Ragnarok Online Gravity แนวทางการเล่น Sorcerer สาย Psychic Wave

GameFever TH อัพเดต 07 ก.ค. เวลา 05.35 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. เวลา 12.35 น. • GameFever.co

สวัสดีชาว Rune Midgard ทุกท่าน วันนี้ถึงคิวของนักเวทย์ผู้ควบคุมธาตุอย่าง Sorcerer กันแล้ว ซึ่งอาชีพนี้ หลายคนอาจจะรู้สึกว่าเล่นยาก ถ้ามีไว้ลง Land ให้ปาร์ตี้ กับไปป่วน Guild War เนี่ย โอเคอยู่ แต่คงเลือกที่จะดูดปาร์ตี้ไปตลอดสินะ…

แต่สายที่เราจะแนะนำกันในบทความนี้ เรียกได้ว่าเป็นสาย AoE (สายโจมตีหมู่) หรือจะนิยามว่าสาย Psychic Wave ตามสกิลหลักที่เราจะใช้ก็ได้ สายนี้โดดเด่นที่การเน้นสกิลหมู่ โจมตีมอนสเตอร์ได้แรงและกินพื้นที่กว้าง สามารถลากตีคนเดียวก็ได้ ซัพพอร์ตปาร์ตี้ก็สนุก ไปจนถึงตีบอส MVP จะแบบไหนก็เข้ามาเถอะ เราไม่กลัวอยู่แล้ว!

เห็นแบบนี้น่าสนใจใช่ไหมล่ะ? ถ้าอย่างนั้นเราไปดูแนวทางการเล่นพร้อมกันด้านล่างเลย~

Stat แนะนำ

STR → 20 AGI → 100+ VIT → 80 INT → 120 DEX → 120 LUK → 1   ด้วยเรานั้นเป็นสายเวทย์ แน่นอนว่า Int ต้องกินขาด อัพไปเลย 120 และ Dex ก็เช่นกัน เพราะมีผลในการร่ายเวทย์ให้เร็วขึ้น อีก Stat ที่สูงไม่แพ้กันคือ Agi เพราะมีส่วนช่วยในการลด Delay ของสกิล แถมยังเพิ่มอัตราการหลบหลีกให้เราอีกด้วย ในส่วนของ Vit ให้ลงไว้ที่ 80 เพื่อให้อึดพอในช่วงที่โดนรบกวนระหว่างร่ายสกิล หรือลากมอนสเตอร์เข้ามาในพื้นสกิลที่เราร่ายไว้ Str ช่วยในการแบกยาและ Gemstone ส่วน Luk ไม่จำเป็นสำหรับ Sorcerer เท่าไหร่ แต่ถ้า Point เหลือ อยากลงก็ตามใจผู้เล่นเลยจ้า  

แนวทางการลง SKILL

Class 1 - Mage

ให้ลงสกิลหากินอย่าง Bolt ทุกธาตุ ให้เต็ม 10 เท่านี้ เราก็สามารถเก็บเลเวลในคลาส 1 ได้เกือบทุกพื้นที่แล้ว ตามมาด้วยสกิลตีหมู่อย่าง Fire Ball และ Fire Wall แถมด้วยสกิลสถานะ Frost Driver ที่มีโอกาสทำให้ศัตรูแข็งตัว ก่อนจะคอมโบด้วย Lighting Bolt ซึ่งจะช่วยเพิ่มความได้เปรียบเวลาไปสู้กับมอนสเตอร์ และสกิลที่ต้องลงเตรียมไว้เลย คือ Stone Curse Lv.1 เพราะจะเป็นสกิลทางผ่านที่มีผลระยะยาวถึงคลาส 3 และอีก 2 แต้มสกิลที่เหลือ สามารถเลือกลงได้ตามชอบ อย่างตามภาพจะลง Increast SP Recovery ไว้ เผื่อในอนาคตเราจะต้องใช้ SP ในจำนวนมาก จะได้มีตัวช่วยฟื้นฟู  

