โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กฎและกติกา การเล่นวอลเลย์บอล

Campus Star

เผยแพร่ 27 มี.ค. 2562 เวลา 11.07 น.
'วอลเลย์บอล' เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย เพราะมีฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมและทีมเวิร์คที่ดี - กฎและกติกา การเล่นวอลเลย์บอล

‘วอลเลย์บอล’ เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย เพราะมีฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมและทีมเวิร์คที่ดี นักกีฬาแต่ละคนผ่านการฝึกซ้อมอย่างหนัก เพื่อจะได้แสดงศักยภาพที่มีทั้งหมดกับการแข่งขันในแต่ละครั้ง

กฎและกติกา การเล่นวอลเลย์บอล

มีนักกีฬาวอลเล่ย์บอลทีมชาติหลายคนที่มีชื่อเสียงและชนะเลิศการแข่งขันต่างๆ มากมาย อาทิ ทัดดาว นึกแจ้ง, ปลื้มจิตร์ ถินขาว, นุศรา ต้อมคำ, มลิกา กันทอง, อรอุมา สิทธิรักษ์ เป็นต้น นักกีฬาเหล่านี้จึงเป็นแรงบัลดาลใจให้กับเด็กๆ เยาวชน และนักกีฬารุ่นน้อง ในการเดินตามความฝันบนเส้นทางการเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอล

การชมกีฬาวอลเลย์บอล หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจมากนัก อาทิ การวนหน้าที่ของนักกีฬาในสนาม การเสิร์ฟ การเล่นจังหวะในแต่ละแดน เป็นต้น วันนี้แคมปัส-สตาร์จึงมีกฎกติกาการแข่งขันวอลเลย์บอลมาฝากกันค่ะ เพื่อการชมกีฬาวอลเลย์บอลให้สนุกและได้อรรถรสในการชมมากยิ่งขึ้น

กฎข้อที่ 1 พื้นที่เล่นลูกบอล

สนามมาตรฐานที่ใช้แข่งขันมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 18 x 9 เมตร ล้อมรอบด้วยเขตรอบสนาม กว้างอยางน้อย 3 เมตร ทุกด้าน ที่ว่างเหนือพื้นต้องไม่มีสิ่งใดกีดขวาง สูงขึ้นไปอย่างน้อย 7 เมตร จากพื้นสนาม แต่สําหรับการแข่งขันระดับโลกของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติและการแข่งขันที่เป็นทางการ เขตรอบสนามต้องกว้างอย่างน้อย 5 เมตร จากเส้นข้าง และ 6.5 เมตร จากเส้นหลัง ที่ว่างเหนือสนามต้องสูงจากพื้นขึ้นไปอย่างน้อย 12.50 เมตร

กฎข้อที่ 2 ตาข่าย

ตาข่ายจะถูกขึงเป็นแนวดิ่งเหนือเส้นแบ่งแดน สําหรับทีมชาย ขอบบนสุดต้องสูงจากพื้น 2.43 เมตร ทีมหญิงสูง 2.24 เมตร  โดยความสูงของตาข่ายวัดที่บริเวณกึ่งกลางของสนาม ความสูงของตาข่าย (ที่เหนือเส้นข้างทั้งสองด้าน) ต้องสูงเท่ากัน

กฎข้อที่ 3 ลูกบอล

ลูกบอลจะต้องกลม ทําจากหนังฟอกหรือหนังสังเคราะห์ที่ยืดหยุนได้ ห่อหุ้มลูกทรงกลม ทําด้วยยาง หรือวัสดุที่คล้ายคลึงกัน สีของลูกบอลอาจเป็นสีอ่อนๆ เหมือนกันทั้งลูก หรืออาจเป็นหลายสีผสมกันก็ได้ ลูกบอลต้องมีเส้นรอบวงยาว 65 – 67 เซนติเมตร มีน้ำหนัก 260 – 280 กรัม และมีแรงดันลม 0.30 – 0.325 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร

กฎข้อที่ 4 ทีม

ใน 1 ทีม ประกอบด้วย ผู้เล่นสูงสุด 12 คน รวมกับ คณะผู้ฝึกสอน ได้แก่ ผู้ฝึกสอน 1 คน ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนไม่เกิน 2 คน คณะแพทย์ได้แก่ นักกายภาพบําบัด 1 คน และแพทย์ 1 คน

