โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จาก “ข้าว” สู่ “สุราชุมชน” สร้างมูลค่าเพิ่ม-เสริมรายได้ชาวนา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 มิ.ย. 2566 เวลา 16.10 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2566 เวลา 03.45 น.

ภาพบรรยากาศงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2566 ที่จัดขึ้นบริเวณกรมการข้าว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นไปอย่างคึกคัก ไม่ใช่เพียงเพราะมีการนำนวัตกรรมด้านการผลิตข้าวมาจัดแสดงเท่านั้น แต่งานปีนี้ได้มีการนำสินค้าแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มจากข้าวมาจัดแสดงด้วย ไฮไลต์สำคัญ คือ สุราพื้นบ้านที่ต่อยอดจากข้าว สินค้าเกษตรขั้นพื้นฐานจนกลายเป็นสินค้าไฮแวลู่

ในแต่ละปีประเทศไทยมีรายได้จากการส่งออกข้าวปีละนับกว่า 1.5 แสนล้านบาท แต่เกษตรกรไทยยังไม่สามารถหลุดพ้นกับดักความยากจน จากการทำการเกษตรวิถีเดิม

กระทั่งเทรนด์การส่งเสริมให้มีการต่อยอดพัฒนาสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน “สุราจากข้าว” กลายมาเป็นสินค้าความหวังตัวใหม่ของเกษตรกร จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า สุราแช่พื้นเมืองเริ่มมียอดจองยาวเหยียด สะท้อนเสียงตอบรับจากภาคประชาชนที่มีต่อ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตใหม่ (สุราก้าวหน้า)

สุราสักทอง หวั่นเกณฑ์ผู้ผลิต

นางกัญญาภัค ออมแก้ว ประธานชุมชน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสุราสักทอง กล่าวว่า เห็นด้วยกับเรื่องสุราก้าวหน้าที่ให้คนในชุมชนสามารถหมักเพื่อใช้บริโภคในชุมชน และเป็นสินค้าท้องถิ่นที่เข้มแข็งและมีตลาดของตัวเองที่สามารถยกระดับราคาสินค้าเกษตรอย่างข้าวให้มีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงส่งเสริมให้ไปสู่ตลาดโลก โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจคนตัวเล็กที่สามารถเติบโตเป็นตัวใหญ่ได้

“สุราสักทองเป็นการช่วยเหลือกันในชุมชนชาวนา ตำบลสะเอียบ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เพื่อยกระดับสินค้าอย่างข้าว โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นต่อยอดสร้างสรรค์เป็นสาโท ซึ่งปัจจุบันก็มีหลากหลายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ เช่น สุรากลั่น ไวน์ผลไม้ สุรากลั่นพิเศษ ถึงแม้ว่า พ.ร.บ.สุราก้าวหน้าจะยังไม่ผ่าน แต่ด้วยกระแสของสุราก้าวหน้า รวมถึงการโปรโมตจากกลุ่มเครือข่ายสุราก้าวหน้าก็ทำให้หลายรายขายจนหมดสต๊อก”

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลถึงกฎเกณฑ์ในการกำหนดผู้ผลิตสุราและการควบคุมการขาย รวมถึงการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเยาวชนที่คาดหวังให้มีความรัดกุมในการออกนโยบาย

แซตอม หนุนสุราก้าวหน้า

นายสุแทน สุขจิต วิสาหกิจชุมชนแซตอมออร์แกนิคฟาร์ม จ.สุรินทร์ กล่าวขอบคุณนโยบายสุราก้าวหน้าที่นำความคิดใหม่เข้ามาช่วยต่อยอดและสนับสนุนนวัตกรรมของท้องถิ่นไทย เพราะสินค้าของแซตอมทำโดยกลุ่มชาวนาที่ทำอาชีพเกษตรกรรมแต่เพียงอย่างเดียว รายได้ไม่เพียงพอ

จึงต้องการแปรรูปข้าวด้วยนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าและสามารถยืดอายุการรักษา พร้อมอนุรักษ์ภูมิปัญญา และช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม ไม่ได้ผูกขาดอยู่กับการขายข้าวเปลือกเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ได้มีการแก้ไขการอนุญาตผลิตสุรา เพื่อเปิดโอกาสให้สามารถขยายกำลังการผลิตเป็นระดับกลาง สามารถใช้เครื่องจักรที่มีกำลังการผลิตสูงกว่า 5 แรงม้า แต่ไม่เกิน 50 แรงม้า และสามารถใช้คนงานมากกว่า 7 คนแต่ไม่เกิน 50 คน ในการผลิตได้ แต่ก็ยังไม่ตอบโจทย์กับผู้ประกอบการสุราชุมชน

“แซตอม ออร์แกนิคเป็นโรงงานอุตสาหกรรมสุราขนาดเล็กมีกำลังการผลิตต่ำกว่า 5 แรงม้า ทว่าในปัจจุบันเครื่องจักรที่มีกำลังผลิต 5 แรงม้าหรือเทียบเท่ากับการใช้เตาถ่าน 2-3 เตา ซึ่งปัจจุบันก็แทบจะไม่มีเครื่องจักรที่มีกำลังผลิตขนาดนั้นแล้ว

ถึงแม้จะเข้าใจทางกรมสรรพสามิตที่มีเหตุผลในการออกกฎหมายกำหนดปริมาณกำลังการผลิตโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางที่ 50 แรงม้า แต่ก็มากเกินไปสำหรับการผลิตสุราชุมชนใช้แค่เครื่องจักรการผลิต 20 แรงม้า ก็เหลือเฟือแล้ว” นายสุแทนกล่าว

หนุนปลูกข้าวสาลี

ด้าน นายสิปปวิชญ์ ปัญญาตุ้ย นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ศูนย์วิจัยข้าวสะเมิง กองวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว กล่าวว่า กรมการข้าวเตรียมออกพันธุ์ข้าวสาลี เพื่อนำร่องให้เกษตรกรทางภาคเหนือปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ สำหรับใช้พัฒนาเป็นสุราในอนาคต

“เนื่องจากพันธุ์ข้าวสาลีของทางกรมการข้าว นอกจากทำขนมปังแล้ว สามารถนำมาเป็นต้นแบบในกลุ่มของคราฟต์เบียร์ในกลุ่มเบียร์ข้าวสาลี (wheat beer) หรือที่รู้จักกันในกลุ่ม Weizen ซึ่งเป็นเบียร์ข้าวสาลีของเยอรมนี โดยปัจจุบันกรมการข้าวยังมีการปรับปรุงพันธุ์ในกลุ่มข้าวบาร์เลย์อีกด้วย และคาดว่าในปี 2568 จะได้ข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์เพื่อรับรองพันธุ์ไปทำมอลต์ (Malt) เพื่อเป็นหัวเชื้อในกลุ่มแอลกอฮอล์”

โดยโครงการข้าวสาลีของทางกรมการข้าวจะให้องค์ความรู้แก่เกษตรกร เช่น เทคโนโลยีในการผลิตพันธุ์ข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ รวมไปถึงการยกระดับสินค้าด้วยสูตรการผลิตคราฟต์เบียร์จากข้าวสาลี ซึ่งมีกรมการข้าวและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ

แต่อย่างไรก็ตามในขั้นต้น กรมการข้าวต้องการส่งเสริมเกษตรกรในการผลิตข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์เป็นหลักก่อน เพื่อเป็นรายได้เสริมให้แก่เกษตรกรก่อน ส่วนการต่อยอดและยกระดับในการทำผลิตภัณฑ์ต้องพิจารณาในลำดับถัดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...