(High) Class 2 - Professor

ก่อนอื่น ขอแนะนำว่าใครที่อยากเป็น Sorcerer แต่จะข้าม High Class ไปเป็นคลาส 3 เลยนั้น "คุณพลาดแล้ว" เพราะในช่วงที่เราเป็น Sage ส่วนใหญ่จะเล่นสาย Auto Spell กันใช่ไหมล่ะ ซึ่งจะส่งผลให้ตอนคุณเปลี่ยนคลาสสามแล้วต้องรีสกิล เพื่อให้ได้สกิลทางผ่านของคลาส 3 ส่วนจะเล่นสายร่ายเวทย์ ก็มีสกิลให้ใช้น้อยเหลือเกิน… หลังผ่านช่วง High Mage มาแล้ว ให้เรารีบลง Free Cast ให้ได้ เพื่อความสะดวกในการร่ายเวทย์ จากนั้นลง Double Bolt เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้าง HIT 2 เท่า ต่อศัตรูในจำนวนที่มากขึ้นเมื่อใช้สกิลประเภท Bolt ทั้งหลาย หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ร่าย Bolt แบบ Auto ให้อีกครั้งนั่นเอง ซึ่งตัวนี้เป็นสกิลที่มีใน High Class เท่านั้น ส่วนอีกสกิล High Class ที่สร้างความสะดวกสบายให้กับชีวิต ก็คือ Memorize ที่จะช่วยลด Cast time ลงครึ่งหนึ่ง เป็นจำนวน 5 สกิล และมันจะอยู่กับเราไปจนกว่าเราจะใช้ครบโควตา เจ๋งไปเลยใช่ไหม! ต่อไปให้ลงสกิลเคลือบธาตุอาวุธ โดยเริ่มจากเคลือดิน (Seismic Weapon) Lv.1 ที่ต้องลงธาตุนี้ก่อน เพราะเราจะได้นำสกิลEarth Spike และ Heven's Drive มาช่วยเสริมทัพในการเก็บเลเวล จากนั้นจึงตามด้วยเคลือบธาตุอื่น ๆ อย่างไฟ (Flame Launcher) น้ำ (Frost Weapon) และลม (Lightning Loader) ที่ Lv.2 ต่อด้วยสกิลสร้างพื้นธาตุต่าง ๆ ได้แก่ ไฟ (Volcano), น้ำ (Deluge) และลม (Violent Gale) ซึ่งในการสร้าง 1 ครั้ง ต้องใช้ Yellow Gemstone 1 ชิ้น อย่าลืมพกไปด้วยล่ะ โดยเริ่มลงแต้มทั้ง 3 ธาตุที่เลเวล 3 เพื่อเปิดทางไปสู่ Land Protector ที่มีคุณสมบัติป้องกันความเสียหายจากสกิลทุกประเภท รวมทั้งสถานะผิดปกติทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่นี้จะถูกล้างออกทั้งหมดด้วยเช่นกัน โดยใช้ Blue Gemstone และ Yellow Gemstone อย่างละ 1 เม็ดในการร่ายสกิล ซึ่งสกิลนี้แหละ จะทำให้ทุกปาร์ตี้รักเรา♥ ฉะนั้นลงไปให้เต็มเลย แล้วค่อยกลับไปลงพื้นธาตุให้เต็ม ในเมื่อเรามีสกิลหากินครบแล้ว ต่อไปจะเป็นสกิลทางผ่านอื่นที่จำเป็นในคลาส 3 นั่นคือสาย Dispel เริ่มจาก Magic Rod Lv.1, Spell Breaker Lv.3 และจบด้วย Dispel อย่างน้อยที่ Lv.2 *หมายเหตุ: สำหรับในช่วงที่เป็น Sage ก่อนเปลี่ยน High Class ก็สามารถเล่นสายร่ายเวทย์คู่กับ Land Protector ได้ หากมีปาร์ตี้ที่พร้อมจะไปกับเราทุกที่ แต่ถ้างบน้อย เพื่อนน้อย อาจจะเลือกเล่นสาย Auto Spell เพื่อความสะดวกก็ได้ เพราะสุดท้ายแล้ว สกิลทั้งหมดก็จะถูกรีใหม่อยู่ดี เลือกแบบที่เราเก็บเลเวลได้ง่ายและไว จะดีที่สุดจ้า~  

