TRIUMPH แนะนำจักรยานยนต์คลาสสิก 2 รุ่น BONNEVILLE T120 และ BONNEVILLE T100 BUD EKINS

ไทยรัฐออนไลน์ - Auto อัพเดต 21 ก.พ. เวลา 11.25 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. เวลา 09.30 น.
ภาพไฮไลต์

Triumph เตรียมเปิดตัวรถจักรยานยนต์ 2 รุ่น ลิมิเต็ด อิดิชั่น Bonneville T120 และ Bonneville T100 Bud Ekins เฉลิมฉลองชื่อและตำนานของอดีตจักรยานยนต์ที่ขึ้นทำเนียบรถคลาสสิก โดยในช่วงปี 1960 ผู้มีชื่อเสียงในด้านรถจักรยานยนต์อย่าง Bud Ekins ผู้ซึ่งนอกจากจะเป็นทั้งสตันท์แมนระดับเทพของ Hollywood นักแข่งโมโตครอส และนักขี่ข้ามทะเลทราย ยังเป็นนักขี่ตัวแทนในฉากการขี่รถจักรยานยนต์เหินฟ้าที่น่าหวาดเสียว ซึ่งได้กลายเป็นฉากต้นแบบที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประวัติศาสตร์ในภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่าง The Great Escape โดยเข้าแสดงแทนตัวละครเอก ซึ่งเป็นเพื่อนและคู่หูในการแข่งขัน ISDT ของเขาอย่าง Steve McQueen ซึ่งรถจักรยานยนต์ของ Triumph ที่มีความพิเศษและสวยงาม ทั้ง 2 รุ่น จะถ่ายทอดลักษณะเฉดสีของตัวรถที่มีความเป็นแคลิฟอร์เนีย โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก Bud Ekins

Bonneville T100 Bud Ekins ราคาอย่างเป็นทางการ 456,000 บาท

Bonneville T120 Bud Ekins ราคาอย่างเป็นทางการ 595,000 บาท

Bonneville 2 รุ่นพิเศษ
แต่ละรุ่นมาพร้อมกับ 2 โทนสี ที่มีการลงลายเส้นด้วยมือ และตราสัญลักษณ์ Triumph แบบดั้งเดิมซึ่งถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกสำหรับการผลิตแบบเต็มรูปแบบสมัยใหม่ของไทรอัมพ์ ตราโลโก้ Flying globe ของ Bud Ekinsในสไตล์แคลิฟอร์เนียบนตัวถัง รายละเอียดการตกแต่งบังโคลนด้านหน้า พร้อมกับตราโลโก้ Flying globe ของ Bud Ekins สไตล์แคลิฟอร์เนีย โลโก้ Bonneville Bud Ekins บนแผงด้านข้าง

รายละเอียดเฉพาะและการตกแต่ง
ฝาถังน้ำมันสไตล์ Monza
ไฟเลี้ยว LED คุณลักษณะเฉพาะ
ปลอกแฮนด์ลายเพชรและกระจกมองข้างติดปลายแฮนด์
โลโก้บนเครื่องยนต์สีดำเฉพาะรุ่น
เอกสารรับรองสำหรับนักสะสม

รถจักรยานยนต์ Bonneville T100 Bud Ekins และ Bonneville T120 Bud Ekins แต่ละคันจะมีใบรับรองซึ่งรวมไปถึงการระบุเรื่องราวของ Bud Ekins ใบรับรองดังกล่าวจะได้รับการลงนามโดย Nick Bloor ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Triumph และลูกสาวทั้งคู่ของ Bud Ekins คือ Susan Ekins และ Donna Ekins

