันนี้ไม่มีปัญหาเรื่องการแต่งตัว อยากนุ่งอะไร ก็คว้ามานุ่ง คนอื่นๆมักจะชมว่า แต่งตัวงาม ไม่รู้ว่าจะชมจริง ชมหลอก แต่ก็ขอบคุณที่ชม ดีใจ และรู้สึกดีใจที่จะมีดีไซเนอร์มาแต่งตัวให้ แต่ยังไม่รู้จะเปลี่ยนแปลงไปยังไง คิดว่าเค้าคงสงสารเลยมาแต่งให้ เชื่อว่า เสื้อผ้าเป็นเรื่องภายนอก คนจะสวย สวยที่ใจใช่ใบหน้า ไอดอลที่อยากแต่งให้เหมือนคือ พุ่มพวง เพราะสวยไม่เกรงใจใคร สวยโดดเด่น ถ้าวันนั้นสวยสมใจแล้ว อยากให้มีคนติชม อยากเด่นอยากดัง แต่กลัวไม่ดัง ไม่เด่น 

พี่วิเชียร อายุ 74 ปี : ไม่ค่อยให้ความสำคัญเรื่องการแต่งตัว ไม่เน้นซื้อ เน้นใส่สไตล์เดิมๆ

อดีตข้าราชการทหารอายุราชการ 38 ปี ที่คิดว่าการแต่งตัว แต่งให้เรียบร้อยก็จบ สมัยหนุ่มๆตอนที่เป็นทหารก็ใส่แต่เครื่องแบบหรือชุดกีฬา ชีวิตมีอยู่แค่นั้น สังคมทหารจะไม่ฟุ้งเฟ้อเรื่องการแต่งตัว อยู่แต่ในกรอบวินัย เคยใส่กางเกงขาบานมาบ้าง ยีนส์มาบ้าง ขาเล็กๆเดฟมีแอบใส่บ้างเล็กน้อย และเพราะตอนเป็นทหารเงินเดือนน้อย เสื้อผ้าส่วนมากตั้งแต่หัวจรดเท้า หลวงจัดมาให้ทั้งหมด หรือบางทีก็ได้มาฟรีจากที่อื่นๆ การซื้อเสื้อผ้าทั่วๆไป จึงถือเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย นิสัยนี้จึงติดมาจนถึงทุกวันนี้ ปีๆนึงจะซื้อเสื้อผ้าแค่ครั้ง สองครั้ง เหตุผลที่ซื้อคือเพื่อเข้าสังคมให้มันไปกับคนอื่นเขาได้

เกิดมาไม่เคยแต่งตัวจี๊ดเปรี้ยว เต็มที่สุดก็เสื้อเชิ้ตลายสก๊อต คาดหวังว่า ทีมดีไซเนอร์อาจมาช่วยแต่งแนวคาวบอย เพราะเข้ากับบุคลิก เชื่อมั่นว่าทีมดีไซเนอร์จะมาช่วยเปลี่ยนแปลงการแต่งตัวให้ดูหนุ่มขึ้น และเชื่อว่ารูปร่างหน้าตาตัวเองก็ยังพอไหวกับการเปลี่ยนแปลงได้อยู่ ถ้าเปลี่ยนแปลงแล้ว ในวันนั้นจะโพสต์รูปลงเฟซบุ๊คแน่นอน เพราะชอบโชว์ แล้วจะเขียนว่า “ครั้งหนึ่งในชีวิตกับการเปลี่ยนแปลง” เพื่อนๆเห็นแล้วคงทึ่ง และไม่น่าเชื่อว่าจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ อยากให้ทุกๆคนที่อยู่รอบข้างได้เห็นแล้วชื่นชมว่าเท่ อายุปูนนี้ ก็ยังแต่งตัวได้เท่ขนาดนี้ 

พี่สุพร อายุ 71 ปี : มีความหวังว่าเปลี่ยนแล้วจะดีขึ้น อยากให้เพื่อนได้เห็น

สาวจีน หน้าหมวย อารมณ์ดี ดูมีความสุขตลอดเวลา อดีตค้าขายเสื้อผ้า ที่รับมาจากญี่ปุ่น สมัยสาวๆสวยมาก หุ่นดี หน้าเหมือนญี่ปุ่น แต่งตัวเรียบร้อยและไม่โป๊ แต่งตัวตามวัย ไม่หวือหวา สไตล์ที่ชอบคือ เรียบร้อยแต่เท่ เป็นคนที่ชอบการเปลี่ยนแปลง มีความกล้า ให้แต่งอะไรก็อยากลอง ทุกวันนี้ เวลาเห็นสาวๆแต่งตัวสวยก็ชื่นชม แต่ไม่รู้จะเข้ากับตัวเราไหม ข้อจำกัดในการแต่งตัวคือวัย ต้องดูก่อนว่า แต่งแล้วคนเค้าจะนับถือเราไหม ถ้ากระชากวัยเกินไปก็ไม่เหมาะ อยากหาแนวที่แต่งในชีวิตประจำวันได้ ใส่ทุกๆวันได้

