72ชั่วโมงสุดท้ายของ3หัวใจหงส์
BBC นำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจของตลาดนักเตะที่กำลังจะ “เปิดตัว” อีกครั้ง ในวันที่ 1 มกราคม 2025 หรือปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนักบอลที่สัญญากำลังจะหมดในช่วงกลางปีหน้า สามารถเจรจากับ “สโมสรใดก็ได้”ประเด็นคือ เรื่องของ “หงส์แดง“ ลิเวอร์พูล จ่าฝูง โดย BBC จั่วหัวสกู๊ปเอาไว้ว่า ‘The Liverpool problem’สรุปเรื่องราวสำคัญได้แก่………..
ถ้าคุณใช้ชีวิตอยู่ปกติ โดยไม่ได้อยู่ใต้ก้อนหิน คุณคงรู้ดีว่าลิเวอร์พูลมีผู้เล่นตัวจริง 3 คนในสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะเสีย “ผู้เล่นตัวหลัก” ออกไปจากทีมลิเวอร์พูล “อาจจะ” เสียทั้ง โมฮัมเหม็ด ซาลาห์, เฟอร์จีล ฟาน ไดค์ และเทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 3 นักเตะกลุ่มผู้นำทีมไปแบบไร้ค่าตัวในช่วงซัมเมอร์นี้
แม้แต่ผู้นำทีมอย่าง อาร์ดเน่อ ชล็อต เองก็ไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้เลย ยกเว้นคำว่า “กำลังเจรจา” และ “เป็นไปในทางที่ดี”
มันคือความคืบหน้า หรือว่า เลี่ยงบาลี กันแน่?!?!?!?เริ่มจาก ซาลาห์ วัย 32 ปีไม่แสดงทีท่าว่าจะเสียสมาธิไปกับการคาดเดาอนาคตของเขาเลย โดยเขายิงไป 16 ประตูและทำแอสซิสต์ไป 11 ครั้งในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ พร้อมกับฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมต่อเนื่อง
รายงานระบุว่า สโมสรค่อนข้าง “ระมัดระวัง” ที่จะจ่ายเงินก้อนโตเพื่อดึงเขาเอาไว้ แต่ก็มีคำถามเหมือนว่า ตกลงแล้วสโมสร “จะต้องจ่ายเท่าไหร่” รวมถึงแฟนๆ จะตอบสนองอย่างไร เมื่อต้องเสียไอดอลของเดอะค็อปไป?ซาลาห์ แบะท่าและให้สัมภาษณ์แบบโต้ง ๆ ว่า อยากจะใช้ชีวิตอยู่ที่แอนฟิลด์ อย่างน้อยก็ 3 ครั้งแต่การเจรจายังไม่เสร็จสิ้นเช่นเดียวกันกับกรณีของ เฟอร์จีล ฟาน ไดค์ กองหลังชาวดัตช์ วัย 33 ปี ผู้สวมปลอกแขนกัปตันทีมว่ากันตามเชิง ฟาน ไดจ์ค มีโอกาสมากที่สุดที่จะอยู่ต่อจากกรณีของทั้ง 3 คน และเวลานี้ยักษ์ใหญ่จากแดนกังหันลม ก็อยู่ในฟอร์มที่ดีอีกครั้ง ไม่มีเหตุผลว่า ทำไมเขาจะย้ายออกไป และน่าจะใช้ชีวิตอยู่แอนฟิลด์ออกไปเป็นปีที่ 8
ขณะที่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เป็นคนที่ “อยู่คนละส่วน” นับว่าเป็น “คนนอกกลุ่ม” จาก 3 คนนี้ เนื่องจากเขาอายุเพียง 26 ปีเท่านั้นเทรนท์ เวลานี้อาจจะอยู่ในช่วงพีค หรือใกล้ถึงจุดสูงสุดของอาชีพ มีข่าวตีมาจาก สเปน โดยสื่อของ เรอัล มาดริด อย่าง “มาร์ก้า” ว่า ทีมได้ตกลงกับฟูลแบ็ครายนี้แล้ว และนั่นแหล่ะมันคือ “เกมปั่นประสาท” โดยโลกที่ออนไหวจากออนไลน์ ที่ชอบ “ข่าวดราม่า” มากกว่า “ข่าวกรอง”หากเราเลือกที่จะไม่ให้ความสำคัญกับบทความล่าสุดของ มาร์ก้า มากเกินไป อย่างไรก็ตาม เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ เทรนท์ นั้นแตกต่างไปจากเรื่องราวของฟาน ไดจ์ค และซาลาห์ความน่าสนใจมีอยู่ว่า ตามบัญชีหนังหมาปรากฎชัดเจน เรื่องของประวัติการเซ็นสัญญากับผู้เล่นอิสระรายใหญ่ ๆ มากมายที่เดินเข้าสู่ เบอร์นาเบวคีลิยัน เอ็มบัปเป้, อันโตนิโอ รูดิเกอร์ และดาบิด อลาบา คือตัวอย่าง ซึ่งสามารถรวมได้ถึง สตีฟ แม็คมานามาน จากลิเวอร์พูล เมื่อปี 1999 ซึ่งปีกรายนี้เป็นผู้เล่นอังกฤษคนแรก ๆ ที่ทำให้ ‘กฎบอสแมน' เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์เทรนท์ อาจจะเป็นรายต่อไปหรือไม่? ยังไม่มีใครรู้เลย และเขาก็พูดมาตลอดว่า ที่ผ่านมานั้นการต่อสัญญาของเขาก็ไม่เคยบอกใครสิ่งที่น่าสนใจจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันว่า เทรนท์ ติดปัญหากรณีที่ "ตัดไม่ได้" นั่นคือ เรื่องความทะเยอทะยานของทีม
การลงทุนในแง่ของฟุตบอล เพื่อให้เกิดผลโดยตรงต่อผลการแข่งขัน บอร์ดบริหารมีความมุ่งมั่นจะ “คว้าถ้วย” มากน้อยแค่ไหนการเดินเกมที่ช้าแบบนี้ มันมีส่วนต่อการตัดสินใจ เพราะอย่าลืมว่า มันไม่ได้เกิดขึ้นกับ เทรนท์ แต่เพียงผู้เดียวมันยังเป็นกรณีกับ ซาลาห์ และ ฟาน ไดจ์ค ที่ไม่ว่าเด็กอมมือ หรือมืออมเด็กก็รู้ว่า สถานการณ์แบบนี้นอกจากจะไม่ควรเกิดขึ้นกับทีมระดับโลก
ก็ยิ่งไม่ควรเกิดขึ้นกับนักเตะระดับโลก ซึ่งเป็น “ตัวท็อป” ของทีมไม่ควรในทุกกรณี
เรื่องเงื่อนไขทางการเงินก็เรื่องหนึ่ง ซึ่งสำคัญที่ไม่มีทางตัดประเด็นนี้ออกไปได้ แต่เรื่องความจริงจังเพื่อทะยานสู่ความสำเร็จ ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักใจเมืองลิเวอร์พูลมานานมาก ในฐานะฟุตบอลเป็นเรื่องของท้องถิ่นนิยมก่อนจะก้าวใหญ่ ๆ กลายไปเป็นเรื่องระดับโลก ดังนั้นทุกอย่างต้องมาพร้อมกันเกียรติยศ, ศักดิ์ศรี, เงินตรา และความทะเยอทะยานมันยังไงกันล่ะครับเนี่ย
#บีแหลมสิงห์