ต้นแบบ Triumph Bonneville T120 และ Bonneville T100 ที่อยู่เหนือกาลเวลา รถจักรยานยนต์ทั้ง 2 รุ่น ติดตั้งเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับนักบิด เพื่อการควบคุมรถและระบบความปลอดภัย ทั้ง 2 รุ่น ติดตั้งขุมกำลังเครื่องยนต์ Bonneville สูบคู่ แรงบิดสูง ในรุ่น T120 มีกำลัง 80 แรงม้าในขณะที่รุ่น T100 มีกำลัง 55 แรงม้า โครงรถและชุดติดตั้งระบบกันการสั่นสะเทือนที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับการขับขี่แบบไปเรื่อยๆ  

รูปแบบดั้งเดิมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Triumph Bonneville รุ่นปี 1959 ที่กลายเป็นตำนาน สไตล์ รายละเอียด เอกลักษณ์ และลักษณะที่โดดเด่น แรงบันดาลใจจาก Bonneville T120 และ Bonneville T100 ต้นแบบจักรยานยนต์เหนือกาลเวลา จึงได้มีการจัดทำรุ่นพิเศษอย่าง Bonneville T120 และ Bonneville T100 Bud Ekins ใหม่ขึ้น เพื่อแสดงความชื่นชมในความสำเร็จของ Bud Ekins ตำนานแห่งวงการรถจักรยานยนต์ ที่เป็นทั้งสตันท์แมนระดับเทพ นักแข่งโมโตครอสและนักขี่ข้ามทะเลทรายชั้นแนวหน้าด้วย นอกจากนี้ Bud ยังเป็นผู้แทนจำหน่าย Triumph ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาในช่วงเวลานั้น โดยโชว์รูมตั้งอยู่ที่ Sherman Oaks ใน California ซึ่งเป็นสถานที่ที่กลายมาเป็นเพื่อนสนิทและเป็นคู่หูในการขี่รถจักรยานยนต์กับดาวเด่น Hollywood อย่างจอมซิ่งมาดนักเลง Steve McQueen สุดหล่อแนวเข้ม Paul Newman และป๋าสายคาวบอยอย่างปู่ Clint Eastwood

รถจักรยานยนต์ Bonneville T120 และ Bonneville T100 Bud Ekins รุ่นพิเศษ ปี 2020 นี้ นำสไตล์คลาสสิกและขีดความสามารถของรถรุ่นมาตรฐานอย่าง Bonneville T120 และ Bonneville T100 โดยมีการตกแต่งที่ดีกว่าเดิม เช่น 
- การออกแบบตัวถังที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์แคลิฟอร์เนีย ซึ่งมาพร้อมกับตราโลโก้ “Flying globe” ในสไตล์แคลิฟอร์เนียสุดโดดเด่น
- ตราสัญลักษณ์ไทรอัมพ์แบบดั้งเดิมบนตัวถัง
- โลโก้ “Bonneville T120 และ Bonneville T100 Bud Ekins” สุดโดดเด่นบนแผงด้านข้าง
- รายละเอียดการตกแต่งบังโคลนด้านหน้าโดยเฉพาะ มาพร้อมกับตราโลโก้ “Flying globe” ในสไตล์แคลิฟอร์เนียที่สวยงาม

โทนสีของ T120 และ T100 Bud Ekins รุ่นพิเศษ มีการตกแต่งเพิ่มเติม เช่น

- ฝาถังน้ำมันสไตล์ Monza
- ไฟเลี้ยว LED คุณลักษณะเฉพาะที่สูงกว่าเดิม
- ปลอกแฮนด์ลายเพชร
- กระจกมองข้างติดปลายแฮนด์สไตล์มินิมอล
- โลโก้เครื่องยนต์สีดำเฉพาะรุ่น

รถจักรยานยนต์ทั้ง 2 รุ่นนี้เป็นรถรุ่นพิเศษของ Triumph โดย Bonneville T120 และ Bonneville T100 Bud Ekins แต่ละคัน มาพร้อมใบรับรองที่มีรายละเอียดเรื่องราวสุดพิเศษอันน่าเหลือเชื่อของนักบิดชื่อก้องโลก Bud Ekins และได้รับการลงนามโดย Nick Bloor ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไทรอัมพ์ และลูกสาวทั้งคู่ของ Bud Ekins คือ Susan Ekins และ Donna Ekins