Class 3 - Sorcerer

มาถึงคลาส 3 กันแล้ว ให้เราลงสกิลหลัก ๆ ตามนี้เลย Psyshic Wave - ยิงคลื่นพลังจิตไปที่เป้าหมาย ด้วยเวทมนตร์ไร้ธาตุ ในระยะ 11 ช่อง เป็นจำนวน 7 HIT (ที่เลเวลสูงสุด) และมีโอกาสทำให้เป้าหมายติด Stun ด้วย Diamond Dust - สร้างพายุอันหนาวเหน็บเพื่อโจมตีศัตรูด้วยธาตุน้ำ ในระยะ 9 ช่อง (ที่เลเวล 4 ขึ้นไป) มีโอกาสทำให้เป้าหมายติดสถานะ Freeze เมื่อถูกโจมตี Varetyr Spear - เรียกหอกสายฟ้าลงมาจากท้องฟ้าเพื่อโจมตีเป้าหมายและศัตรูอื่นที่อยู่รอบ ๆ ในระยะ 7 ช่อง (ที่เลเวลสูงสุด) สามารถสร้างความเสียหายทั้งกายภาพและธาตุลมได้ในเวลาเดียวกัน แถมยังมีโอกาส Stun ศัตรูได้อีกด้วย Earth Grave - สร้างพื้นสุญญากาศในระยะ 9 ช่อง (ที่เลเวลสูงสุด) เพื่อโจมตีด้วยธาตุดินและดูดศัตรูเข้าสู่จุดศูนย์กลางของสกิลพร้อมตรึงให้เป้าหมายขยับไปไหนไม่ได้เป็นระยะเวลา 20 วินาที (ที่เลเวลสูงสุด) มีโอกาสทำให้เป้าหมายติดสถานะ Bleeding (เลือดไหล) ได้ด้วยนะ Poison Burst - สร้างพิษเพื่อทำดาเมจจำนวนมากแก่เป้าหมาย โดยมีทางผ่านคือ Killing Cloud Lv.2 Extreme Vacuum - สร้างพื้นสูญญากาศเพื่อดูดเป้าหมายในระยะ 7 ช่องไว้ในจุดศูนย์กลางของพื้นที่สกิล และทำให้ขยับไม่ได้เป็นเวลา 12 วินาที (ที่เลเวลสูงสุด) ซึ่งสร้างความสะดวกให้สาย AoE อย่างเรามาก โดยหลังจากลงสกิลนี้แล้ว สามารถใช้สกิลอื่นคอมโบต่อได้เลย หรือจะเอาไว้สลับใช้กับ Earth Grave ก็ไม่เลวเช่นกัน ส่วนสกิลที่แนะนำเพิ่มเติมคือ Fire Walk และ Electric Walk ที่จะสร้างพื้นไฟและสายฟ้าในระยะ 16 ช่องที่เราเดินผ่าน หากศัตรูที่ผ่านเข้ามาในทางที่เราเดินแล้ว จะถูกสร้างความเสียหายจำนวนหนึ่ง ใช้งานได้สูงถึง 8 ครั้ง อาจจะสร้างผลการโจมตีได้ไม่มาก แต่เท่มากนะจะบอกให้!  

************************************

  หลังจากลงตามนี้แล้ว เราจะ เหลือแต้มสกิลสูงถึง 17 แต้มสามารถเอาไปลงสกิลอื่น ที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ได้ตามแนวการเล่นของใครของมันเลยจ้า  

อุปกรณ์สวมใส่แนะนำ

ชิ้นแรกที่ควรจะมีเลย คือเสื้อ Orlean's Gown เพราะจะช่วยให้เราร่ายเวทย์ได้โดยไม่ถูกขัดจากการโจมตีของศัตรู โดยแลกกับการที่ต้องเสียเวลาร่ายเวทย์เพิ่มขึ้น 15% ฉะนั้น ให้ใส่คู่กับ Orlean's Necklet จะลดเวลาร่ายลง 15% หรือร่ายได้ตามปกตินั่นเอง ทางด้านหมวกในดวงใจของสาว ๆ สายเวทย์ คงต้องยกให้ MVP Drop อย่าง Tiara หาได้จาก White Lady และ Maya หรือ

