ทิสโก้รุกสินเชื่อรถใหม่-จำนำทะเบียนจักรยานยนต์ ชี้เรือธงปี'68 คาดสินเชื่อรวมโต 0-5%
กลุ่มทิสโก้เดินหน้ายุทธศาสตร์ธุรกิจยั่งยืน ตั้งเป้าโตสินเชื่อคุณภาพ 0-5% รุกสินเชื่อรถใหม่-บ้านแลกเงิน ชู “จักรยานยนต์-จำนำทะเบียน“ เป็นเรือธง ยันบริหารความเสี่ยงได้ดี คุมหนี้เสียไม่เกิน 3% ด้านผลงานปี 2567 โกยกำไรสุทธิ 6,901 ล้านบาท
นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2568 คาดว่าจะขยายตัวในระดับ 2.8-3% ซึ่งมาจากการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐที่สามารถเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ และการท่องเที่ยว แต่การฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง ขณะที่ยอดขายรถยนต์คาดว่าจะอยู่ราว 6 แสนคัน จากปี 2567 อยู่ที่ 5.7 แสนคัน ดังนั้น ยังมีปัจจัยเสี่ยงทั้งจากภายในและจากภายนอก ซึ่งประเด็นที่ธนาคารให้ความเป็นห่วง คือ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และเศรษฐกิจที่โตต่ำ
ดังนั้น จากทิศทางเศรษฐกิจดังกล่าว ธนาคารตั้งเป้าการเติบโตสินเชื่ออย่างมีคุณภาพอยู่ที่ 0-5% จากยอดสินเชื่อคงค้างในปี 2567 อยู่ที่ 2.3 แสนล้านบาท โดยจะเน้นการเติบโตสินเชื่อรถใหม่มากขึ้นผ่านการขยายความร่วมมือกับค่ายรถยนต์ เนื่องจากภายใต้อัตราดอกเบี้ยทรงตัวหรือลดลง ทำให้ธนาคารเห็นต้นทุนชัดเจนขึ้น ทำให้ตั้งเป้าการเติบโตได้มากขึ้น คาดว่าจะเติบโตรถใหม่ราว 15%
ขณะเดียวกันธนาคารจะขยายผลิตภัณฑ์มากขึ้นผ่านสาขา ”สมหวัง เงินสั่งได้“ ที่มี 808 แห่ง เช่น การขยายสินเชื่อรถจักรยายนต์ จำนำทะเบียนจักรยานยนต์ ซึ่งจะเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงหลังจากนี้ เนื่องจากในช่วงที่มีการกำหนดเพดานดอกเบี้ย ทำให้ผู้เล่นในตลาดหลายรายไม่ทำกิจการต่อ จึงเป็นโอกาสของธนาคารที่จะเข้าไป รวมถึงขยายผลิตภัณฑ์ “บ้านแลกเงิน” โดยมีรูปแบบการจำนอง ซึ่งสามารถแข่งขันกับผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (น็อนแบงก์) ได้
ส่วนธุรกิจรายใหญ่ยังคงเน้นในกลุ่มที่มีความชำนาญ เช่น กลุ่มพลังงาน อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ซึ่งธนาคารยังเห็นความต้องการใช้วงเงินสินเชื่ออยู่ แต่ลูกค้ากลุ่มนี้ยังมีความไม่แน่นอนในการคืนสินเชื่อหากสามารถระดมทุนได้ ขณะที่สินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จะเน้นปล่อยสินเชื่อผ่านกลไกค้ำประกันสินเชื่อ
สำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให้รายได้ (เอ็นพีแอล) แนวโน้มขยับเพิ่มขึ้น เนื่องจากธนาคารไปในกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากขึ้น ทำให้หนี้เสียย่อมมีทิศทางขยับเพิ่มขึ้น แต่โดยรวมยังสามารถบริหารจัดการได้ โดยธนาคารร่วมกับทีมสมหวัง เงินสั่งได้ในการรวมทีมติดตามทวงถามหนี้ให้ครอบคลุมพื้นที่ปล่อยสินเชื่อมากขึ้น รวมถึงมาตรการแก้หนี้ครัวเรือนผ่านโครงการ ”คุณสู้ เราช่วย“ จะช่วยลดหนี้เดิมได้บางส่วน
ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าเข้าลงทะเบียนราว 7,000-8,000 ราย จากที่ลงทะเบียนผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ราว 3 แสนราย แม้ว่า 2 ใน 3 เป็นการลงทะเบียนเผื่อไว้ล่วงหน้า หรือมีคนที่ผ่านเกณฑ์ราว 30% ดังนั้น ภาพรวมหนี้เอ็นพีแอลในปี 2568 คาดว่าจะไม่ถึง 3% จากปี 2567 อยู่ที่ราว 2.4%
