นักปวศ.ลุยค้น หนังสืองานศพ 'คนใต้' ตีแตกไอเดียหลัง 2475 ซูมเบื้องลึก ‘ชาติเมื่อวายซนม์’
นักปวศ.ลุยค้น หนังสืองานศพ ‘คนใต้’ ตีแตกไอเดียหลัง 2475 ซูมเบื้องลึก ‘ชาติเมื่อวายซนม์’
เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่มติชนอคาเดมี เขตจตุจักร กรุงเทพ เครือมติชน โดย นิตยสารศิลปวัฒนธรรม และศิลปวัฒนธรรมออนไลน์ ร่วมกับสำนักพิมพ์มติชน และเส้นทางเศรษฐี จัดงาน “สโมสรศิลปวัฒนธรรม สเปเชียล ๒๔ มิถุนาฯ วันมหาศรีสวัสดิ์ พลวัตวันชาติ” ซึ่งมีระหว่างวันที่ 21-22 มิถุนายน
บรรยากาศตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 น. ประชาชนให้ความสนใจเดินทางเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง โดยเข้าชมบูธสำนักพิมพ์มติชน และสำนักพิมพ์ต่างๆ อาทิ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์, สำนักพิมพ์แสงดาว, สำนักพิมพ์และสำนักพิมพ์ยิปซี เป็นต้น
เวลา 16.00 น. เริ่มกิจกรรมทอล์ก หัวข้อ “ชาติเมื่อวายซนม์ อุตมการณ์รัฐไทยในอนุสรณ์ฯ ผู้ดับสูญ” โดย ผศ.ดร.พรชัย นาคสีทอง อาจารย์ประจำหลักสูตรประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา โดยมี ผศ.อัครพงษ์ ค่ำคูณ อดีตคณบดีวิทยาลัยนานาชาติปรีดีพนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร ดำเนินรายการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนและนักวิชาการมากมาย ร่วมรับฟังเ อาทิ ศ.กิตติคุณ ดร.ธงชัย วินิจจะกูล มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน สหรัฐอเมริกา, ศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อดีคคณบดีคณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เป็นต้น
ผศ.ดร.พรชัยกล่าวว่า ก่อนจะมาเป็นหนังสือเล่มนี้ ตนเข้าว่าในกระบวนการเรียนการสอนของเรามีการเลือกหัวข้อในการศึกษามากมาย แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ตนรู้สึกว่าสนใจจะทำเรื่องการใช้ประวัติศาสตร์เพื่อการพัฒนาในพื้นที่ภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ตนขี้เกียจคุยกับคนนั้นคนนี้ สุดท้ายจึงคิดว่า ‘หนังสืองานศพ’ อาจเป็นทางหนึ่งที่ทำให้เราไม่ต้องคุยกับคน แต่อยู่กับเอกสารเท่านั้น
“ปัจจัยต่อมาเราคิดว่า ถ้าทำเรื่องนี้ แล้วจะหาหนังสือจากไหน ซึ่งต้องย้อนกลับไปช่วงประมาณพ.ศ.2558-2559 ตอนนั้นการเข้าถึงเอกสารไม่ใช่เรื่องง่าย หมายถึง มันไม่ได้รวบรวมไว้เป็นจุดแบบที่เราสามารถเข้าถึงได้ในโลกดิจิทัลปัจจุบัน