การแข่งขันในสนาม มีผู้เล่นตัวจริงทีมละ 6 คน โดยตำแหน่งของผู้เล่นจะยืนด้านหน้า 3 คน ประกอบด้วยผู้เล่นตำแหน่งที่ 4 (หน้าซ้าย), 3 (หน้ากลาง), 2 (หน้าขวา) ยืนด้านหลัง 3 คน ประกอบด้วยผู้เล่นตำแหน่งที่ 5 (หลังซ้าย), 6 (หลังกลาง), 1 (หลังขวา) ซึ่งตำแหน่งที่ 1 คือ ตำแหน่งผู้เล่นเสิร์ฟ ส่วนผู้เล่นในสนามที่เหลือจะมีหน้าที่ของแต่ละคนดังนี้

  • ตัวตั้ง หรือ ตัวเซ็ต ทำหน้าที่ต่อบอลในจังหวะที่สอง โดยตั้งบอลให้กับตัวรุกเพื่อทำคะแนน ตัวเซ็ตต้องปราดเปรียวและว่องไว มีไหวพริบที่ดีในการเลือกตัวรุกเพื่อทำคะแนน
  • ตัวบล็อกกลาง หรือ ตัวตีกลาง คือผู้เล่นที่สามารถรุกได้อย่างรวดเร็ว มักจะอยู่ใกล้ตัวเซ็ต รวมไปถึงมีการบล็อกที่ดี สามารถขึ้นบล็อกคู่ด้านข้างของสนามได้ แต่ละทีมมักจะมีผู้เล่นตำแหน่งนี้ 2 คน
  • ตัวตีด้านนอก หรือ ตัวตีด้านซ้าย หรือ ตัวตีหัวเสา ทำหน้าที่ตบลูกหรือบุก จากบริเวณหัวเสา ตัวตีจะต้องตบลูกได้แบบคงเส้นคงวาที่สุดในทีม เพราะมักจะได้บอลจากตัวเซ็ตมากที่สุด แต่ละทีมมักจะมีผู้เล่นตำแหน่งนี้ 2 คน
  • ตัวตีตรงข้าม หรือ ตัวตีด้านขวา ทำหน้าที่เป็นแนวหน้าปกป้องเกมรุกของคู่แข่งเป็นหลัก อยู่บริเวณเสาอากาศด้านขวา คอยบล็อกตัวตีด้านซ้ายของคู่แข่ง และบางครั้งทำหน้าที่เป็นตัวเซ็ตสำรองด้วย
  • ตัวรับอิสระ หรือ ลิเบโร คือผู้เล่นที่ชำนาญเกมรับเป็นพิเศษ เป็นตัวที่ต่อบอลได้ดีที่สุดของทีม และจะต้องสวมชุดที่ต่างจากผู้เล่นคนอื่นในทีม ลิเบโรไม่มีสิทธิ์บล็อกหรือตีบอลขณะบอลอยู่เหนือตาข่ายและไม่มีสิทธิ์เสิร์ฟบอล (ยกเว้นในบางองค์กร) เมื่อเกมหยุดสามารถเปลี่ยนตัวกับผู้เล่นแดนหลังได้โดยไม่ต้องแจ้งผู้ตัดสิน ลิเบโรสามารถเซ็ตบอลเหนือศีรษะคล้ายตัวเซ็ตได้ เมื่อยืนอยู่หลังเส้นรุกเท่านั้น

กฎข้อที่ 5 หัวหน้าทีม

ทั้งหัวหน้าทีมและผู้ฝึกสอน จะเป็นผู้รับผิดชอบความประพฤติและระเบียบวินัยของผู้ร่วมทีม แต่มีข้อแม้ว่าตัวรับอิสระจะเป็นหัวหน้าทีมไม่ได้ ตลอดการแข่งขัน ผู้ฝึกสอนจะเป็นผู้ควบคุมการเล่นของทีมภายนอกสนาม เลือกผู้เล่น 6 คนแรก เปลี่ยนตัวผู้เล่นและขอเวลานอก ส่วนผู้ช่วยผู้ฝึกสอนจะทําหน้าที่แทนผู้ฝึกสอน เมื่อผู้ฝึกสอนต้องออกจากการทําหน้าที่