“การเติบโตสินเชื่อ 0-5% เป็นเบสต์กว้าง ๆ แม้ว่าที่ผ่านมาสินเชื่อเราไม่ได้โต แต่เราสามารถมีกำไรได้ เพราะเรามีการปรับพอร์ตมิกซ์ที่ดี เช่น ในรอบ 12 ปี สินเชื่อรายใหญ่จากสัดส่วน 12-13% เป็น 25-26% พอร์ตสินเชื่อจาก 3 หมื่นล้านบาท เป็น 6 หมื่นล้านบาท ดังนั้น การเติบโตเราจะ Return on Asset ด้วย และเติบโตโดยไม่ฝืนตลาดและเศรษฐกิจ เน้นประเมินหน้างาน เรียกว่า Dynamic ปรับตัวปรับพอร์ตตามการเปลี่ยนแปลง โดยสัดส่วนพอร์ตปัจจุบันสินเชื่อรายย่อยอยู่ที่ 70% รายใหญ่ 25% และเอสเอ็มอี 5%”
นายชาตรี จันทรงาม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายควบคุมการเงินและบริหารความเสี่ยงกลุ่มทิสโก้ กล่าวว่า ในปี 2567 กลุ่มทิสโก้มีกำไรสุทธิ 6,901 ล้านบาท อ่อนตัวลง 5.5% จากปีก่อน เนื่องจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss-ECL) ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.6% ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย เพื่อรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและหนี้ภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง
ขณะที่รายได้รวมจากการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้น 2.3% โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิทรงตัวจากปีก่อนหน้า จากการบริหารผลตอบแทนของเงินให้สินเชื่อที่มีประสิทธิภาพ แม้ในภาวะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้นเกือบ 30% ก็ตาม ด้านรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโต 8.4% จากการรับรู้กำไรจากเงินลงทุน การขยายตัวของธุรกิจหลักทรัพย์จัดการกองทุน โดยเฉพาะธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และรายได้ธุรกิจวาณิชธนกิจจากการเป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น IPO
อย่างไรก็ดี ค่าธรรมเนียมธุรกิจธนาคารพาณิชย์ชะลอตัวลง ผลจากรายได้นายหน้าประกันภัยที่ลดลงตามยอดการปล่อยสินเชื่อใหม่ อีกทั้งค่าธรรมเนียมจากการซื้อขายหลักทรัพย์อ่อนตัวลง จากปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯที่ซบเซา ด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 0.9% จากการลดลงของค่าใช้จ่ายพนักงาน ทั้งนี้ บริษัทมีอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROAE) งวดปี 2567 อยู่ที่ 16.1%
เงินให้สินเชื่อรวมของกลุ่มทิสโก้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 มีจำนวน 232,200 ล้านบาท ลดลง 1.1% จากสิ้นปี 2566 สาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของสินเชื่อเช่าซื้อรถใหม่ ซึ่งเป็นไปตามยอดขายรถยนต์ในประเทศที่หดตัวลงกว่า 27% ในขณะที่บริษัทยังคงนโยบายการขยายสินเชื่อในกลุ่มสินเชื่อบรรษัทขนาดใหญ่ และสินเชื่อรายย่อยที่มีอัตราผลตอบแทนสูง ได้แก่ สินเชื่อจำนำทะเบียน สินเชื่อเช่าซื้อรถมือสอง และสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ พร้อมด้วยเพิ่มความรอบคอบและระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อใหม่ในสภาวะที่เศรษฐกิจยังคงเปราะบาง
ด้านสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) อยู่ที่ 2.35% ของสินเชื่อรวม ผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงมุ่งเน้นการติดตามดูแลลูกหนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมกับการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม ด้วยระดับค่าเผื่อสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Coverage Ratio) อยู่ที่ 155.3%
ธนาคารทิสโก้ยังคงรักษาระดับฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง โดยมีประมาณการอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 20.5% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 11.0% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย และมีอัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 18.7%
