TIME รายงานข่าว “วันเฉลิม” ถูกอุ้ม พี่สาวเผยน้องไม่ได้ยุ่งการเมืองแล้ว เลยไม่ได้ระวังตัว

workpointTODAY อัพเดต 07 มิ.ย. เวลา 13.26 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. เวลา 15.23 น. • workpoint TODAY |
TIME รายงานข่าว “วันเฉลิม” ถูกอุ้ม พี่สาวเผยน้องไม่ได้ยุ่งการเมืองแล้ว เลยไม่ได้ระวังตัว

วันที่ 6 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ของ นิตยสาร TIME รายงานข่าว กรณีนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทย ที่ไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังควบคุมอำนาจ เมื่อปี 2557 หายตัวไปขณะซื้อของที่หน้าที่พักในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา

TIME รายงานว่า กลุ่มชายติดอาวุธนำตัววันเฉลิมไปจากหน้าที่พักในกรุงพนมเปญ เมื่อช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี โดยข้อมูลจาก ฮิวแมน ไรท์ วอทช์ ระบุถึงพยานและภาพกล้องวงจรปิดที่มีภาพรถคันสีดำขับออกไป ขณะที่ทางการกัมพูชา ปฏิเสธการลักพาตัวที่เกิดขึ้นและไม่มีการวางแผนในการสอบสวน เพราะไม่มีการลักพาตัวเกิดขึ้น

โฆษกตำรวจกัมพูชาระบุว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าได้รับโทรศัพท์สอบถามเรื่องนี้ประมาณ 50 ครั้ง แต่ได้ตอบกลับไปเหมือนกันหมดว่า นี่เป็นข่าวปลอม ไม่ใช่เรื่องจริง ขณะที่ฮิวแมน ไรท์ วอทช์ เรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างเร่งด่วน

ภาพในการแถลงข่าว เมื่อปี 2561

รายงานข่าวยังระบุถึงกรณีเมื่อปี 2018 ที่วันเฉลิม ตกเป็นผู้ต้องหา นำสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ และระบุถึงการที่นายตำรวจระดับสูงของไทย พูดในเวลานั้นว่า จะนำตัวนายวันเฉลิม กลับมาประเทศไทยให้ได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง (ซึ่งตำรวจตามที่ข่าวอ้างคือ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่แถลงในตอนนั้นว่า เพจ "กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ" ลงทะเบียนในชื่อนายวันเฉลิม)

รายงานของ TIME ยังระบุถึง กรณีคนไทยที่ลี้ภัยในประเทศเพื่อนบ้าน ถูกลักพาตัวในช่วง 2016-2018 และพบร่างในแม่น้ำโขงในภายหลัง

ด้าน มติชนออนไลน์ ได้พูดคุยกับ น.ส.สิตานัน พี่สาวนายวันเฉลิม ซึ่งเป็นคนสุดท้ายที่ได้คุยโทรศัพท์กับนายวันเฉลิมขณะถูกนำตัวขึ้นรถไป โดยพี่สาว บอกว่า ได้ประสานกับผู้ส่งข่าวซึ่งอยู่ต่างประเทศที่บอกมาว่าให้หนักแน่นไว้ก่อน แต่ถ้าเกินวันนี้ (6 มิ.ย.) ก็ต้องทำใจแล้วว่าจะทำอย่างไรต่อไป คุณแม่ทำใจไว้ 6 ปี ตั้งแต่น้องชายลี้ภัย แต่ตนยังทำใจไม่ได้เพราะคุยกันทุกวัน

ตนไม่รู้สาเหตุที่ถูกอุ้มเพราะนายวันเฉลิมบอกว่าไม่ได้เคลื่อนไหวทางการเมืองแล้ว แต่หันไปสนใจทำธุรกิจในกัมพูชาเป็นหลัก จึงไม่ได้ระวังตัว และน้องชายยืนยันก่อนหน้านี้ว่า ไม่ได้เป็นแอดมินเพจการเมืองใดๆ

ทั้งนี้น้องชายเคยบอกว่าถูกติดตามจากคนแปลกหน้าเป็นคนไทย 3 รายและแอบถ่ายภาพไว้ได้

ดูข่าวต้นฉบับ