โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ทิสโก้รุกสินเชื่อรถใหม่-จำนำทะเบียนจักรยานยนต์ ชี้เรือธงปี'68 คาดสินเชื่อรวมโต 0-5%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ม.ค. 2568 เวลา 08.39 น. • เผยแพร่ 14 ม.ค. 2568 เวลา 10.21 น.

กลุ่มทิสโก้เดินหน้ายุทธศาสตร์ธุรกิจยั่งยืน ตั้งเป้าโตสินเชื่อคุณภาพ 0-5% รุกสินเชื่อรถใหม่-บ้านแลกเงิน ชู “จักรยานยนต์-จำนำทะเบียน“ เป็นเรือธง ยันบริหารความเสี่ยงได้ดี คุมหนี้เสียไม่เกิน 3% ด้านผลงานปี 2567 โกยกำไรสุทธิ 6,901 ล้านบาท

นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2568 คาดว่าจะขยายตัวในระดับ 2.8-3% ซึ่งมาจากการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐที่สามารถเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ และการท่องเที่ยว แต่การฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง ขณะที่ยอดขายรถยนต์คาดว่าจะอยู่ราว 6 แสนคัน จากปี 2567 อยู่ที่ 5.7 แสนคัน ดังนั้น ยังมีปัจจัยเสี่ยงทั้งจากภายในและจากภายนอก ซึ่งประเด็นที่ธนาคารให้ความเป็นห่วง คือ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และเศรษฐกิจที่โตต่ำ

ดังนั้น จากทิศทางเศรษฐกิจดังกล่าว ธนาคารตั้งเป้าการเติบโตสินเชื่ออย่างมีคุณภาพอยู่ที่ 0-5% จากยอดสินเชื่อคงค้างในปี 2567 อยู่ที่ 2.3 แสนล้านบาท โดยจะเน้นการเติบโตสินเชื่อรถใหม่มากขึ้นผ่านการขยายความร่วมมือกับค่ายรถยนต์ เนื่องจากภายใต้อัตราดอกเบี้ยทรงตัวหรือลดลง ทำให้ธนาคารเห็นต้นทุนชัดเจนขึ้น ทำให้ตั้งเป้าการเติบโตได้มากขึ้น คาดว่าจะเติบโตรถใหม่ราว 15%

ขณะเดียวกันธนาคารจะขยายผลิตภัณฑ์มากขึ้นผ่านสาขา ”สมหวัง เงินสั่งได้“ ที่มี 808 แห่ง เช่น การขยายสินเชื่อรถจักรยายนต์ จำนำทะเบียนจักรยานยนต์ ซึ่งจะเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงหลังจากนี้ เนื่องจากในช่วงที่มีการกำหนดเพดานดอกเบี้ย ทำให้ผู้เล่นในตลาดหลายรายไม่ทำกิจการต่อ จึงเป็นโอกาสของธนาคารที่จะเข้าไป รวมถึงขยายผลิตภัณฑ์ “บ้านแลกเงิน” โดยมีรูปแบบการจำนอง ซึ่งสามารถแข่งขันกับผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (น็อนแบงก์) ได้

ส่วนธุรกิจรายใหญ่ยังคงเน้นในกลุ่มที่มีความชำนาญ เช่น กลุ่มพลังงาน อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ซึ่งธนาคารยังเห็นความต้องการใช้วงเงินสินเชื่ออยู่ แต่ลูกค้ากลุ่มนี้ยังมีความไม่แน่นอนในการคืนสินเชื่อหากสามารถระดมทุนได้ ขณะที่สินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จะเน้นปล่อยสินเชื่อผ่านกลไกค้ำประกันสินเชื่อ

สำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให้รายได้ (เอ็นพีแอล) แนวโน้มขยับเพิ่มขึ้น เนื่องจากธนาคารไปในกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากขึ้น ทำให้หนี้เสียย่อมมีทิศทางขยับเพิ่มขึ้น แต่โดยรวมยังสามารถบริหารจัดการได้ โดยธนาคารร่วมกับทีมสมหวัง เงินสั่งได้ในการรวมทีมติดตามทวงถามหนี้ให้ครอบคลุมพื้นที่ปล่อยสินเชื่อมากขึ้น รวมถึงมาตรการแก้หนี้ครัวเรือนผ่านโครงการ ”คุณสู้ เราช่วย“ จะช่วยลดหนี้เดิมได้บางส่วน

ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าเข้าลงทะเบียนราว 7,000-8,000 ราย จากที่ลงทะเบียนผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ราว 3 แสนราย แม้ว่า 2 ใน 3 เป็นการลงทะเบียนเผื่อไว้ล่วงหน้า หรือมีคนที่ผ่านเกณฑ์ราว 30% ดังนั้น ภาพรวมหนี้เอ็นพีแอลในปี 2568 คาดว่าจะไม่ถึง 3% จากปี 2567 อยู่ที่ราว 2.4%

“การเติบโตสินเชื่อ 0-5% เป็นเบสต์กว้าง ๆ แม้ว่าที่ผ่านมาสินเชื่อเราไม่ได้โต แต่เราสามารถมีกำไรได้ เพราะเรามีการปรับพอร์ตมิกซ์ที่ดี เช่น ในรอบ 12 ปี สินเชื่อรายใหญ่จากสัดส่วน 12-13% เป็น 25-26% พอร์ตสินเชื่อจาก 3 หมื่นล้านบาท เป็น 6 หมื่นล้านบาท ดังนั้น การเติบโตเราจะ Return on Asset ด้วย และเติบโตโดยไม่ฝืนตลาดและเศรษฐกิจ เน้นประเมินหน้างาน เรียกว่า Dynamic ปรับตัวปรับพอร์ตตามการเปลี่ยนแปลง โดยสัดส่วนพอร์ตปัจจุบันสินเชื่อรายย่อยอยู่ที่ 70% รายใหญ่ 25% และเอสเอ็มอี 5%”

นายชาตรี จันทรงาม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายควบคุมการเงินและบริหารความเสี่ยงกลุ่มทิสโก้ กล่าวว่า ในปี 2567 กลุ่มทิสโก้มีกำไรสุทธิ 6,901 ล้านบาท อ่อนตัวลง 5.5% จากปีก่อน เนื่องจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss-ECL) ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.6% ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย เพื่อรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและหนี้ภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง

ขณะที่รายได้รวมจากการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้น 2.3% โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิทรงตัวจากปีก่อนหน้า จากการบริหารผลตอบแทนของเงินให้สินเชื่อที่มีประสิทธิภาพ แม้ในภาวะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้นเกือบ 30% ก็ตาม ด้านรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโต 8.4% จากการรับรู้กำไรจากเงินลงทุน การขยายตัวของธุรกิจหลักทรัพย์จัดการกองทุน โดยเฉพาะธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และรายได้ธุรกิจวาณิชธนกิจจากการเป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น IPO

อย่างไรก็ดี ค่าธรรมเนียมธุรกิจธนาคารพาณิชย์ชะลอตัวลง ผลจากรายได้นายหน้าประกันภัยที่ลดลงตามยอดการปล่อยสินเชื่อใหม่ อีกทั้งค่าธรรมเนียมจากการซื้อขายหลักทรัพย์อ่อนตัวลง จากปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯที่ซบเซา ด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 0.9% จากการลดลงของค่าใช้จ่ายพนักงาน ทั้งนี้ บริษัทมีอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROAE) งวดปี 2567 อยู่ที่ 16.1%

เงินให้สินเชื่อรวมของกลุ่มทิสโก้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 มีจำนวน 232,200 ล้านบาท ลดลง 1.1% จากสิ้นปี 2566 สาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของสินเชื่อเช่าซื้อรถใหม่ ซึ่งเป็นไปตามยอดขายรถยนต์ในประเทศที่หดตัวลงกว่า 27% ในขณะที่บริษัทยังคงนโยบายการขยายสินเชื่อในกลุ่มสินเชื่อบรรษัทขนาดใหญ่ และสินเชื่อรายย่อยที่มีอัตราผลตอบแทนสูง ได้แก่ สินเชื่อจำนำทะเบียน สินเชื่อเช่าซื้อรถมือสอง และสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ พร้อมด้วยเพิ่มความรอบคอบและระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อใหม่ในสภาวะที่เศรษฐกิจยังคงเปราะบาง

