Ultracrepidarian: เมื่อเราไม่รู้แจ้งแต่อยากแสดงความเห็นในโลกที่ใครก็เล่นเป็นผู้รู้

a day magazine อัพเดต 25 พ.ค. เวลา 05.41 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. เวลา 10.33 น. • Sy Chonato

ในโลกที่ความรู้สืบค้นได้ง่ายและไว ใครๆ ก็สถาปนาตั้งตนเป็นผู้รู้ know-it-all ได้ในเวลาอันสั้น หลายครั้งเราก็เผลอทึกทักว่าเรารู้จักและเข้าใจสิ่งที่เราเพิ่งเคยได้ยินหรือค้นอ่านเจออย่างถ่องแท้

ย้อนกลับไปในปี 1819 William Hazlitt นักเขียนชาวอังกฤษได้เขียนจดหมายฉบับหนึ่ง จดหมายฉบับนั้นบัญญัติคำหนึ่งคำขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก คือคำว่า ultracrepidarian แปลว่า ‘ผู้ที่แสดงความเห็นในเรื่องที่เหนือไปจากที่เขารู้แจ้ง’ ฟังแล้วเจ็บๆ คันๆ พิลึก

วันนี้เลยขอชวนมารู้จักกับคำนี้ที่ไม่ใหม่ แต่แปลกตาและมีความเป็นมาน่าสนใจ

 

ultracrepidarian ผสมจากคำว่า ultra (เกินกว่า) + crepidius (ช่างทำรองเท้า) ซึ่งคำนี้มีที่มาและเรื่องราวเบื้องหลังที่น่าสนใจ ย้อนกลับไปสมัยกรีกมีเรื่องเล่าของศิลปินชื่อ Apelles เมื่อเขาแขวนผลงานภาพวาดตัวเองให้สาธารณชนได้รับชมเพื่อจะได้รับฟังความเห็น มีช่างทำรองเท้าคนหนึ่งได้ชี้ให้เห็นว่า คนในภาพวาดมีรองเท้าผิดไปจากความเป็นจริง อะเพลลีสรับฟังและแก้ไขภาพตามคำแนะนำ พอเห็นดังนี้ช่างทำรองเท้าก็ชี้ต่อว่า ‘ส่วนขา’ ของคนในภาพวาดไม่ถูกต้อง อะเพลลีสก็โต้กลับไปว่า ช่างทำรองเท้าไม่ควรจะแสดงความเห็นเกินนอกเหนือไปจากรองเท้าที่เขาเชี่ยวชาญรู้แจ้ง เรื่องเล่านี้ถูกบันทึกไว้ในภาษาละติน มีประโยคละตินที่ว่า ‘ne sūtōr ultrā crepidam’ หรือ Shoemaker, not above the sandal. เพื่อปรามช่างทำรองเท้าให้อย่าเกินเลยไปจากรองเท้าที่เขาถนัด

อย่าริเสนอความเห็นหากคุณไม่รู้อาจฟังดูก้าวร้าว แต่ ultracrepidarian ถูกรวมอยู่ในลิสต์ 10 คำที่สุภาพสำหรับคนที่ไม่สุภาพ (polite words for impolite people) ที่ใช้สำหรับท้วงติงคนที่เล่นเป็นผู้รู้แจ้งในเรื่องที่ไม่รู้จริง มากกว่าจะใช้เพื่อห้ามคนที่แสดงความคิดเห็นมั่วๆ ได้

 

Anu Garg เจ้าของเว็บไซต์ wordsmith.org เขียนชมคำนี้ว่า ‘ผมฝันถึงโลกที่เราจะด่าทอกันมากกว่าหยิบปืนออกมายิงกัน ในโลกที่ทุกคนพกพาพจนานุกรม ด่ากันให้ถึงพริกถึงขิง เลือกใช้คำที่ใช่ คำที่เหมาะกับคนที่รุกรานทำร้ายเรา ยิ่งใช้คำใหญ่ ยิ่งร้าย ยิ่งดี’ และคำนี้ก็ได้ให้ความรู้สึกแสบคันอย่างสุภาพ แถมอ่านและเขียนยากอีกต่างหาก