BUD EKINS – นักขี่ข้ามทะเลทราย นักขี่สตันท์แมน ตำนานแห่งวงการจักรยานยนต์ที่แท้จริง Bud Ekins เกิดที่ลอสแอนเจลิสในปี 1930 โดยเรียนรู้การขี่รถบนเนินเขา Hollywood ใกล้บ้านเขา และฝึกฝนทักษะการขี่ทางวิบากตั้งแต่ก่อนที่เขาจะอายุถึงเกณฑ์สอบใบขับขี่ โชคดีที่แคลิฟอร์เนียนั้นมีสนามแข่งทางวิบากอยู่เป็นจำนวนมาก และตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นตอนปลาย เขาก็เริ่มสร้างชื่อเสียงในฐานะเป็นหนึ่งในนักแข่งโมโตครอสและนักขี่ข้ามทะเลทรายแนวหน้าของ SoCal ในตอนที่ Bill Johnson ผู้แทนจำหน่ายไทรอัมพ์ในสหรัฐฯ ได้มอบรถไทรอัมพ์ TR5 Trophy ให้กับ Ekins ซึ่งเขาใช้มันเอาชนะการแข่งขัน Catalina Grand Prix ด้วยเหตุนี้ Ekins ก็ได้ทราบดีว่าไทรอัมพ์คือผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ที่ทั้งแข็งแกร่ง รวดเร็ว และน้ำหนักเบา มีความคล่องตัว การตอบสนอง และกำลังที่เขาต้องการอย่างครบครัน ความสำเร็จของ Ekins ในช่วงกลางยุค 50 เกิดขึ้นพร้อมๆ กับการปรากฏตัวของไทรอัมพ์ในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญต่อวงการรถจักรยานยนต์ทั่วโลก โดยทั้งสองฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตัวเอง ในการสร้างนิยามใหม่ให้กับขีดความสามารถของรถจักรยานยนต์

Edward Turner กรรมการผู้จัดการชื่อดังและหัวหน้าฝ่ายดีไซน์ของ Triumph ยังคงพัฒนารถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สูบคู่อันน่าทึ่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มระดับกำลัง ประสิทธิภาพ และความน่าไว้วางใจให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ Johnny Allen ทำลายสถิติโลกความเร็วภาคพื้นดินด้วยรถจักรยานยนต์ในปี 1955 และ 1956 โดยใช้เครื่องยนต์ที่ส่งตรงจากสายพานการผลิตโรงงานไทรอัมพ์ ในขณะที่ Ekins ก็ตกลงเป็นพันธมิตรกับ Triumph ซึ่งอยู่เคียงข้างเขาจนถึงวันที่เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นนักแข่งทางวิบากระดับแนวหน้าของอเมริกา และเป็นผู้แทนจำหน่าย Triumph ในสหรัฐอเมริกาอีกด้วย 

ในปี 1956 Ekins เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 ในการแข่งขันทางวิบากระยะทาง 153 ไมล์ ในรายการ Californian Big Bear Motorcycle Run โดยที่นักขี่ที่ได้อันดับหนึ่ง สอง และสาม ต่างก็ขี่รถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ TR6 Trophy ทำให้ Triumph กลายเป็นเจ้าแห่งแวดวงการแข่งขัน โดยในตอนที่ Ekins ชนะการแข่งขันรายการเดิมนี้ในปีถัดไป ผู้เข้าเส้นชัย 20 จาก 25 อันดับแรก ใช้รถจักรยานยนต์ Triumph 

จากความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงศักยภาพ และความเหนือชั้นของรถจักรยานยนต์ Triumph เกิดจากกระแสความนิยมรถจักรยานยนต์สัญชาติอังกฤษที่มีความน่าเชื่อถือ ความสวยงาม น้ำหนักเบา เครื่องยนต์ทรงพลัง รวมถึงความสำเร็จในการแข่งขันของ Ekins ส่งผลให้เขาตัดสินใจเป็นผู้แทนจำหน่าย Triumph ใน North Hollywood  ที่โชว์รูม Triumph แห่งนี้กลายเป็นแหล่งดึงดูดนักแสดงภาพยนตร์รุ่นใหม่ ซึ่งรวมถึง Paul Newman และ Clint Eastwood ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ Ekins ใช้ชีวิตและทุกลมหายใจอยู่ร่วมกับรถจักรยานยนต์ Triumph ซึ่งแน่นอนว่าทักษะการขายของเขานั้นมีโดยธรรมชาติ ส่งผลให้ธุรกิจของเขาประสบความสำเร็จในระดับที่เทียบเท่ากับความสำเร็จในการแข่งขันในกีฬามอเตอร์สปอร์ต 

STEVE MCQUEEN
หนึ่งในซุปเปอร์สตาร์ผู้คลั่งไคล้รถจักรยานยนต์ นั่นคือตำนานของ Hollywood อย่างซุปเปอร์สตาร์ Steve McQueen รถจักรยานยนต์คันโปรดในช่วงแรกของเขา ได้แก่ TR5 Trophy ซึ่งได้รับการซ่อมบำรุงโดยโชว์รูมของ Ekins ส่งผลให้ทั้งคู่สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว  Ekins แนะนำให้ McQueen ได้รู้จักกับแวดวงการแข่งขันข้ามทะเลทรายแคลิฟอร์เนียอันร้อนระอุ ซึ่งส่งผลให้ McQueen หลงใหลในการแข่งขันจักรยานยนต์ที่แสนเร้าใจรายการนี้ McQueen เริ่มใช้เวลาว่างทั้งหมดที่มีไปกับการเหินข้ามเนินทราย หรือไม่ก็ไปรวมตัวกับ Ekins และเพื่อนๆ นักขี่เพื่อใช้เวลาร่วมกัน ถึงแม้ว่าการดูแลโชว์รูม Triumph ให้ประสบความสำเร็จนั้นจะเป็นงานที่ยุ่งยาก แต่ Ekins ก็ยังคงลงแข่งขันอย่างต่อเนื่อง และประสบความสำเร็จในการแข่งขันทางวิบากหลายรายการ เช่น Hare and Hound, Mint 400 และ Baja 1000 ซึ่ง Steve McQueen มักจะไปลงแข่งเป็นเพื่อนบ่อยครั้ง Ekins เรียนรู้ไวและเป็นนักขี่ความเร็วสูง และในตอนที่ Ekins เป็นนักขี่ที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง และได้เป็นตัวแทนสหรัฐอเมริกาลงแข่งขันในงานใหญ่อย่าง International Six Days Trial ซึ่งถือเป็นการแข่งขันโอลิมปิกของวงการรถจักรยานยนต์ ก็ช่วยสนับสนุนให้ McQueen ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในทีมแข่งของสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันรายการ 1964 East German ISDT โดยทั้งคู่ต่างขี่ Triumph ซึ่ง Ekins ได้รับเหรียญทองจากการแข่งขันรายการ International Six Days Trials (ISDT) ถึงสี่ครั้งในระยะเวลาเพียงเจ็ดปี

The Great Escape
ฤดูใบไม้ร่วงปี 1962 Steve McQueen กำลังเตรียมตัวบินไปยุโรปเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์ของปีถัดไป โดยภาพยนตร์ The Great Escape ได้กลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในปีนั้น โดย McQueen พบว่าจำเป็นต้องใช้สตันท์ที่เป็นนักขี่รถจักรยานยนต์ จึงแนะนำเพื่อนสนิทของเขากับเหล่าโปรดิวเซอร์ โดย Ekins ได้รับการว่าจ้างแบบเซ็นสัญญาสี่เดือน แต่ในการถ่ายทำจริงกลับใช้เวลาเพียงไม่นาน แต่ McQueen (พร้อมความช่วยเหลือจาก Ekins) ก็สามารถทำความเข้าใจและถ่ายทอดเรื่องราวอันน่าทึ่งของตัวละครของเขาออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

