Zepeto แอปฮิตโตแรง สวนทางข่าวลือ "แอบสอดแนมผู้ใช้"

Manager Online อัพเดต 11 ธ.ค. 2561 เวลา 08.31 น. • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2561 เวลา 08.31 น. • MGR Online

เซ็ปเพ็ตโต้ (Zepeto) ขึ้นแท่นแอปพลิเคชันโซเชียลเน็ตเวิร์กสุดฮิตช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กลายเป็นแอปสัญชาติเกาหลีที่มียอดดาวน์โหลดมากที่สุดในจีน ไทย และหลายประเทศขณะนี้ ความนิยมนี้เกิดขึ้นแม้จะมีข่าวลือว่า Zepeto แอบดักฟังหรือติดตามผู้ใช้โดยที่ไม่มีการขออนุญาต จนทำให้มีกระแสพร้อมใจลบแอปออกจากเครื่องในช่วงปลายพ.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุดเชื่อว่ากระแสนี้เป็นเพียงข่าวลือ เนื่องจาก Zepeto ยังอยู่รอดดีไม่ถูกลบออกจากร้านดาวน์โหลดแอปของกูเกิล (Google)

Zepeto เป็นแอปพลิเคชันที่พัฒนาโดยบริษัทสัญชาติเกาหลีใต้ชื่อสโนว์ (Snow Corporation) และเนเวอร์ (Naver Corp) ที่ผ่านมา Zepeto ได้รับความนิยมตั้งแต่ช่วงปลาย พ.ย. จนขึ้นเป็นแชมป์แอปพลิเคชันอันดับ 1 กลุ่มแอปพลิเคชันฟรีในร้าน Google Play ต่อเนื่องหลายวัน ความนิยมของ Zepeto เกิดขึ้นเพราะผู้ใช้สามารถลงชื่อใช้ Zepeto ได้สะดวกด้วยบัญชี WeChat, Facebook หรือ Twitter จากนั้นจะสามารถสร้างตัวการ์ตูนหรือ avatar ของตัวเองในรูปแบบ 3D ที่ดูน่ารัก แถมยังสามารถปรับแต่งเสื้อผ้าหน้าผมได้แบบสมใจ

กรณีของ Zepeto ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะในช่วงแรกที่แอปได้รับความนิยม มีข่าวลือว่า Zepeto เป็นแอปพลิเคชันที่คอยสอดแนมผู้ใช้ ข่าวลือนี้แพร่กระจายไปทั่วจนผู้ใช้หลายรายกังวลและเริ่มลบแอปออกจากเครื่อง แต่ Zepeto สามารถเอาชนะข่าวแง่ลบจนขึ้นเป็นแชมป์ Top Free Chart ได้สบาย

เหตุที่ Zepeto หลุดจากข้อหาแอบสอดแนมผู้ใช้ได้ เพราะไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่า Zepeto เป็นแอปสอดแนมตามที่ข่าวลืออ้าง เช่น การอ้างว่าหากนำโทรศัพท์มาแนบหูขณะเปิดแอปพลิเคชัน อาจจะได้ยินเสียงบางอย่าง ซึ่งแปลว่าแอปอาจการเปิดใช้ไมโครโฟนในสมาร์ทโฟนทั้งที่แอปขออนุญาตเปิดใช้เฉพาะกล้องเท่านั้น จุดนี้ผู้ใช้ Zepeto หลายรายยืนยันว่าไม่ได้ยินเสียงปริศนาอย่างที่ข่าวลือระบุ

คำกล่าวหาว่า Zepeto แอบติดตามตำแหน่งผู้ใช้ยังถูกมองว่าเป็นเพียงเรื่องโคมลอย เนื่องจาก Zepeto ไม่มีการขอเปิดระบบติดตามตำแหน่งของผู้ใช้เมื่อเข้าถึงแอปพลิเคชันครั้งแรก ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญจึงมองว่า Zepeto ไม่มีวิธีที่จะทราบหรือติดตามตำแหน่งผู้ใช้ได้เลย

นอกจากนี้ ผู้ใช้บางรายยังย้ำว่าแม้ Zepeto จะเป็นชื่อเดียวกับไวรัสคอมพิวเตอร์ที่เคยระบาดเมื่อหลายปีก่อน แต่การสอบสวนพบว่าแอปพลิเคชัน Zepeto นั้นไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย ทั้งหมดนี้เป็นการท้วงติงกันในกลุ่มผู้ใช้ ซึ่งต้นสังกัดของ Zepeto อย่าง Naver Corp. นั้นไม่ได้ตอบข้อกล่าวหาใดที่เป็นประเด็นเลย

ความสำเร็จของ Zepeto ถูกมองว่าได้รับแรงผลักดันจากความนิยมใช้แอปพลิเคชันรับส่งข้อความ และแอปพลิเคชันสร้างตัวละครที่ปรับแต่งหน้าตาได้ตามใจตัวเอง รวมถึงแอปพลิเคชันวิดีโอสั้นที่ดึงดูดความสนใจของชาวเน็ตทั่วโลกได้อยู่หมัด จุดนี้มีข้อมูลว่าเฉพาะในประเทศจีน พบว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวจีน 3 ใน 4 เลือกเปิดแอปพลิเควิดีโอสั้นเพื่อสร้างความบันเทิงให้ตัวเอง

ความนิยมของ Zepeto ยังเกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของยุคทองแห่งแอปพลิเคชันจดจำใบหน้าเทคโนโลยี AI เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาใช้กับระบบชำระเงิน การรักษาความปลอดภัย รวมถึงอีกหลายระบบที่ทำให้โลกคุ้นชินและมองเทคโนโลยีสไตล์เดียวกับ Zepeto เป็นเรื่องใกล้ตัว ทำให้สนใจดาวน์โหลด Zepeto มาสร้างความบันเทิงบนสมาร์ทโฟน.

ดูข่าวต้นฉบับ