กฎข้อที่ 6 การได้คะแนน

การแข่งขันวอลเลย์บอลจะแข่งกันเป็นเซตทั้งหมด 5 เซต โดยทีมที่ทำได้ 3 เซตก่อนจะเป็นทีมที่ชนะในการแข่งขันนั้น ซึ่งแต่ละเซตจะแข่งกันเมื่อทีมใดทีมหนึ่งทำคะแนนได้ 25 คะแนนก่อน (ยกเว้นเซตสุดท้ายจะแข่ง 15 คะแนน) หากทําคะแนนได้ 24 -24 คะแนนเท่ากัน จะต้องแข่งขันกันต่อไปจนกว่าทีมใดทีมหนึ่งจะทําคะแนนนําห่าง 2 คะแนน (26 -24, 27–25,……) โดยในการแข่งขันแต่ละทีมจะได้คะแนนเมื่อ

  • ลูกบอลตกลงบนพื้นสนามในแดนของทีมตรงข้าม
  • ฝ่่ายตรงข้ามทําผิดกติกา
  • ฝ่ายตรงข้ามถูกทําโทษ

กฎข้อที่ 7 โครงสร้างการแข่งขัน

ก่อนการแข่งขันผู้ตัดสินที่ 1 จะทําการเสี่ยงเพื่อตัดสินว่า ทีมใดจะเสิร์ฟก่อน หรืออยู่แดนใดในเซตแรก และถ้าต้องแข่งขันเซตตัดสิน จะต้องทําการเสี่ยงใหม่อีกครั้ง หลังจากนั้นจะทำการอบอุ่นร่างกายเป็นเวลาประมาณ 10 นาที จากนั้นผู้เล่นจะต้องยืนประจำตำแหน่งของตน จนกว่าจะมีการเสิร์ฟลูกบอล ผู้เล่นจึงจะสามารถเคลื่อนที่ไปอยูตําแหน่งต่างๆ ได้ภายในแดนและเขตรอบสนามของตน

การหมุนตำแหน่ง

เมื่อทีมที่รับลูกเสิร์ฟได้สิทธิทําการเสิร์ฟ ผู้เล่นจะต้องหมุนตําแหน่งตามเข็มนาฬิกาไป 1 ตําแหน่ง ตัวอย่าง ผู้เล่นตําแหน่งที่ 2 จะหมุนไปตําแหน่งที่ 1 เพื่อทําการเสิร์ฟ และผู้เล่นตําแหน่งที่ 1 จะหมุนไปตําแหน่งที่ 6 เป็นต้น หากหมุนตําแหน่งผิดฝ่ายตรงข้ามจะได้คะแนนและได้เป็นฝ่ายเสิร์ฟแทน

กฎข้อที่ 8 รูปแบบการเล่น

ลูกจะอยูในการเล่นตั้งแต่ขณะที่ทําการเสิร์ฟ โดยผู้ตัดสินที่ 1 เป็นผู้อนุญาต โดยลูกบอลที่เป็น ‘ลูกดี’ คือการที่ลูกบอลถูกพื้นสนาม โดยส่วนใดส่วนหนึ่งของลูกได้สัมผัสพื้นสนาม รวมทั้งเส้นเขตสนาม ส่วน ‘ลูกตาย’ คือลูกไม่อยูในการเล่น ตั้งแต่ขณะที่มีการทำผิดกติกา โดยผู้ตัดสินคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ให้สัญญาณนกหวีด ซึ่งการทําผิดกติกาจะสิ้นสุดลงพร้อมกับสัญญาณนกหวีด

กฎข้อที่ 9 การเล่นลูกบอล

การถูกลูกบอล คือการกระทําใดๆ โดยผู้เล่นที่อยูในการเล่นทุกลักษณะ ซึ่งแต่ละทีมสามารถถูกลูกได้มากที่สุด 3 ครั้ง (นอกจากทําการบล็อก) เพื่อส่งลูกกลับไปยังทีมตรงข้าม ถ้าถูกลูกมากกว่านี้ถือว่าทําผิดกติกา และผู้เล่นคนหนึ่งจะไม่สามารถถูกลูกบอล 2 ครั้งติดต่อกันได้

กฎข้อที่ 10 ลูกบอลที่บริเวณตาข่าย

ลูกบอลที่ส่งไปยังแดนของทีมตรงข้าม ต้องข้ามเหนือตาข่ายไปยังพื้นที่ ภายในแดนของฝ่ายตรงข้าม โดยลูกบอลอาจถูกตาข่ายได้ในขณะที่กำลังข้ามตาข่าย