เช่น ถ้าวันนี้เราจะหาหนังสืองานศพ ก็เข้าเว็บหอสมุดธรรมศาสตร์แล้วหาได้เลย แต่ช่วงที่ผมตั้งต้นกับมัน การจะไปหาหนังสืองานศพต้องไปตามจุดต่างๆ ผมไม่ได้เขียนขอบคุณไว้ในหนังสือด้วยซ้ำ เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่เราบอกว่าหนังสือมาจากแหล่งของใครบ้าง มันจะสร้างความปั่นป่วนให้กับเจ้าของหนังสือพอสมควร ฉะนั้นในวิทยานิพนธ์หรือคำนำของหนังสือ ผมเขียนแค่สั้นๆว่าขอบคุณทุกคนที่หยิบยื่นให้
ตอนที่ผมรวบรวมหนังสือจำนวนหนึ่ง พบว่ามันมาจากเอกสารของบุคลลที่เขาเก็บรวบรวมไว้ ซึ่งได้ยินแว่วมาว่ามีหนังสือแบบนี้เป็นกองใหญ่ คือ อาจารย์ประมวล มณีโรจน์ ที่มีหนังสือแบบนี้ให้มาที่บ้าน แล้วยกทุกอย่างที่ท่านมีให้มาเลย ซึ่งเป็นหนังสือกองใหญ่ยุคแรกสุดที่เอามาศึกษา” ผศ.ดร.พรชัยกล่าว
ผศ.ดร.พรชัย กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นก็สืบเสาะว่ามีใครอีกบ้างที่มีหนังสืองานศพเก็บ ซึ่งส่วนใหญ่เขาจะใช้เงินส่วนตัวในการซื้อมาเก็บ พร้อมกับเดินไปหาตามหอจดหมายเหตุ หรือ ร้านขายของเก่าที่มีกองหนังสือชั่งขายเป็นกิโล หรือ ตลาดนัด ซึ่งหลายปัจจัยนี้ จึงเป็นปัจจัยที่เลือกสนใจศึกษาหนังสืองานศพ
เมื่อถามว่าการศึกษาหนังสืองานศพ ทำให้เราเห็นมุมใดบ้าง?
ผศ.ดร.พรชัยกล่าวว่า พอเราศึกษางานเกี่ยวกับหนังสืองานศพ พบว่า ศ. ดร.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ เขียนเล่ม ประวัติศาสตร์อารมณ์ความรู้สึก และ ความตาย ความหมายตัวตน ซึ่งหากใครเอางานของตนกลับไปอ่านจะพบว่า มีกลิ่นอายของ ศ.ดร.อรรถจักร์อยู่ด้วย
“งานยุคแรกที่ปรากฏในช่วงแรก ที่จัดจัดเก็บหนังสืองานศพ เขามีการจัดหมวดหมู่มีตั้งแต่ พ.ศ.2510 ปรากฎในงานสายบรรณารักษ์ และต่อมายุคที่ 2 ไม่แน่ว่าเป็นงานที่ศูนย์มานุษยวิทยาจัดขึ้นหรือไม่ แต่มีการศึกษาคุณค่าของงานศพ ซึ่งช่วงเปลี่ยนผ่านนี้อาจจะเป็นช่วงที่หนังสืองานศพได้รับความสนใจ และอีกชุดหนึ่งคือการศึกษาคุณค่า หรือ มูลค่าของหนังสืองานศพ
จนเขยิบมาที่การวิเคราะห์ ตัวบท หรือ text ของงานศพ เช่น งานของนักวิชาการญี่ปุ่นหลายชิ้นที่เขาหยิบเอาหนังสืองานศพมาอธิบายเครือข่ายของชนชั้นนำ เช่น Ishii Yoneo หรือ อาจารย์ภาคิน นิมมานนรวงศ์ และอีกกลุ่มที่ใช้หนังสืองานศพเป็นส่วนหนึ่งในการวิเคราะห์วรรณกรรมของคนภาคใต้ รวมถึงงาน ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ที่หยิบเอาหนังสืองานศพมาวิเคราะห์วรรณกรรมภาคใต้เหมือนกัน ซึ่งงานของผมเองคิดเรื่องนี้มา 10 ปี ถ้านับเป็นความใหม่ 10 ปีอาจจะยังเร็วมาก” ผศ.ดร.พรชัยระบุ
เมื่อถามว่าหนังสืองานศพเป็นเหมือนแผนที่ชีวิตคนดีมีศีลธรรม?