ด้านสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) อยู่ที่ 2.35% ของสินเชื่อรวม ผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงมุ่งเน้นการติดตามดูแลลูกหนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมกับการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม ด้วยระดับค่าเผื่อสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Coverage Ratio) อยู่ที่ 155.3%

ธนาคารทิสโก้ยังคงรักษาระดับฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง โดยมีประมาณการอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 20.5% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 11.0% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย และมีอัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 18.7%
และ 1.8% ตามลำดับ

”รายได้ดอกเบี้ยยังมีความท้าทายอยู่ แต่เราสามารถรักษาระดับได้ เนื่องจากต้นทุนทางการเงิน (Cost of Fund) ปรับลดลง ทำให้มาร์จิ้นไม่ได้ปรับลดลงมาก และมีสินเชื่อเข้ามาช่วย จึงทำให้รายได้ดอกเบี้ยเติบโตเล็กน้อย ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมยังต้องรอดูยอดขายรถยนต์ที่จะมีเรื่องของการประกันเข้ามา รวมถึงต้องดูวอลุ่มการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อก็มีส่วนช่วย แต่ยังมีแรงกดดันอยู่”

นายเมธา ปิงสุทธิวงศ์ กรรมการอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มทิสโก้ กล่าวว่า ธุรกิจธนบดีและตลาดทุน จะมุ่งเน้นการให้คำปรึกษาทางการเงินแบบองค์รวม (Holistic Financial Advisory) ครอบคลุมทั้งบริการที่ปรึกษาการเงิน การลงทุน ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ การวางแผนเกษียณ และการวางแผนมรดก เพื่อสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนในระยะยาวและเหมาะสมกับความต้องการตลอดช่วงชีวิตของลูกค้า

ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) มุ่งเน้นยกระดับบริการการวางแผนการเงินให้มีประสิทธิภาพขึ้น โดยจับมือกับพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) 14 แห่ง และบริษัทประกัน 11 แห่ง เพื่อคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายโดยไม่จำกัดค่าย ควบคู่กับการให้คำแนะนำที่ผสานระหว่างที่ปรึกษาทางการเงินและโปรแกรมวางแผนการเงิน TISCO My Goal

ธุรกิจบริหารจัดการกองทุน (Asset Management) มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอแก่ลูกค้า พร้อมขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัล และ Agent Network รวมถึงต่อยอดผลิตภัณฑ์และบริการไปในกลุ่มกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)

ธุรกิจหลักทรัพย์ (Securities Brokerage) เพิ่มโอกาสการลงทุนที่ง่ายและสะดวกให้กับลูกค้า พร้อมกระจายรายได้จากการให้บริการใหม่ ๆ โดยนำ AI เข้ามาประยุกต์ใช้ ร่วมกับการจัดสัมมนาให้ความรู้แก่ลูกค้า

ธุรกิจประกันภัย (Bancassurance) มุ่งพัฒนาและคัดสรรผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่คุ้มค่า ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าในเชิงลึก ผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับบริษัทพันธมิตรประกันภัยชั้นนำ โดยที่บริษัทจะคำนึงถึงความเหมาะสมกับความเสี่ยงและสถานะทางการเงินของลูกค้าแต่ละราย เพื่อให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด สามารถช่วยลูกค้าบริหารความเสี่ยง และสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

“การหารายได้ค่าธรรมเนียมยังคงเป็นธีมหลักของเรา ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนรายได้ดอกเบี้ยอยู่ที่ราว 70-75% และรายได้ค่าธรรมเนียม 35-40% ซึ่งสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของกลุ่มธนาคาร ซึ่งเราจะเน้นขยายฐานลูกค้าที่มีเงินฝากและลงทุนตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไปผ่านการลงทุนในกองทุนต่าง ๆ ที่เน้นสร้างผลตอบแทน“

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทิสโก้รุกสินเชื่อรถใหม่-จำนำทะเบียนจักรยานยนต์ ชี้เรือธงปี’68 คาดสินเชื่อรวมโต 0-5%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...