เชื่อมั่นมากว่าทีมดีไซเนอร์จะมาแนะนำการแต่งตัวให้ดีขึ้น ถ้าแต่งออกมาแล้วถูกใจ จะส่งให้เพื่อนๆกลุ่มนักเรียนประถมดูในไลน์แล้วเขียนว่า “เธอดูซิ สาวคนนี้เป็นใครจ๊ะ” ถ้าเพื่อนๆเห็นแล้วเพื่อนๆคงโอ้โห ว่าทำไมได้ดีขนาดนี้ 55555 // ถ้าวันนั้นมาถึง อยากให้เพื่อนประถมได้เห็นว่าเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดไหน (เพื่อนกลุ่มนี้คบกันมาเกือบ 60 ปี)

อ.ประเศียร อายุ 80 ปี : เรียบร้อย กฏเกณฑ์

เนื่องจากเป็นอาจารย์และผู้อำนายการโรงเรียนมานานหลายสิบปี ในอดีตจึงเน้นการแต่งตัวเรียบร้อย กางเกงสแลค เสื้อเชิ้ตหรือเสื้อโปโล คอปก โดยต้องเอาเสื้อใส่เข้าไปในกางเกง และคาดเข็มขัดทับ นี่เป็นแพทเทิร์นที่อาจารย์ประเศียรแต่งมาตลอด 60 ปี โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะเชื่อว่าความเรียบร้อย สุภาพ ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง และด้วยนิสัยที่เรียบร้อย มีหลักการ ยึดถือในกฏเกณฑ์ นี่จึงเป็นข้อจำกัดที่ทำให้อาจารย์ประเศียรไม่อยากลองเปลี่ยนการแต่งตัวไปในแนวทางอื่น สมัยหนุ่มๆไม่เคยนุ่งกางเกงยีนส์ เพราะเชื่อว่าคนนุ่งยีนส์เป็นคนไม่เรียบร้อย พวกนักเลง ไม่เหมาะสม เพิ่งมาเริ่มหัดนุ่งยีนส์หลังจากเกษียณตามสมัยนิยม และเห็นว่าเพื่อนร่วมงานคนอื่นเขาใส่กันได้ ก็เลยลองใส่ออกงานบ้าง แต่ก็ไม่ได้ใส่บ่อย เพราะยังรู้สึกไม่ใช่ตัวเอง

พี่ติ๊ก อายุ 67 ปี : ชอบแต่งตัว แต่ไม่กล้าแต่งมากเพราะแคร์สังคม

อดีตช่างตัดเสื้อ ที่มีความรู้เรื่องการแต่งตัวพอสมควร งานอดิเรกชอบร้องเพลง นิสัยอ่อนหวาน น่ารัก อารมณ์ดี สมัยสาวๆสวยมาก หุ่นดี เอว 23 หน้าอก 33 สะโพก 36 สูงประมาณ 150 ตัดเสื้อผ้าใส่เอง ชอบใส่ชุดแซค สีหวาน สามารถซื้อชุดที่ใส่ในหุ่นมาใส่ได้แบบพอดีตัว ตัดผมสั้นมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน สาวๆเป็นดาวเด่น เดินไปไหนก็มีแต่คนชมว่าสวย ตอนนี้ สไตล์การแต่งตัวที่ชอบคือแนวภูมิฐาน เรียบง่าย และเข้ากับตัวเอง ไม่กล้าแต่งตัวโอเว่อร์ฉูดฉาด หรือแต่งเกินกว่าวัย เพราะกลัวคนอื่นจะนินทา และไม่ชอบแต่งตัวให้ดูสูงวัยจนเกินไป ข้อจำกัดตอนนี้ คือรู้สึกว่าตัวเองสูงวัยและรูปร่างเปลี่ยนไปมาก อ้วนขึ้นเยอะ จึงไม่กล้าแต่งตัวมาก ทั้งที่ตัวเองก็อยากแต่ง ได้แต่มองคนอื่นเขาแต่งกัน 

พี่ต๋อย อายุ 68 ปี: แต่งตัวดีอยู่แล้ว แต่อยากแต่งให้ดีขึ้น หรือลองแนวที่ไม่เคยแต่งมาก่อน

สาวโสด อดีตพนักงานธนาคารระดับสูง บุคลิกมั่นใจ โฉบเฉี่ยว สมัยสาวๆนุ่งกระโปรงสั้น เข้ารูป ตามแฟชั่น ทรงผมไว้มาแทบทุกทรง ยาว สั้น ซอย ลองมาหมด ชอบแต่งแบบสวยเท่ๆ ไม่หวือหวา และต้องเหมาะสม การแต่งตัวตอนนี้ ต่างจากเมื่อก่อนมาก สามารถเลือกแต่งตามสบาย เท่าที่เห็นพี่ต๋อยเป็นผู้สูงวัยที่แต่งตัวเปรี้ยวมีรสนิยม มีบุคลิก ข้อจำกัดที่เป็นกรอบในการแต่งตัวของพี่ต๋อยคือรูปร่างและวัย แม้จะเป็นคนสูง แต่ก็ยังติดที่พุงใหญ่ จึงไม่กล้าแต่งให้แตกต่างจากผู้สูงวัยคนอื่นๆ  โดยส่วนตัวเชื่อว่าการแต่งตัวมีความสำคัญมาก คนที่แต่งตัวดี ก็จะได้รับการยอมรับจากสังคม