ผศ.ดร.พรชัยกล่าวว่า หมุดหมายสำคัญปี 2475 คือ การสิ้นสุดของการยกเลิกระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่พอเราลงลึกใรรายละเอียดแล้วพบว่า ชีวิตคนใต้ไม่ได้ตัดขาดออกจากระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์แบบทันทีทันใด จะพบว่า หลายครั้งข้าหลวงก็ยังคงมีอิทธิพลอยู่ ข้าหลวง หรือ ราชการที่เป็นกลไกหนึ่งของรัฐ โดยเฉพาะช่วงที่กำลังเปลี่ยนผ่านกว่าจะมาถึง 2475
“หนังสืองานศพช่วงปีพ.ศ. 2470-2480 อาจจะมี 2-3 กลุ่มด้วยกัน มันมีเครือข่ายของคณะราษฎรอยู่ที่ภาคใต้ ร้อยตรีถัด รัตนพันธุ์ หนึ่งในกบฏ รศ.130 เป็นคนสำคัญในท้องถิ่นต่อคณะราษฎร หรือ สส.ยุคแรก คือ พระยาศรีธรรมราช (ทองคำ กาญจนโชติ) เติบโตมาจากการเป็นสมุหเทศาภิบาล แห่ง มลฑลสงขลา ผันตัวเองมาเป็นนักการเมืองสมัยแรกของสงขลา
“คนนี้เป็นบุคคลสำคัญที่พิมพ์วารสารศรีธรรมราช ที่เผยแพร่ข้อมูลต่างๆ เขาเขียนเรื่องช่วงชาติอย่างไร จนมา พ.ศ. 2450-2460 เขาเขียนเรื่องความเป็นชาติ แต่พอเป็นงานศพตัวเองหนิบหนังสือสหรัฐอเมริกามาแปลพิมพ์ พูดถึงความเจริญรุ่งเรืองของสหรัฐอเมริกา ที่เจริญรุ่งเรืองเพราะมีการปกครองในรอบบประชาธิปไตย อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ถามว่ามันมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงหรือเปล่า แต่ทางกลับกัน 2475 แม้จะเป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดสมบูรณาญาสิทธิราชย์แต่คนท้องถิ่นเขาไม่ได้มีการรับรู้แบบนี้” ผศ.ดร.พรชัยชี้
ผศ.ดร.พรชัยกล่าวว่า มุมกลับกันคนในท้องถิ่นพบว่า ข้อมูลบางส่วนที่พูดถึงการตื่นตัว ที่ปรากฏในพื้นที่ต่างๆไม่เฉพาะภาคใต้ คือ การฉลองรัฐธรรมนูญ ก็มีการฉลองที่เรียกได้ว่า ฉลองทุกจังหวัดทุกเอำเภออย่างจริงจัง
“ไม่แน่ใจว่าในท้องถิ่นเองมีความเข้าใจชัดหรือเปล่าว่าเสาหลักของการเฉลิมของมีการเปลี่ยนแปลงอะไรกันแน่ แค่สิ่งที่ปรากฏหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ในแต่ละท้องถิ่นมักจะมีการยกย่องเอาควาเป็นกรุงเทพเข้าไปผสม หยิบเอาไอเดียของรัฐเข้าไปในงานเดือน 10 เมืองนครศรีธรรมราช ความน่าสนใจของหนังสืองานศพมันเห็นอะไรบางอย่างที่รัฐเข้าไปจัดการกับมัน” ผศ.ดร.พรชัยระบุ
เมื่อถามว่า จากการศึกษาเหตุภาพความฝัน อารมณ์ และอุดมการณ์คนใต้ อย่างไร
ผศ.ดร.พรชัยกล่าวว่า อะไรก็แล้วแต่ที่อยู่ในท้องถิ่น เมื่อไหร่มันมากรุงเทพ และกลับไปท้องถิ่นอีกมันจะกลายเป็นของดี เช่น ผลไม้ ตามจริงแล้วก็มีอยู่ในท้องถิ่น แต่ถ้าบอกว่ามันมาจากกรุงเทพเขาก็จะบอกว่ามันเป็นของดี หรือ พระภิกษุสงฆ์ที่อยู่ในท้องถิ่นก็เท่านั้น แต่เมื่อไหร่ที่มากรุงเทพแล้วกลับไปท้องถิ่นก็จะนับว่าเป็นของดี รวมถึงคนกรุงเทพก็อาจจะไปชุบตัวที่อเมริกา