ในภาพยนตร์ตัวละครของ McQueen คือร้อยเอก Virgil Hilts หลบหนีจากค่ายกักกันนักโทษสงคราม โดยขโมยรถจักรยานยนต์มาด้วยหนึ่งคัน และถูกไล่ล่าขณะหลบหนีผ่านทุ่งหญ้า Bavarian ที่แสนงดงาม เพื่อไปให้ถึงชายแดนประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในขณะที่ทหารฝ่ายศัตรูใกล้เข้ามา Hilts ต้องขี่รถจักรยานยนต์เหินฟ้าข้ามรั้วลวดหนาม เพื่อลงสู่ผืนดินของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่เป็นกลางทางสงครามให้ได้อย่างปลอดภัย

ทั้งคู่ใช้การฝึกฝนและทดลองการเหินฟ้า โดย McQueen และ Ekins เลือกใช้ขีดความสามารถของรถจักรยานยนต์ทางวิบากคันโปรดของพวกเขา อย่าง TRiumph TR6 Trophy เพื่อสร้างฉากการเหินฟ้าที่เร้าใจถึงขีดสุด พวกเขาคำนวณว่าจะต้องทำความเร็วให้ถึง 80 mph จึงจะสามารถเหินฟ้าพ้นรั้วลวดหนามสูงสิบสองฟุต และลงจอดบนพื้นลาดชันที่อยู่ห่างออกไป 60 ฟุตได้สำเร็จ โดยสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นบนพื้นหญ้า แม้ว่าเขาจะไม่พอใจ แต่ McQueen ก็ถูกตัวแทนประกันภัยของภาพยนตร์เรื่องนี้ห้ามไม่ให้เล่นฉากนี้ด้วยตัวเอง ดังนั้น Ekins จึงต้องเป็นผู้แสดงแทน

การเหินฟ้าครั้งนี้ ยังคงเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์ Hollywood ในปี 1962 โดยรถจักรยานยนต์ Triumph TR6 Trophy มีความเร็วรอบเครื่องยนต์สูงสุดอยู่ที่ 6,000 rpm และมีกำลังประมาณ 42 bhp แต่การตอบสนองของเครื่องยนต์อันทรงพลัง และแรงบิดจากเครื่องยนต์สูบคู่ที่มากเกินพอ ทำให้รถรุ่นนี้เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของ McQueen และ Ekins ซึ่งเขาประสบความสำเร็จในการเหินฟ้า ตามที่ทุกคนได้ชมจากในภาพยนตร์ซึ่งกำลังฉายอยู่ที่ Triumph Motorcycles’ Factory Visitor Experience ใน Hinckley ซึ่งไม่คิดค่าเข้าชมแต่อย่างใด

นักขี่สตันท์จากฮอลลีวูด
ความสำเร็จจากการแข่งขันและมิตรภาพของ Ekins ช่วยมอบโอกาสทางอาชีพการงานครั้งใหม่ให้กับเขา ในขณะที่ ‘การเหินฟ้าครั้งนั้น’ ได้รับการยอมรับในวงกว้างว่า เป็นงานสตันท์รถจักรยานยนต์ที่โด่งดังที่สุดเท่าที่เคยมีมาในวงการภาพยนตร์ บทบาทของ Ekins ในฐานะนักขี่สตันท์ จึงเป็นที่ต้องการมากขึ้น ในฐานะหนึ่งในสตันท์ที่เก่งที่สุดใน Hollywood เขาทำหน้าที่เป็นสตันท์ในวงการภาพยนตร์ต่อไปถึง 30 ปี สลับกับการดูแลธุรกิจผู้แทนจำหน่ายของเขาควบคู่กันไป