Wind Whisper ที่ได้มาจากตอนเปลี่ยนคลาส 3 ก็ถือว่าโอเคนะ ใช้ได้ทุกเพศ อยู่ได้ยาว แล้วค่อยหาหมวก Cash ที่คุณสมบัติตรงความต้องการมาเปลี่ยนทีหลังก็ได้ ผ้าคลุม Manteau of The Fallen จาก Bio Lab ซึ่งเป็นของดีหายาก ที่จะเพิ่มความสามารถตาม Stat ที่เราอัพ ถ้า Stat นั้นมีแต้มมากกว่า 90 เราจะได้คุณสมบัติพิเศษ (เช็คได้ ที่นี่ อ้างอิงจากเว็บไซต์ ratemyserver.net) ส่วนรองเท้า ถ้าได้ Temporal Int Boots จะเยี่ยมมาก!! เพราะเมื่อเราอัพ Int ถึง 120 แล้ว จะได้ MATK (พลังโจมตีเวทย์) เพิ่มอีก 60 แต้ม และที่พิเศษคือ รองเท้าประเภท Temporal สามารถ Enchant ได้ถึง 3 Slot ยิ่งได้ Spell ซึ่งมีคุณสมบัติลดร่ายเวทย์ด้วยแล้ว นับว่าแจ่มไปเลย ในส่วนคทา หากใช้คทามือเดียว แนะนำ Rafini Staff ตีบวกเยอะๆ เพราะสามารถลดร่ายได้ 1% ต่อการตีบวก 1 เลเวล แถมหาได้ง่าย ๆ จาก Medusa อีกข้างถือโล่ Orlean's Server คอมโบคู่กับ Orlean's Gloves จะช่วยลดร่ายได้ถึง 10% แต่ถ้าเลือกใช้คทาสองมือ ก็จัด Kronos ไปเลย คทานี้เป็น MVP Drop จาก Dark Lord ที่เมื่อโจมตีด้วยเวทมนตร์ จะเพิ่ม MATK ถึง 12% แถมยิ่งตีบวก จะได้ค่า Int และ Max HP เพิ่มอีกด้วย เมื่อไม่มีโล่ Orlean แล้ว ถุงมือก็ไม่จำเป็น แนะนำให้ใส่เครื่องประดับอีกข้างเป็นแหวนน้ำ (Ring Of Resonance) เพราะเมื่อเราถูกโจมตี จะมีโอกาสร่ายสกิลต่าง ๆ ออกมาได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นไปทางสกิลบัฟเสียด้วย เป็นประโยชน์มากเวลาโดนรุม ฮ่า ฮ่า ฮ่า…

คุยส่งท้าย

ใครที่เคยเล่นสายเวทย์เกมนี้ จะรู้ว่าสกิลหมู่เนี่ย "หลอดร่ายยาว" ทุกสกิล รวมทั้งสกิลของ Sorcerer ที่เราแนะนำด้วย จึงเป็นที่มาของการหาของลดร่ายให้ได้เยอะ ๆ ไร้หลอดได้ยิ่งดี (ซึ่งคงเป็นไปได้ยากสำหรับเซิฟจริง) ตามที่แนะนำคือเท่าที่ส่วนตัวคนเขียนเคยใช้ และนึกออกว่าในเซิฟ Gravity ของเราน่าจะมีแล้ว หากพลาดตรงไหน ลองคอมเม้นต์แบ่งปันแนวทางการเล่นหน่อยเนอะ แต่ส่วนตัวชอบสายนี้นะ เล่นสนุกดีเมื่อเทียบกับสาย Auto Spell ที่ตีได้ทีละตัว ที่สำคัญคือ ไม่ต้องรอเพื่อนก็ได้ จะหนีไปเล่นเงียบ ๆ คนเดียวก็ไปรอด ฟาร์มของได้ เล่นเป็นตัวหลักได้สบาย เสียอย่างเดียวคือ.. กว่าจะเป็น Sorcerer ได้นี่แอบเหนื่อยน่าดู แล้วเพื่อน ๆ คิดอย่างไรกันบ้างเอ่ย?

ดูข่าวต้นฉบับ