Review : Borderlands 3 ความโกลาหลครั้งใหม่ และทีมนักล่าชุดใหม่ เล่นใหญ่กว่าเดิม!

GamingDose เผยแพร่ 16 ก.ย 2562 เวลา 10.08 น. • GamingDose - ข่าวเกม รีวิวเกม บทความเกมจากเกมเมอร์ตัวจริง
Review : Borderlands 3 ความโกลาหลครั้งใหม่ และทีมนักล่าชุดใหม่ เล่นใหญ่กว่าเดิม!

ห่างหายไปกว่า 7 ปีเต็มสำหรับเกม Loot & Shoot ที่ดังและมีชื่อเสียงที่สุดแล้วก็ได้สำหรับ Borderlands ที่คราวนี้กลับมาพร้อมกับเหล่า Vault Hunter หน้าใหม่ เท่านั้นยังไม่พอ เหล่าสมาชิกและตัวละครหน้าเก่าก็กลับมาในภาคนี้กันอย่างคับคั่ง สำหรับแฟนเกม MMORPG และ FPS Borderlands 3 จะเป็นการกลับมาอย่างสมศักดิ์ศรีหรือไม่ Gearbox Software จัดเต็มอะไรให้เราได้ลุยกันบ้างในภาคนี้ เชิญพบกับบทความรีวิว Borderlands 3 กันได้ต่อจากนี้

Story

เหตุการณ์ในภาคนี้เว้นช่วงจากภาค 2 ไปราว ๆ 5 ปี และในภาคนี้เราจะได้พบกับเหล่านักล่าฉายา Vault Hunter กลุ่มใหม่ถึง 4 คน รวมไปถึงผู้ร้ายคนใหม่ที่คราวนี้มาเป็นพี่น้องในชื่อ The Calypso Twins ที่มีเป้าหมายจะชิงนวัตกรรมอาวุธสุดยอดของเหล่าเอเลี่ยนที่ฝังไว้บนดาวอันเสื่อมโทรม และแม้เวลาภายในเกมจะผ่านมา 5 ปีแล้ว แต่เราก็จะได้พบเจอตัวละครที่เราคุ้นหน้าคุ้นตาจากภาค 2 กลับมามีบทบาทในภาคนี้ด้วยไม่ว่าจะเป็ฯแม่ทัพใหญ่ของเราอย่าง Lilith , Zer0 , Moxxi รวมไปถึงเจ้า Claptrap ที่แทบจะกลายเป็นมาสคอตของเกมนี้ไปแล้ว

ด้วยความที่เนื้อเรื่องมันสานต่อจากภาค 2 คนที่ไม่เคยเล่นก็อาจจะไม่อิน เวลามีตัวละครบางตัวปรากฎตัวออกมา แต่ภาพรวมเนื้อเรื่องของเกมนี้ก็บ้าบอคอแตก ไร้สติและสาระอยู่แล้ว ถ้าจะมองว่ามันเป็นพล็อตที่เราต้องออกไปสู้กับเหล่าร้ายกู้โลกก็ย่อมได้ แต่ถ้ามีประสบการณ์จากภาคเก่ามาก่อนก็จะอินได้ไม่ยาก ดังนั้นตรงส่วนนี้จึงขึ้นอยู่กับว่าเราตามภาคเก่า ๆ มาก่อนหรือไม่ ถ้าไม่ก็อาจจะอินกับเกมน้อยลง (หรือจะลองไปหาบทสรุปตามเว็บไซต์อ่านเอาก็ได้) แต่เนื้อเรื่องโดยรวมของภาคนี้ก็ยังน่าติดตามอยู่ดี และโดยส่วนมากมันจะเน้นความฮาที่เป็นเอกลักษณ์ของ Borderlands ซะมากกว่าอยู่แล้ว

และหากใครชอบเกมที่มีความยาวเนื้อเรื่องในระดับสูง คุณอาจจะชอบ Borderlands 3 เพราะการันตีจากทีมพัฒนาว่าเกมนี้จะมีความยาวของเนื้อเรื่องอยู่ที่ 30 ชั่วโมงเลยทีเดียว แต่ก็มีข้อเสียอยู่ที่เพราะมันสานต่อจากภาคเก่าเยอะมาก ทำให้ผู้เล่นหลายคนที่ไม่ได้ตามมาก่อน อาจจะไม่อินกับเนื้อเรื่องเลย แต่มันไม่ใช่ปัญหาสักเท่าไรอยู่ดี