BONNEVILLE T120
เครื่องยนต์แรงบิดสูงขนาด 1200cc
ลักษณะดั้งเดิมของ Triumph Bonneville T120 มีความโดดเด่นด้วยเครื่องยนต์แรงบิดสูง 8 วาล์ว ขนาด 1,200 ซีซี ติดตั้งกับเครื่องยนต์ Bonneville สูบคู่ ด้วยการสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อให้เหมาะกับสไตล์การขับขี่แบบคลาสสิกสมัยใหม่ และส่งต่อแรงบิดได้อย่างทันท่วงที เครื่องยนต์ให้แรงบิดสูงสุด 105 นิวตัน-เมตร ที่ 3,100 รอบต่อนาที มากกว่ารุ่น Bonneville T100 ที่มีระบบการทำความเย็นด้วยอากาศถึง 54%

เพื่อให้เกิดความแม่นยำในการระบุตำแหน่ง และการตอบสนองของเรือนปีกผีเสื้ออย่างคงที่ของระบบการจัดการเครื่องยนต์ และระบบการฉีดเชื้อเพลิงด้วยคันเร่งไฟฟ้าของเครื่องยนต์ Bonneville ขนาด 1200 ซีซี ความเร็ว 6 ระดับ จึงถูกออกแบบทางวิศวกรรมให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม และมีช่วงจุดระเบิดเยื้อง 270º เพื่อส่งกำลังได้โดยตรงและมีลักษณะเฉพาะตัว

ลักษณะของเครื่องยนต์ถูกตกแต่งออกมาอย่างสวยงาม ผสมกับความเป็นมรดกตกทอดจากรถรุ่น Bonneville ในยุค 60 อันเป็นตำนาน และองค์ประกอบร่วมสมัยเพื่อรักษาเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์ ระบบการทำความเย็นด้วยของเหลวสุดทันสมัย และการตกแต่งภายนอกอย่างมีสไตล์ของเครื่องยนต์ขนาด 1,200 ซีซี ถูกคิดคำนวณอย่างรอบคอบในช่วงของการปรับแต่ง เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขณะใช้รอบสูง มีมลพิษลดลงและมีประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงดีขึ้นกว่ารถรุ่นก่อนถึง 13% รอบเช็กระยะครั้งแรกอยู่ที่ 16,000 กม. (10,000 ไมล์)
ท่อไอเสียแบบ peashooter ที่สวยสง่างาม ทอดยาวในแนวตรง พร้อมด้วยการออกแบบท่อสองชั้นอย่างชาญฉลาดที่สามารถซ่อนกล่อง CAT Box ไว้ได้อย่างแนบเนียน โดยจะให้เสียงที่แท้จริงของเครื่องยนต์สูบคู่สไตล์อังกฤษและเสียงของท่อไอเสียที่เข้มข้นทรงพลัง เข้ากันกับคุณลักษณะของ T120 