คำว่า ultracrepidarian มุ่งโจมตีหรือตั้งคำถามกับคนที่แสร้งเป็นผู้เชี่ยวชาญมากกว่าจะโจมตีผู้ที่แสดงออกทางความเห็นทั่วไป เพราะต่อให้ไม่มีความรู้ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ได้เรียนจบด้านนั้นๆ โดยตรงก็สามารถออกความเห็นเรื่องต่างๆ ได้ในฐานะประชาชน ผู้ใช้งาน ผู้ชม ผู้เสพ เช่น คนวิจารณ์หนังก็ไม่จำเป็นต้องทำหนังเป็น หากวิพากษ์คนรวยก็ไม่ต้องรวย เก่ง เสียสละ เท่าเขาถึงจะวิจารณ์เขาได้

คำว่า ultracrepidarian มีเพื่อเตือนใจให้ระวังผู้ที่อวดอ้างความรู้เกินจากที่ถนัด เหมาะสมกับสมัยที่เราต่างรายล้อมด้วยผู้รู้ที่คอยพร่ำสอนเราด้วยคำคมปลุกใจน่าฟังน่าเชื่อ

 

armchair epidemiologist เมื่อคนนั่งอยู่บ้านกลายเป็นนักวิชาการด้านโรคระบาดข้ามคืน

คำนี้ยังเข้ากับยุคสมัยเพราะในภาวะโควิดระบาดเช่นนี้เราต้องสอดส่องติดตามข่าวสารโรคระบาดอย่างใจจดจ่อ เราได้เห็นคำแนะนำจากคนที่ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญ ไม่ได้คุ้นเคยกับโรคระบาดหรือศึกษาด้านนี้ออกมาบ่อยครั้ง ซึ่งหากเป็นเพียงความเห็นก็ไม่เป็นไร แต่บางคนมาพร้อมความมั่นใจ ถูกแชร์ออกไปจำนวนมาก

จนมีคนแซวว่าตอนนี้ชาวเน็ตบางคนได้กลายเป็น armchair epidemiologist หรือนักระบาดวิทยาจากทางบ้าน ผู้ที่นั่งสบายอยู่บ้านแล้วมโนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับโรคระบาดต่างๆ โดยปราศจากความเชี่ยวชาญคุ้นเคยสาขานั้นอย่างลึกซึ้ง ในเหตุการณ์เช่นนี้นอกจากต้องลดความเสี่ยงในการติดโรคไวรัสแล้ว ยังต้องระวังความเสี่ยงจากการเข้าใจผิดๆ และความมั่นใจผิดๆ ด้วย 

Mark Humphries นักแสดงตลกชาวออสเตรเลีย ได้ออก skit ล้อเลียนผู้เชี่ยวชาญปลอมที่เพิ่งเกิดในยุคโควิด พวกเขาเพิ่งอ่านเจอในวิกิพีเดีย ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ยินหรือรู้จักระบาดวิทยามาก่อน แต่แปลงกายเป็นผู้เชี่ยวชาญ คอยสอนและแนะนำคนอื่นแบบผิดๆ ถูกๆ 

สิ่งที่ต้องระวังในการแสดงเป็นผู้รู้คือ อาจมีการทึกทักเติมความเห็นส่วนตัวลงไปปนเปื้อนกับข้อเท็จจริง ส่งต่อความเข้าใจผิด ความมั่นใจผิดๆ ให้ขยายวงกว้างไปอย่างน่าเศร้า 

ผู้อ่าน ผู้ชม ผู้ฟัง ควรระมัดระวังกลั่นกรอง คำกล่าว ข้อสรุป การพยาการณ์ที่ดูง่ายเกินไป เกิดจากความมั่นใจเกินเหตุของผู้ที่ไม่รู้ว่าตนไม่รู้ อย่าลืมว่าโรคระบาดที่อุบัติขึ้นเกี่ยวข้องกับชีวิตคนจำนวนมาก มีตัวแปรประกอบมากมายเกินกว่าจะหาข้อสรุปหรือคาดคะเนได้อย่างแม่นยำและเรียบง่าย  

การเติมคำว่า armchair นำหน้าอาชีพผู้เชี่ยวชาญพิเศษเริ่มต้นมาจาก armchair philosopher เพื่อเปรียบเปรยนักปรัชญาผู้นั่งคิดไตร่ตรองความเป็นจริงของโลกอยู่บ้าน บนเก้าอี้นุ่มแสนสบาย สรุปออกมาเป็นทฤษฎีแนวคิดโดยไม่ได้ออกไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ทดสอบสมมติฐาน ในโลกที่มีตัวแปรมากมายมหาศาล มนุษย์นั้นสามารถแปรเปลี่ยนแตกต่างไปในแต่ละสภาพแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม

 

หลายครั้งเราได้เห็นคนที่นำคำคมหรือแนวคิดทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับแล้วนำมาดัดแปลงให้เข้ากับความเห็นส่วนตัว บุคคลที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ถูกปลุกและหยิบออกมาเพื่อนำมาประดับให้กับข้อความ เราเห็นการอ้างอิง Charles Darwin หรือ Albert Einstein โดยไม่เข้าใจกลไกและหลักคิดอย่างถ่องแท้ เช่น การหยิบโควตดูดี คำคมที่กระแทกใจ ตัดออกมาจากบริบทของเนื้อหา ใช้ประกอบความเห็นโดยไม่ได้สืบค้นเบื้องหลังแนวคิดต้นตอของคำคม เทคนิคเหล่านี้ถูกใช้เพื่อแต่งเสริมเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ผู้พูด เพื่อโน้มน้าวให้เราคล้อยตามอย่างว่าง่าย เมื่อส่องดูจริงๆ กลับเป็นการตัดแปะผิดฝาผิดตัวได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

แน่ล่ะ เมื่อเราเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ส่องดู เปิดอ่านอะไรก็มีมากมายนับไม่ถ้วน จึงน่าเย้ายวนใจมากๆ ที่เราจะแสดงตนเป็นคนฉลาดหลักแหลม เผลอกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่เราก็ไม่รู้จริง ปรากฏการณ์ผู้รู้ปลอมเป็นอุปสรรคต่อผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ในสาขานั้นและเป็นอุปสรรคต่อข้อเท็จจริง 

เบื้องหลังความรู้และแนวคิดต่างๆ นั้นมีชุมชนและประวัติศาสตร์ของแนวคิดที่มากมายไปกว่าตัวบุคคลสำคัญหรือคำคมไม่กี่ประโยค และมันไม่ง่ายเลยที่เราจะตามไปขุดทุกรู รู้ทุกราก และเราก็อยู่ในโลกที่ต้องพึ่งพาความรู้และความจริงจากผู้อื่นที่เชี่ยวชาญในแวดวงต่างๆ ความจริงทางวิทยาศาสตร์มีตัวแปร ความน่าจะเป็น สถิติ และข้อจำกัด

โลกนี้มีความรู้หลากหลายมากมายไม่มีที่สิ้นสุด คงไม่มีทางที่เราหนึ่งคนจะรู้ลึกซึ้งไปทั้งหมดทุกอย่าง 

หลายครั้งเราเผลอทึกทักปะปนความรู้ที่สืบค้นเมื่อชั่วครู่ รับมาเป็นความรู้ของเราเอง จงระวังตัวจากผู้รู้ปลอมและอย่ากลายเป็นคนนั้นเสียเอง 🙂

อ้างอิง

10 Polite Words for Impolite People 10 Polite Words for Impolite People

A.Word.A.Day –ultracrepidarian

Beyond the armchair: must philosophy become experimental?

Flatten the Curve of Armchair Epidemiology – Noah Haber

ULTRACREPIDARIAN

Highlights

  • คำว่า ultracrepidarian หมายถึงผู้ที่แสดงความเห็นในเรื่องที่เหนือไปจากที่รู้แจ้ง อาจฟังดูแปลกหูแปลกตาแต่มีที่มาจากการผสมคำว่าultra (เกินกว่า) + crepidius (ช่างทำรองเท้า) โดยศิลปินชื่อApelles
  • ultracrepidarian ถูกรวมอยู่ในลิสต์10 คำสุภาพสำหรับคนที่ไม่สุภาพ ใช้สำหรับท้วงติงคนที่เล่นเป็นผู้รู้แจ้งในเรื่องที่ไม่รู้จริง มากกว่าจะใช้เพื่อห้ามคนที่แสดงความคิดเห็นมั่วๆ
  • ช่วงโควิดระบาดเราได้เห็นคำแนะนำจากคนที่ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญบ่อยครั้ง บางคนมาพร้อมความมั่นใจ ยกทฤษฎีนั่นนี่ทั้งที่ยังอ่านไม่เข้าใจ แล้วถูกแชร์ออกไปจำนวนมาก คำนี้เลยถูกหยิบยกขึ้นมาใช้อีก
ดูข่าวต้นฉบับ