Presentation

ต้องบอกว่าจุดขายของ Borderlands 3 นอกจากระบบ Gameplay สุดมันส์ที่เรากำลังจะพูดถึงในหัวข้อถัดไปแล้วนั้น สิ่งที่ทำออกมาได้ดีก็คือ Presentation หรือสถานที่ต่าง ๆ ภายในเกมภาคนี้ที่มีความหลากหลายมาก ๆ

ในภาคนี้เราจะได้ออกไปผจญภัยบนดวงดาวมากกว่า 5 ดวง แต่ละดวงก็จะมีภูมิประเทศที่แตกต่างกันไป บางดาวก็เป็นทะเลทรายอันแห้งแล้ง บางดาวก็เป็นเมืองใหญ่ มีตึกสูงระฟ้า และในแต่ละดาวนั้นจะมีเมืองเล็ก เมืองใหญ่ ยิบย่อยอยู่ภายในอีก ซึ่งแต่ละแมปก็ไม่ใช่พื้นที่เล็ก ๆ มันทั้งใหญ่และซอกหลืบให้เราเข้าไปค้นหาอยู่มากมาย ดังนั้นใครที่เล่นเกมนี้ไม่ต้องเบื่อว่าจะเจอฉากเดิมซ้ำไปซ้ำมา เพราะมันมีทั้งดวงดาว ทั้งแผนที่ปลีกย่อย และดีไซน์สภาพเมืองและภูมิประเทศอันหลากหลาย จะทำให้เราตระการตาตลอดเวลาที่เล่นเกมนี้ได้แน่นอน

และสภาพภูมิประเทศที่แตกต่างกันออกไปทำให้เจอกับศัตรูที่หลากหลาย เช่น หากเป็นพื้นที่ทุ่งราบก็จะเจอพวกสัตว์ป่า แต่ถ้าเป็นเมืองไฮเทคก็จะเจอพวกหุ่นยนต์ ตามเมืองร้างเก่า ๆ ก็อาจจะเจอกับพวกกองโจร เปลี่ยนไปเรื่อย และเป็นสีสันให้ตัวเกมอยู่เรื่อย ๆ

และที่สำคัญการออกแบบแผนที่ในภาคนี้ก็ทำให้ทุกอย่างดูง่ายขึ้น ด้วยการจำลองแผนที่เป็นแบบภาพโฮโลแกรม ทำให้เราสามารถมองเห็นพื้นที่ลับได้ง่ายขึ้น เพียงแต่ต้องหาวิธีเข้าไปเท่านั้น ภาคนี้ถือว่าทำในส่วนของ Presentation ออกมาได้ดีมาก

Gameplay

เกือบจะ 100% ของเกมเพลย์ใน Borderlands 3 คือการเดินหน้ายิงแหลกแทบทั้งสิ้น แต่นอกจากการยิงกันแบบไม่หยุดหย่อนแล้ว เกมนี้มีความเป็น RPG อยู่ในตัวด้วย นั่นคือคุณจะมีระบบเลเวล มีค่าสเตตัส มีสกิลให้อัพ และต้องคอยหาปืนใหม่ ๆ มาใส่ให้ตัวละครแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ

"ปืน" คืออาวุธหลักของเกมนี้ ภายในเกมคุณจะพบเจอปืนมากมายหลายร้อย และอาจจะถึงหลายพันกระบอก ให้คุณเลือกใช้กันอย่างไม่หวาดไม่ไหว โดยแต่ละปืนก็จะมียี่ห้อของมัน และมีสเตตัส พลังแฝง และรูปแบบการยิงที่แตกต่างกันออกไปด้วย ดังนั้นสิ่งนึงที่ผู้เล่นจะปวดหัวที่สุดในเกมนี้คือการเลือกอาวุธให้กับตัวเองนี่แหละ ผู้เล่นสามารถหาอาวุธใหม่ได้ทั้งจากการทำภารกิจทั้งเนื้อเรื่องและเสริม รวมไปถึงดรอปจากมอนสเตอร์ทั่วไป และหากเป็นอาวุธระดับ Legendary อาจจะต้องออกแรงตามหากันสักหน่อย

ไม่เพียงแค่ตัวปืน เพราะ Shield หรือเกราะของเกมนี้ก็มีให้ผู้เล่นเลือกใช้งานหลากหลายแบบมาก บางอันอาจจะมีเกราะน้อย แต่มีโบนัสสูง เช่น หากโจมตีประชิดระหว่างเกราะแตกจะทำดาเมจได้มากขึ้น , หากเกราะใกล้แตกหรือลดลง จะยิงได้เร็วขึ้นเป็นต้น ระบบนี้ผสมเข้ากับออปชั่นของปืน และการบิลด์สกิลต่าง ๆ ของแต่ละคลาส จึงทำให้หนึ่งตัวละครเล่นได้หลากหลายสายมาก ขึ้นอยู่กับฝีมือการหาไอเทมและประยุกต์ใช้งานสกิลของไอเทมแต่ละชิ้นให้ตรงกัน ถือเป็นเกมที่มีอิสระในการปรับแต่งสูงมาก ๆ (แต่ใช้ดวงในการหาของออปชั่นดี ๆ แทน)