พี่เล็ก สาวห้าว ทะมัดทะแมง พูดน้อย

เป็นมือฉิ่งประจำวงดนตรีไทย สมัยก่อนเปรี้ยว ชอบแต่งตัว ใส่เสื้อแดง กางเกงส้มได้ ชอบแต่งตัว ไม่ชอบแต่งหน้า แพ้เครื่องสำอาง แต่ใช้แป้งศรีจันทร์

พี่ชุบ อายุ 73 ปี : แต่งแมนมาตั้งแต่สาวๆ รูปร่างใหญ่ หน้าเสื้อผ้าใส่ยาก

อดีตผู้คุมเรือนจำ ที่ผันตัวออกมาเป็นลำตัด แต่งแมน ร้องลำตัดก็ร้องเป็นผู้ชาย สมัยก่อนรูปร่างดี ผอมบาง แต่พอสูงวัยมารูปร่างอ้วน มีหน้าท้อง แขนขาใหญ่ เคลื่อนไหวช้า จึงมีข้อจำกัดในการแต่งตัวค่อนข้างมาก ทั้งในเรื่องของบุคลิกและรูปร่าง ทุกวันนี้ นิยมใส่กางเกงสแลคโคร่งๆ และเสื้อยืดคอปกแขนสั้น เพราะเชื่อว่าตัวเองเหมาะกับแนวนี้ที่สุด ตั้งแต่จำความได้ไม่เคยแต่งหญิง แนวหวาน ฟรุ้งฟริ้ง เพราะชอบแต่งแมนมากกว่า ชอบความทะมัดทะแมง เดินเหินสะดวก เคยคิดจะแต่งตัวต่างไปจากนี้อยู่บ้าง แต่ต้องแมน ถ้าให้แต่งตัวเป็นหญิง หรือโป๊ๆ วับๆ แวมๆ ไม่เอาเลย สมัยสาวเคยไว้ผมประบ่า หยักศก แต่หลังจากป่วยเป็นมะเร็งผมน้อยลงมาก ก็เลยต้องไว้ผมสั้นและใช้เจลปาดเสยไปข้างหลัง 

พี่เปี๊ยก ถนอมศรี อายุ 62 ปี : แต่งมากไปไม่ได้ น้อยไปก็ไม่ดี มีความกังวล แต่กล้าลองสิ่งใหม่

อดีตข้าราชการธุรการในมหาวิทยาลัย ที่ต้องใส่ชุดเรียบร้อยมาตั้งแต่สาวๆจนเกษียณ จึงรู้สึกเบื่อในความเป็นแพทเทิร์น แต่ก็ต้องแต่งแบบแพทเทิร์น เพราะเชื่อว่าเป็นสไตล์ที่เหมาะกับตัวเอง หลังจากเกษียณ มีอิสระในการแต่งตัวอยากลองแต่งแนวอื่นที่ดูเปรี้ยวๆ หรือแตกต่างไปบ้าง แค่ก็ไม่กล้าแต่งเยอะ เพราะกลัวคนอื่นจะนินทา เพราะอายุมากแล้ว ทุกวันนี้เลยแต่งตัวแบบเกร็งๆ จะมากไปก็ไม่กล้า แต่น้อยไปก็ไม่ชอบ ความโดดเด่นของพี่เปี๊ยก อยู่ที่ทรงผม ตลอดชีวิตเคยลองมาหลายทรง แต่มาจบที่ “ทรงชะเง้อ” คือทรงตั้งกำบังสูง แกเชื่อว่า ทรงนี้ทำให้หน้าเรียวขึ้น เหมาะกับใบหน้าและบุคลิก 

พี่สุพร อายุ 71 ปี

อ.ประเศียร อายุ 80 ปี

พี่วิเชียร อายุ 74 ปี

พี่ติ๊ก อายุ 67 ปี

พี่ต๋อย อายุ 68 ปี

พี่เล็ก

พี่ชุบ อายุ 73 ปี

พี่เปี๊ยก ถนอมศรี อายุ 62 ปี

ยายหญิงเล็ก อายุ 96 ปี

แซ่บมาค่ะยายหญิงเล็ก

มีใครให้แซ่บกว่านี้ไหมคะ ?

นึกว่านางแบบมืออาชีพ

ขอบคุณรูปภาพจาก : Tom Potisit Photography

อีกหนึ่งตัวอย่างสาวอายุมากแล้ว แต่ยังคงแต่งตัวได้ดูดีแบบสุดๆ >> บริจิตต์ มาครง แฟชั่นไอคอนคนใหม่ฝรั่งเศส

0
0