กฎข้อที่ 11 ผู้เล่นที่บริเวณตาข่าย

ในการบล็อก ผู้บล็อกอาจล้ำตาข่ายเข้าไปถูกลูกบอลได้ ถ้าไม่กีดขวางการเล่นลูกของทีมตรงข้าม หรือมือของผู้เล่นอาจล้ำตาข่ายได้ ถ้าขณะถูกลูกเป็นการถูกลูกบอลในแดนของทีมตนเอง แต่ผู้เล่นไม่สามารถถูกตาข่ายระหว่างเสาอากาศ ในขณะที่กําลังเล่นลูกได้ จะถือว่าผิดกติกาทันที

กฎข้อที่ 12 การเสิร์ฟ

ผู้เสิร์ฟจะต้องเสิร์ฟจากด้านหลังของสนาม โดยยืนไม่เลยแนวเส้นข้างและห้ามเหยียบเส้นหลัง โยนบอลและตีกลางอากาศให้บอลข้ามตาข่ายไปยังแดนของคู่แข่งภายใน 8 วินาทีหลังกรรมการให้สัญญาณ และเมื่อฝ่ายเสิร์ฟชนะการเล่นลูกนั้น ผู้ที่ทําการเสิร์ฟอยูแล้วจะทําการเสิร์ฟต่อ แต่หากฝ่ายรับลูกเสิร์ฟชนะในการเล่นลูกนั้น จะได้สิทธิทําการเสิร์ฟและต้องหมุนตําแหน่งก่อนทําการเสิร์ฟ ผู้เล่นที่หมุนจากตําแหน่งหน้าขวาไปยังตําแหน่งหลังขวาจะเป็นผู้เสิร์ฟ

ภาพจาก : fordfocus1998.blogspot.com

กฎข้อที่ 13 การหยุดการเล่น

การหยุดการเล่น มีเพียงการขอเวลานอกและการเปลี่ยนตัวเท่านั้น โดยแต่ละทีมสามารถขอเวลานอกได้ไม่เกิน 2 ครั้ง และเปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ไม่เกิน 6 คน/เซต การขอเวลานอกแต่ละครั้งใช้เวลา 30 วินาที

กฎข้อที่ 14 การหยุดพักและเปลี่ยนแดน

การหยุดพักในช่วงเวลาระหว่างเซต จะพักเซตละ 3 นาที ระหว่างการหยุดพักจะทําการเปลี่ยนแดนด้วย ส่วนในเซตตัดสินจะเปลี่ยนแดนเมื่อทีมใดทีมหนึ่งทําได้ 8 คะแนน

กฎข้อที่ 15 ผู้เล่นตัวรับอิสระ (LIBERO)

แต่ละทีมจะมีสิทธิแต่งตั้งผู้เล่นที่รับได้ดีเป็นพิเศษเป็นตัวรับอิสระได้ถึง 2 คน แต่ในการแข่งขันจะมีผู้เล่นตัวรับอิสระในสนามได้เพียงคนเดียว ตัวรับอิสระจะต้องสวมชุดแข่งขันเฉพาะ ซึ่งมีสีที่แตกต่างจากเพื่อนร่วมทีมอยางชัดเจน และมีลักษณะการเล่นดังนี้

  • ตัวรับอิสระสามารถเปลี่ยนเข้าแทนผู้เล่นแดนหลังคนใดก็ได้
  • ตัวรับอิสระไม่สามารถทำการรุกได้โดยสมบูรณ์จากทุกพื้นที่ของสนาม
  • ไม่อนุญาตให้ตัวรับอิสระทําการเสิร์ฟ บล็อก หรือพยายามบล็อก
  • ไม่อนุญาตให้เพื่อนร่วมทีมทําการรุกโดยสมบูรณ์ ขณะที่ลูกบอลอยูสูงกว่าขอบบนของตาข่าย ถ้าลูกนั้นมาจากการส่งด้วยนิ้วมือของตัวรับอิสระที่อยูในแดนหน้าของทีมตนเอง

สามารถติดตามกฎกติกาอย่างละเอียดได้ที่ referee.volleyball.or.th

ขอบคุณข้อมูลจาก สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย

บทความแนะนำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...