และ 1.8% ตามลำดับ
”รายได้ดอกเบี้ยยังมีความท้าทายอยู่ แต่เราสามารถรักษาระดับได้ เนื่องจากต้นทุนทางการเงิน (Cost of Fund) ปรับลดลง ทำให้มาร์จิ้นไม่ได้ปรับลดลงมาก และมีสินเชื่อเข้ามาช่วย จึงทำให้รายได้ดอกเบี้ยเติบโตเล็กน้อย ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมยังต้องรอดูยอดขายรถยนต์ที่จะมีเรื่องของการประกันเข้ามา รวมถึงต้องดูวอลุ่มการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อก็มีส่วนช่วย แต่ยังมีแรงกดดันอยู่”
นายเมธา ปิงสุทธิวงศ์ กรรมการอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มทิสโก้ กล่าวว่า ธุรกิจธนบดีและตลาดทุน จะมุ่งเน้นการให้คำปรึกษาทางการเงินแบบองค์รวม (Holistic Financial Advisory) ครอบคลุมทั้งบริการที่ปรึกษาการเงิน การลงทุน ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ การวางแผนเกษียณ และการวางแผนมรดก เพื่อสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนในระยะยาวและเหมาะสมกับความต้องการตลอดช่วงชีวิตของลูกค้า
ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) มุ่งเน้นยกระดับบริการการวางแผนการเงินให้มีประสิทธิภาพขึ้น โดยจับมือกับพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) 14 แห่ง และบริษัทประกัน 11 แห่ง เพื่อคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายโดยไม่จำกัดค่าย ควบคู่กับการให้คำแนะนำที่ผสานระหว่างที่ปรึกษาทางการเงินและโปรแกรมวางแผนการเงิน TISCO My Goal
ธุรกิจบริหารจัดการกองทุน (Asset Management) มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอแก่ลูกค้า พร้อมขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัล และ Agent Network รวมถึงต่อยอดผลิตภัณฑ์และบริการไปในกลุ่มกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)
ธุรกิจหลักทรัพย์ (Securities Brokerage) เพิ่มโอกาสการลงทุนที่ง่ายและสะดวกให้กับลูกค้า พร้อมกระจายรายได้จากการให้บริการใหม่ ๆ โดยนำ AI เข้ามาประยุกต์ใช้ ร่วมกับการจัดสัมมนาให้ความรู้แก่ลูกค้า
ธุรกิจประกันภัย (Bancassurance) มุ่งพัฒนาและคัดสรรผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่คุ้มค่า ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าในเชิงลึก ผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับบริษัทพันธมิตรประกันภัยชั้นนำ โดยที่บริษัทจะคำนึงถึงความเหมาะสมกับความเสี่ยงและสถานะทางการเงินของลูกค้าแต่ละราย เพื่อให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด สามารถช่วยลูกค้าบริหารความเสี่ยง และสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
“การหารายได้ค่าธรรมเนียมยังคงเป็นธีมหลักของเรา ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนรายได้ดอกเบี้ยอยู่ที่ราว 70-75% และรายได้ค่าธรรมเนียม 35-40% ซึ่งสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของกลุ่มธนาคาร ซึ่งเราจะเน้นขยายฐานลูกค้าที่มีเงินฝากและลงทุนตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไปผ่านการลงทุนในกองทุนต่าง ๆ ที่เน้นสร้างผลตอบแทน“
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทิสโก้รุกสินเชื่อรถใหม่-จำนำทะเบียนจักรยานยนต์ ชี้เรือธงปี’68 คาดสินเชื่อรวมโต 0-5%
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net