Bonneville T120 Bud Ekins รุ่นพิเศษมีขีดความสามารถตามมาตรฐานของจักรยานยนต์ระดับสูงเช่นเดียวกับ T120 มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่เน้นช่วยเหลือผู้ขับขี่ ช่วยทำให้สามารถควบคุมรถได้อย่างง่ายดาย และมีความปลอดภัย เพื่อรักษาลักษณะและสไตล์ความเป็น Bonneville ของแท้ให้คงเดิม
รายละเอียดของตัวรถ
ระบบเบรก ABS ระบบเบรกป้องกันล้อล็อกของ Triumph ช่วยให้เกิดความปลอดภัย และการควบคุมรถได้เป็นอย่างดี
คันเร่งไฟฟ้า Ride –by- Wire เพื่อการตอบสนองของเรือนปีกผีเสื้อ ประหยัดเชื้อเพลิงดีขึ้น
ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน ข้อดีของการใช้คันเร่งไฟฟ้า ระบบการควบคุมการยึดเกาะถนนแบบเปิด-ปิดได้ จะช่วยเพิ่มการควบคุมรถได้อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น
โหมดการขับขี่ปรับได้ 2 โหมด ซึ่งเชื่อมต่อกับระบบคันเร่งไฟฟ้า โดยสามารถเลือกโหมดการขับขี่ในแบบ Road และ Rain 
คลัตช์ช่วยผ่อนแรง 
ไฟหน้า DRL การทำงานร่วมกันระหว่างไฟหน้าและไฟ DRL
ไฟท้าย LED ติดตั้งมากับส่วนท้ายรถอย่างคลาสสิก มีรูปแบบไฟท้ายสวยงาม มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีขึ้น มาพร้อมกับไฟส่องป้ายทะเบียน
ช่องชาร์จไฟผ่านพอร์ต USB ช่องชาร์จไฟผ่านพอร์ต USB ภายใต้เบาะนั่งไว้สำหรับชาร์จอุปกรณ์ที่จำเป็น
ระบบป้องกันการโจรกรรมเครื่องยนต์ ชิปสัญญาณกันขโมยในกุญแจ
T120
เรือนไมล์แบบหน้าปัดคู่ เรือนไมล์แบบเข็มหน้าปัดคู่ (วัดความเร็วและรอบเครื่องยนต์) พร้อมกับดีไซน์หน้าปัด 3 มิติ เชื่อมต่ออย่างชาญฉลาด เข้ากับระบบเมนูดิจิทัล
หน้าปัดดังกล่าวยังแสดงข้อมูลสำคัญ ที่รวมไปถึง
- การตั้งค่าโหมดการขับขี่ Road หรือ Rain
- ไฟบอกตำแหน่งเกียร์
- บอกการวัดระยะทาง
- การตั้งค่าเส้นทางการขับขี่ 2 แบบ
- ไฟบอกสถานะการทำงาน
- ไฟเตือนระดับน้ำมัน
- ไฟบอกระดับน้ำมัน รวมทั้งอัตราการใช้น้ำมันเฉลี่ย และในปัจจุบัน
- การปิดระบบการควบคุมการยึดเกาะถนน
- นาฬิกาบอกเวลา

Bonneville T120 มีลักษณะของโครงรถและระบบกันการสั่นสะเทือนที่พัฒนาขึ้นเพื่อปรับความรู้สึกให้มีความสบาย ไดนามิกการขับขี่ที่พอดี คล่องแคล่ว เสถียร เบาะนั่งและระบบกันการสั่นสะเทือนระหว่างเดินทาง ช่วยเสริมตำแหน่งการขับขี่ที่ผ่อนคลาย ขาตั้งที่อยู่กึ่งกลางตัวรถ รางยึดสำหรับผู้นั่งซ้อนท้าย Bonneville T120 Bud Ekins รุ่นพิเศษติดตั้งพร้อมกับอุปกรณ์เต็มรูปแบบ Bonneville T120 ได้แรงบันดาลใจมาจาก Bonneville ปี 1959 ในตำนาน โดยผสานเข้ากับ DNA ดั้งเดิมให้มากขึ้น เข้ากับสัญลักษณ์ความมีสไตล์ ลึกในรายละเอียด และคุณลักษณะต่าง ๆ ที่โดดเด่น จากเอกลักษณ์ของ Bonneville โดยรวม ตั้งแต่ลายเส้นการตกแต่งของตัวถัง โลโก้ลงรายละเอียดสุดประณีต ไฟส่องสว่าง นาฬิกาหน้าปัดคู่อันน่าทึ่ง ทำให้ T120 เป็นรถที่มีความโดดเด่นเหนือกาลเวลา และมีวิวัฒนาการขึ้นอย่างสวยงาม

BONNEVILLE T100
เครื่องยนต์ขนาด 900cc
Bonneville T100 นำเสนอคุณภาพ ประสิทธิภาพ ขีดความสามารถ และความสบายในการใช้งานจากรถตระกูล Bonneville มาพร้อมเครื่องยนต์สูบคู่แรงบิดสูง 8 วาล์ว ขนาด 900 ซีซี แรงบิดมากกว่าเดิม  เสียงจากท่อไอเสียที่นุ่มลึกกว่ารถรุ่นก่อนที่ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ T100 ที่ถูกปรับแต่งขึ้นมาเพื่อให้ได้แรงบิดที่สูงในรอบเครื่องต่ำ ช่วยส่งต่อแรงบิดสูงสุดที่ 80 นิวตัน-เมตร ที่ความเร็วรอบ 3,200 รอบต่อนาที เพิ่มขึ้นจาก Bonneville T100 รุ่นระบายความร้อนด้วยอากาศก่อนหน้านี้ 18% 

