โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

MI คาด อุตฯโฆษณาปี 66 ทะลุ 8.3 หมื่นลบ. หวังนโยบายเศรษฐาดันเม็ดเงินปีหน้าโต 5%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 ส.ค. 2566 เวลา 09.03 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2566 เวลา 02.03 น.

*นายภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จํากัด หรือ MI* เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมโฆษณา ปี 2566 คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัก 83,031 ล้านบาท เติบโต 2.5% ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อช่วงต้นปีที่ประมาณการขยายตัวไว้ที่ 5%

ทิศทางเม็ดเงินโฆษณาเป็นไปตามที่เคยคาดการณ์ไว้ สื่อทีวีเข้าสู่ขาลงต่อเนื่อง โดยปีนี้น่าจะอยู่ที่ 36,199 ล้านบาท ลดลง -1% เมื่อเทียบกับปี 2565

โดยตัวขับเคลื่อนหลักของสื่อทีวี คือ คอนเทนต์รายการประเภทข่าว วิเคราะห์ข่าวและละคร ซึ่งปีนี้กลับมาคึกคักเป็นพิเศษ ส่วนรายการประเภทอื่นค่อนข้างถดถอยและถูกท้าทายอย่างต่อเนื่องหลัก ๆ โดยคอนเทนต์บน Social & Streaming Platforms

“สื่อทีวี มีแนวโน้มถดถอยไปถึงในจุดตัดระดับเดียวกับเม็ดเงินสื่อดิจิทัลในปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 27,000 ล้านบาท ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า หรือราวปี 2567-2568 ปัจจัยหลักมาจากการแย่งชิงชิงสายตาคนดู (eyeball) จากแพลตฟอร์มสตรีมมิงและOTT ในปัจจุบัน”

ส่วนสื่อดิจิทัลและสื่อนอกบ้าน (Out of Home & Transit : OOH) ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าปีนี้จะมีอัตราการเติบโตอย่างน้อย +7% และ +10% ตามลำดับ

สำหรับเม็ดเงินสื่อดิจิทัลที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ถูกขับเคลื่อนจาก 2-3 แพลตฟอร์ม หลักคือ Meta และ YouTube ส่วน TikTok เป็นอีกแพลตฟอร์ม ที่น่าจับมองในแง่การเติบโตของเม็ดเงินโฆษณาและมีผลกะทบในเชิง Full-Funnel Solution

โดย MI GROUP คาดผู้ใช้งานเป็นประจำในไทยทะลุมากกว่า 30 ล้านคน (monthly users base 49.3M users info by TikTok) โดยมีเหล่าครีเอเตอร์ (Influencers) เป็นตัวขับเคลื่อนหลักในยุคเศรษฐกิจอีคอมเมิร์ซ (e-commerce economy) เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้สื่อดิจิตัลคึกคักและเติบโตต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสื่ออื่น ๆ แม้จะมีบทบาทน้อยลง แต่ยังคงมีบทบาทในการสื่อสารและสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างกันไปกับแต่ละกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ

ทั้งนี้ การเติบโตของอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาที่ลดลงกว่าคาดการณ์ เป็นผลจากความท้าทายและปัจจัยลบตลอด 8 เดือนแรกของปีที่ผ่านมา อาทิ อัตราการเติบโต GDP ต่ำกว่าคาดการณ์ (กรอบ 3%) เงินเฟ้อสินค้าราคาแพง หนี้ครัวเรือนสูงขึ้น ภาคส่งออกติดลบ การเมืองยังไม่นิ่ง ฉุดความเชื่อมั่นและความต้องการสินค้าในตลาดต่ำ

ส่วนปัจจัยบวกยังมีไม่มาก คือ การฟื้นตัวการท่องเที่ยว ต่างชาติเดินทางเข้าไทย ส่งผลไปยังธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงปัจจัยบวกใหม่ หลังจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ และโฉมหน้าคณะรัฐมนตรี (เศรษฐา1)

อย่างไรก็ตาม หากไม่มีปัจจัยอื่น ส่งผลต่อการเมืองและรัฐบาลใหม่ หรือมีนโยบายบางอย่างที่ประกาศว่าจะทำเลยหลังรัฐบาลใหม่เข้าบริหารประเทศภายในปลายเดือนกันยายน เช่น การปรับลดราคาเชื้อเพลิง ค่าครองชีพเช่น ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล

รวมถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ทุกคนเฝ้ารอน่าจะส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาด ในช่วงต้นปีหน้าเป็นอย่างเร็ว เช่น เงินดิจิทัล 10,000 บาท หรืออาจส่งผลได้ในระยะเวลาอีกหลายปี เช่น ค่าแรงขั้นต่ำ เงินเดือนนักศึกษาจบใหม่ เงินเดือนข้าราชการ ซอฟต์พาวเวอร์ เป็นต้น

โดยในปีหน้า MI Group มองว่าในปี 2566 ยังมีหลายปัจจัยกระทบที่ยังไม่นิ่งในอุตสาหกรรมสื่อโฆษณา สำหรับปัจจัยบวก คือ ภาคการท่องเที่ยวที่จะยังดีอยู่ และความคืบหน้านโยบายด้านเศรษฐกิจ ส่วนปัจจัยลบ คือ การถดงถอยต่อเนื่องของสื่อดั้งเดิม (เช่น ทีวี, สิ่งพิมพ์, วิทยุ ผลกระทบจากการเข้ามาของ เอไอ ผลักดันให้ในปีหน้าเติบโตไม่เกิน +5%

โดย 3 อันดับแรกสื่อโฆษณาที่จะยังเติบโตต่อเนื่อง คือ สื่อดิจิทัล สื่อนอกบ้านและสื่อเคลื่อนที่ (Out of Home & Transit) ส่วนสื่อที่เหลือคาดจะเติบโตคงที่หรือถดถอย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...