“ผมว่าภาพแบบนี้ในสังคม 3-4 จังหวัดภาคใต้ ปัจจุบันยังเห็นได้ชัดอยู่ว่า ถ้าจะเปลี่ยนตัวเองต้องสัมพันธ์กับตรงกลาง คือ มาเปลี่ยนสถานะตัวเองบางอย่างก่อน ผมเข้าใจว่าการยอมรับอะไรบางอย่างที่มันจะต้องเปลี่ยนสถานะจริงๆ ในหนังสืองานศพเห็นชัดว่า ประวัติถ้าได้เข้ามาศูนย์กลางก็จะไม่ธรรมดา แต่ต้องรู้ว่าการพิมพ์หนังสืองานศพในยุคแรกไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งเรื่องทรัพย์ การเข้าถึง หรือ บารมี ไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วจะทำได้ แต่ในมุมหนึ่งมันเหมือนการจารึกว่า วงศ์ตระกูลของฉันไม่ธรรมดา เรามีหนังสือบันทึก โดยเฉพาะหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ภาพของปัจเจกและเสรีภาพของบุคคลเป็นภาพที่ชัดขึ้น
รวมถึงเทคโนโลยีที่เข้าไปในท้องถิ่น เช่น ภาคใต้มีหนังสือเยอะ อาจจะสัมพันธ์กับองค์ความรู้สมัยใหม่ มาจาก ปีนัง สิงคโปร์ เทคโนโลตะวันตกสมัยใหม่อาจจะเข้ามาที่ใต้ก่อน เหมือนภาคใต้เป็นหน้าต่าง เช่น สงขลาเป็นตลาดที่ใหญ่มากการค้าขาย
“ผมเข้าใจว่ามันมีความสัมพันธ์กับอำนาจรัฐที่มันเกิดขึ้น แม้คนใต้จะบอกว่าเราหัวแข็ง แต่สุดท้ายเราก็เข้าไปสัมพันธ์กับอำนาจ ไม่อยู่ในระบบแต่ก็เข้าไปสัมพันธ์กับอำนาจไม่แบบใดก็แบบหนึ่ง ซึ่งความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่หลักที่หยิบยกมาศึกษาแล้วนั้น ชนชั้นนำอาจจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงมาก แต่ชนชั้นกลางที่พยายามเปลี่ยนสถานนะใหม่นั้นเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงมาก โดยเฉพาะการเข้าไปมีความสัมพันธ์กับรัฐและเศรษฐกิจ” ผศ.ดร.พรชัยชี้
ผศ.ดร.พรชัยกล่าวว่า หนังสืองานศพส่วนใหญ่จะ 2 ส่วน เช่น คนตายเป็นคนไม่สูบบุหรี่ รักษ์โลก จะเกิดใน 2540 จะเห็นบริบทช่วงเวลาที่คนรอบข้างทำให้ แต่หนังสือที่พบในช่วงแรกของภาคใต้ที่ทำเขาจะมีเรื่องที่อยากให้เขียนลงไป ช่วงประมาณ พ.ศ. 2510-2520 จะมีเครือข่ายคนทำหนังสือ แวดวงคนที่สนิทกัน จะมีการเอ่ยถึงกันอยู่จำนวนหนึ่ง และหนังสืองานศพอาจจะไม่ได้บอกวิธีคิดได้ทั้งหมด แต่หนังสืองานศพเป็นหนังสือสะท้อนชนชั้นนำ หรือ ปัญญาชนใหม่ที่อาจจะเสียงดัง
ผศ.ดร.พรชัยกล่าวทิ้งท้าย ว่าถ้าเราจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันขณะนี้ แต่ลึกลงไปมันมีอะไรที่เคยเกิดขึ้น ความแตกแยก ความแตกต่าง มันต้องมีที่มาที่ไป มันไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆแต่มันมีเหตุและผล ปัจจัยของมันที่ทำให้แสดงออกไปแบบนั้น
ทั้งนี้ หนังสือ “ชาติเมื่อวายชนม์ อุดมการณ์รัฐไทยในอนุสรณ์ฯ ผู้ดับสูญ” ผลงานการเขียนจาก “พรชัย นาคสีทอง” เปิดให้พรีออเดอร์แล้ววันนี้- 5 กรกฎาคม 2567 เริ่มจัดส่งหนังสือตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2567 ติดต่อ FB : Matichon Book-สำนักพิมพ์มติชน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักปวศ.ลุยค้น หนังสืองานศพ ‘คนใต้’ ตีแตกไอเดียหลัง 2475 ซูมเบื้องลึก ‘ชาติเมื่อวายซนม์’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th