ความหลากหลายของอาวุธต่อยอดมากับระบบธาตุที่แบ่งออกเป็น 5 แบบ ไม่ว่าจะเป็นไฟ , กรดพิษละลายเกราะ , ไฟฟ้า , น้ำแข็ง และสารกัมมันตรังสี ทำให้ผู้เล่นต้องเลือกสรรการใช้อาวุธแต่ละประเภทให้ดี เพราะศัตรูก็จะมีเกราะแต่ละแบบที่แตกต่างกันไป การใช้ปืนยิงให้ถูกชนิด ก็จะทำดาเมจได้มากขึ้น และเก็บเลเวลได้เร็วขึ้นนั่นเอง

อย่างที่ทราบกันว่าเกมนี้มีตัวละครให้เราได้เลือก 4 ตัวละครด้วยกัน และใน 1 ตัวละครก็มีสายสกิลแยกไปอีกถึง 3 สาย ทำให้ภาคนี้ผู้เล่นสามารถเลือกอัพสกิลสร้างสายการเล่นของตัวเองได้อย่างหลากหลาย จะอัพเพื่อเน้นโซโล่ หรือสนับสนุนทีมก็ย่อมได้ แต่อย่างไรก็ตาม ทุกตัวละครสามารถฉายเดี่ยวได้หมด โดยไม่ต้องพึ่งทีมเลยก็ได้เช่นกัน เพราะเกมนี้

และด้วยความใหญ่ของแผนที่ในภาคนี้จึงมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะมาก เช่นการตามเก็บซาก Claptrap , Crew Challenge ที่ทำแล้วจะได้รับ EXP และเงินรางวัลพิเศษ ซึ่งผู้เล่นสามารถเลือกที่จะย้อนกลับไปยังแผนที่เก่า ๆ เพื่อตามเก็บทีหลังก็ได้เช่นกัน และที่เจ๋งมากในภาคนี้คือส่วนที่ได้กล่าวไปแล้วในส่วนของ Presentation นั่นคือการทำให้เป็นแผนที่เป็นแบบภาพโฮโลแกรมเหมือนกับ DOOM ทำให้มันง่ายต่อการตามหาจุดภารกิจ หรือจุดสำรวจไอเทมมาก

และ Boss Fight ยังคงสร้างความตึงมือให้กับผู้เล่นอยู่เสมอ นอกจากต้องยิงลุยอย่างหนักหน่วงแล้ว ยังต้องคอยหลบท่าโจมตีพิเศษ และกระสุนห่าใหญ่ ทำให้ผู้เล่นต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เพราะถ้าพลาดโดนกระสุนชุดใหญ่เข้าไปสักชุด หรือสักนัด ก็เกราะหาย เลือดสลาย เตรียมตัวล้มได้เลย และเกมนี้ก็จะมีไอเทมฟื้นฟูพลังชีวิตตกอยู่ตามฉาก การวิ่งลุยไปข้างหน้าจึงเป็นคำตอบมากกว่าถอยหลังยิงไปเรื่อย ๆ มีบางครั้ง บางจังหวะเหมือนกันที่ทำให้รู้สึกเหมือนกับกำลังเล่น DOOM อยู่ แต่เป็นเวอร์ชั่นสีสันสดใสแทน

และภาคนี้ Sanctuary หรือฐานทัพหลักของเราก็ทำหน้าที่เหมือนกับเป็น HUB ให้ผู้เล่นกลับไปพักผ่อน เพราะมีทั้งร้านค้าสำหรับอัพเกรดตัวละคร ตู้ซื้อขายอาวุธและเติมพลังชีวิต รวมไปถึงตู้เก็บของและตู้เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนรูปแบบการแต่งตัวของตัวละครเราก็ได้ หากใครสงสัยว่า ตัวเกมเป็นมุมมองบุคคลที่หนึ่ง จะแต่งตัวไปทำไม คำตอบอยู่ที่ Photo Mode

