ทริสเรทติ้ง ให้เรทติ้ง หุ้นกู้ GULF วงเงิน 30,000 ล้านบาท ที่ AA-
ทริสเรทติ้ง ให้เรทติ้ง หุ้นกู้ GULF วงเงิน 30,000 ล้านบาท ที่ "AA-" แนวโน้ม "Stable" สะท้อนผู้นำธุรกิจโรงไฟฟ้า รับปันผล ADVANC จุกๆ คาดปี 68 โชว์ EBITDA 50,000 ล้านบาท
ทริสเรทติ้ง จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 30,000 ล้านบาท และมีอายุไม่เกิน 10 ปี ของบมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ (GULF)ที่ระดับ “AA-” โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปใช้ขยายธุรกิจและ/หรือใช้ชำระหนี้
พร้อมกันนี้ ทริสเรทติ้งยังคงอันดับเครดิตองค์กรของบริษัทที่ระดับ “AA-” และคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของบริษัทที่ระดับ “AA-” พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่”
อันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะความเป็นผู้นำของ GULF ในธุรกิจผลิตไฟฟ้าภายในประเทศ รวมถึงการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีการกระจายตัวดี และความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงจากการมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว
นอกจากนี้ การพิจารณาอันดับเครดิตยังคำนึงถึงรายได้จากเงินปันผลจำนวนมากที่บริษัทได้รับจากการลงทุนในหลายกิจการ โดยเฉพาะแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) รวมถึงความเสี่ยงจากการลงทุนในต่างประเทศและภาระค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนตามแผนจำนวนมากอีกด้วย
ทริสเรทติ้งคาดว่าผลการดำเนินงานของบริษัทจะสอดคล้องกับประมาณการกรณีพื้นฐานของทริสเรทติ้ง โดยบริษัทน่าจะมี EBITDA ที่ประมาณ 50,000 ล้านบาทในปี 2568
ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งก็ยังคาดหวังด้วยว่าบริษัทจะบริหารจัดการระดับหนี้สินด้วยความระมัดระวังแม้จะมีเงินลงทุนตามแผนจำนวนมากก็ตาม
ทั้งนี้ การที่บริษัทมีสินทรัพย์ลงทุนจำนวนมากน่าจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการจำหน่ายสินทรัพย์ที่มีอยู่เพื่อรองรับการลงทุนใหม่ได้ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถรักษาอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ให้อยู่ในระดับ 6-7 เท่าได้ในระยะ 3 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้ ความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้จากธนาคารและตลาดทุนภายในประเทศก็น่าจะช่วยสร้างความมั่นใจต่อความเพียงพอในด้านสภาพคล่องของบริษัทได้อีกด้วย
แนวโน้มอันดับเครดิต
แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนความคาดหวังของทริสเรทติ้งว่าโรงไฟฟ้าที่ดำเนินงานแล้วของบริษัทจะยังคงมีผลการดำเนินงานที่ดีและสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงต่อไป
นอกจากนี้ บริษัทจะสามารถพัฒนาและดำเนินโครงการใหม่ได้ตามแผนงานที่กำหนดไว้ ซึ่งจะทำให้ตัวชี้วัดเครดิตของบริษัทสอดคล้องกับประมาณการกรณีพื้นฐานของทริสเรทติ้ง