ระบบจ่ายเชื้อเพลิงมีการพัฒนาให้การตอบสนองของเรือนปีกผีเสื้อดีขึ้นคันเร่งไฟฟ้าและชุดเกียร์ 5 ระดับ เครื่องยนต์ Bonneville มีการออกแบบทางวิศวกรรมให้มีเสน่ห์ดึงดูดใจ ช่วงจุดระเบิดเยื้อง 270º เพื่อส่งกำลังได้อย่างราบรื่น ระบบการทำความเย็นด้วยของเหลว ปรับปรุงประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงดีขึ้น 29% รวมเข้ากับรอบการให้บริการครั้งแรกขึ้นเป็น 16,000 กม. (10,000 ไมล์) ท่อไอเสียแบบ peashooter ของ T100 ออกแบบในสไตล์คลาสสิก ท่อสองชั้นที่ออกแบบได้อย่างแยบยล ให้เสียงของท่อไอเสียที่เข้มข้นทรงพลังสำหรับเสียงเครื่องยนต์สูบคู่สไตล์อังกฤษ

Bonneville T100 Bud Ekins รุ่นพิเศษนี้ มีขีดความสามารถมาตรฐานระดับสูงเช่นเดียวกับ T100 ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดการตกแต่ง ขีดความสามารถที่ทันสมัย รวมถึงเทคโนโลยีที่เน้นผู้ขับขี่ เพื่อการควบคุมรถและความปลอดภัย 
คันเร่งไฟฟ้า Ride-by-wire 
ระบบเบรก ABS
ระบบควบคุมการยึดเกาะถนนแบบเปิด-ปิดได้
คลัตช์ผ่อนแรง
ไฟท้าย LED
ระบบป้องกันการโจรกรรมเครื่องยนต์
ช่องชาร์จไฟผ่านพอร์ต USB
เรือนไมล์แบบหน้าปัดคู่ 
ไฟบอกตำแหน่งเกียร์
บอกการวัดระยะทาง
การตั้งค่าเส้นทางการขับขี่ 2 แบบ
ไฟบอกสถานะการทำงาน
ไฟเตือนระดับน้ำมัน
ไฟบอกระดับน้ำมัน
อัตราการใช้น้ำมันเฉลี่ย และในปัจจุบัน
นาฬิกาบอกเวลา
การตั้งค่าระบบการควบคุมการยึดเกาะถนน
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (cruise control)
ปลอกแฮนด์ปรับความร้อน

ยางรถ Pirelli Phantom Sportscomp พัฒนาสำหรับรถตระกูล Bonneville พร้อมกับความสามารถในการยึดเกาะถนนและการเปลี่ยนแปลงโปรไฟล์ลายดอกของยางหน้า ดอกยางหลังที่ลึกกว่าเดิมเพื่อการยึดเกาะและความทนทาน ทุกสิ่งใน Bonneville T100 ได้แรงบันดาลใจจาก Bonneville ปี 1959 จักรยานยนต์คลาสสิกของอังกฤษในตำนานนักบิดโบราณ ผสานเข้ากับสไตล์การออกแบบยุคใหม่ที่มีดีไซน์โดดเด่นกว่าเดิม เป็นจักรยานยนต์ที่มีลักษณะเฉพาะทาง เสริมแต่งด้วยอุปกรณ์ตกแต่งพรีเมียม สื่อให้เห็นถึงเอกลักษณ์แห่งจักรยานยนต์สายพันธุ์ผู้ดีอังกฤษอย่างแท้จริง.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-5253692475053

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