เพราะในระบบ Photo Mode ของเกมนี้จะทำให้เราเห็นตัวละครของตัวเองแบบสวย ๆ สามารถปรับหมุนมุมกล้อง ใส่ฟิลเตอร์ โฟกัส แถมเด็ดสุดเลยคือ อยากได้ภาพตอนกลางวันหรือกลางคืนก็ลากปรับเวลาเอาภายในเกมได้เลย ไม่ต้องรอเวลาเดินเอง หรือจะจัดขอบฟุ้ง โฟกัสตัวเอง หรือเอาตัวละครออก เพื่อถ่ายฉากสวย ๆ อย่างเดียวก็ทำได้ จัดเต็มสำหรับสายถ่ายรูปเช่นกันสำหรับระบบนี้

แม้เกมเพลย์จะเน้นไปที่การเดินหน้ายิงแหลก แต่ระบบ RPG ที่ใส่มาแบบลุ่มลึก ทำให้ผู้เล่นสนุกทั้งกับการไล่ยิงศัตรูภายในเกม และหาไอเทมใหม่ ๆ ให้เก่งขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับแฟนเกม MMORPG + FPS Borderlands 3 คือเกมที่คุณไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

Performance

เป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในช่วงที่เกมออกว่าตัวเกมนั้น เมื่อเล่นไปสักพักก็จะมีอาการเฟรมเรทตก ซึ่งตรงส่วนนี้เป็นผลมาจากการที่ตัวเกมเพิ่งปล่อยออกมา และยังไม่เสถียรมากพอ การเปิดเล่นเกมไปนาน ๆ เลยทำให้ประสิทธิภาพเกมลดลง และจะต้องออกเกมเข้าใหม่ถึงจะหาย ตรงส่วนนี้อาจจะต้องรอแทพช์แก้จากทีมงาน Gearbox เอง แต่ปัญหานี้ก็ไม่ต้องออกเข้าใหม่บ่อย ๆ เพราะจากการทดสอบนั้น ผู้เล่นต้องใช้เวลาเล่นไปนานราว ๆ 30 นาที - 1 ชั่วโมง ปัญหาถึงจะเกิดขึ้น ซึ่งก็เป็นระยะเวลาที่นานพอที่จะให้เราได้ลองไปพักผ่อน ยืดเส้นยืดสายบ้าง แต่จริง ๆ เกมมันก็ไม่ควรจะมีปัญหานี้อยู่ดี..

ในสวนของ Option หรือการตั้งค่า ก็มีมาให้ปรับเลือกเยอะมาก แต่น่าเสียดายที่เกมนี้การเอาเมาส์ไปชี้ที่ตัวเลือก Option จะขึ้นเพียงคำอธิบายเท่านั้น ไม่มีภาพตัวอย่างให้เห็นเหมือนอย่างที่เกมอื่น ๆ ในยุคนี้ทำกัน นอกนั้นก็มีตัวเลือกให้ปรับใช้เยอะดี ปรับแต่งได้เยอะ ทั้งขนาดของ UI , กราฟิก , เสียง , ไปจนถึงการทดลอง Benchmark ที่เกมนี้ก็ใส่มาให้ทดลองด้วย

ในส่วนของโหมดออนไลน์ นอกจากอินเตอร์เน็ตของผู้เล่นเองแล้ว เกมนี้ก็จัดเต็มให้แบบไม่กั๊ก เพื่อรองรับความสะดวกสบายของผู้เล่นให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นวิธียอดนิยมอย่าง Matchmaking , หรือการเล่นแบบ Lan Browser ซึ่งวิธีนี้ตอนนี้มีคนคาดเดากันว่าคนที่ซื้อเกมบน Steam ในอนาคต ก็จะสามารถเล่นกับผู้ใช้งาน Epic Games Store ได้อย่างไม่มีปัญหา

Borderlands 3 คือการกลับมาของเกม MMOFPS ที่หยิบเอาข้อเสียของภาคก่อนหน้ามาปรับปรุงให้ดีขึ้น ในขณะเดียวกัน ระบบ Combat หรือ Gunplay ของเกมก็มันส์ดุเดือดสะใจ และทำให้ผู้เล่นติดพันได้ไม่ยาก หากผู้เล่นหรือแฟนเกมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับ Epic Games Store มาก และกำลังมองหาเกมที่จ่ายทีเดียวแล้วเล่นได้ยาว ๆ มากกว่า 30-50 ชั่วโมงขึ้นไป นาทีนี้ก็คงไม่มีเกมไหนที่ตอบโจทย์คุณได้เท่ากับ Borderlands 3 อีกแล้ว

Verdict 8.0/10

ดูข่าวต้นฉบับ