โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"เพชร กรุณพล" ปราศรัยน้ำตาคลอ ลั่นพร้อมเข้าไปด่า "ประยุทธ์" ในสภา

"เพชร กรุณพล" ปราศรัยน้ำตาคลอ อนาคตของชาติถูกขังเพียงเพราะออกมาเรียกร้องเสรีภาพ เด็กไม่ได้ไปเรียนเหตุรัฐบาลบริหารโควิดผิดพลาด ประชาชนหมดตัวมองไม่เห็นอนาคต ลั่นดาราคนนี้พร้อมเข้าไปด่า "ประยุทธ์" ในสภา ถึงเวลาพุ่งชนต้นตอปัญหาอย่างดุดัน

ก้าวไกลจัดเต็ม! "พิธา" นำทีม ส.ส.ขึ้นเวทีปราศรัยหนุน "เพชร กรุณพล" เข้าสภา - เจ้าตัวลั่นพร้อมพุ่งชนต้นตอปัญหา สร้างความเปลี่ยนแปลง จตุจักร-หลักสี่ ด้าน "ชัยธวัช" ชี้ประสบการณ์ที่พรรคมีคือความลำบากร่วมกันของคนธรรมดา

วันที่ 22 มกราคม 2565 เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ลานกีฬาชุมชนเสนานิคม 2 เขตจตุจักร พรรคก้าวไกลจัดปราศรัยใหญ่สำหรับการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขตจตุจักร-หลักสี่ โดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล, ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล นำทีม ส.ส.ของพรรค อาทิ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์, อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล, ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ พร้อมด้วย อภิวัฒน์ ด่านศรีชาญชัย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตจตุจักร ขึ้นเวทีปราศรัย ร่วมรณรงค์หาเสียงให้กับ เพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล เบอร์ 6 ท่ามกลางประชาชนที่มาร่วมฟังการปราศรัยอย่างเนืองแน่น

โดยตลอดทั้งวัน ทีมงานของพรรคได้เดินทางพบปะประชาชนในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นชุมชนการเคหะทุ่งสองห้อง, ชุมชนศิษย์หลวงปู่ข่าว เขตหลักสี่ รวมถึงชุมชนโรงสูบน้ำ แขวงลาดยาวเขตจตุจักร ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

***"เพชร กรุณพล" พร้อมทำหน้าที่ในสภา -พุ่งชนต้นตอปัญหา - สร้างความเปลี่ยนแปลง

กรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล เบอร์ 6 กล่าวปราศรัยตอนหนึ่ง ว่า การเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองของประชาชน ไม่มีนายทุนคนใดผูกขาด เป็นที่รวมของคนหลากหลายสาขาอาชีพ และด้วยผลงานการแก้ปัญหาตามระบอบรัฐสภา ก็เหมือนเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ให้กับตนเองและประชาชนทุกคน แต่วันหนึ่งแม้พรรคถูกยุบ แต่เมล็ดพันธุ์ที่หว่านลงไปได้งอกมาเป็นพรรคก้าวไกล ซึ่งเมื่อตนทราบข่าวนี้ สิ่งหนึ่งที่ทำได้คือเดินไปสมัครที่พรรค เพราะมันเป็นความอัดอั้นใจ ซึ่งเชื่อว่าหลายคนก็อึดอัดใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ในประเทศนี้ เราเห็นคนลำบากมามากไปแล้ว เราเห็นอนาคตของชาติถูกขังอยู่ในเรือนจำเพียงเพราะออกมาเรียกร้องอนาคตของเขา เพียงเพราะเขาออกมาเรียกร้องเสรีภาพในการพูด

วันนี้ ประชาชนที่เจอได้บอกให้ช่วยส่งเสียงหน่อยว่า ก่อนนี้เขาเคยมีบ้าน มีรถ มีเงินเก็บ วันนี้ขายรถไปแล้ว เงินเก็บไม่มีสักบาท มองไม่เห็นอนาคต ไม่รู้ลูกจะอยู่อย่างไร ซึ่งวันนี้ ตนเป็นคนตัวเล็ก ๆ แต่ก็อยากจะมีสิทธิ์ที่ทำให้พี่น้องประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้ หลายคนที่อยู่ตรงนี้เคยคิดว่าเราจะอยู่กันไปอย่างไร ทุกวันนี้เราลำบากมาก แล้วยิ่งลูกหลานของเรา วันข้างหน้าเขาจะอยู่อย่างไร มีเด็กคนหนึ่งมาบอกให้สู้ ๆ สู้ให้ชนะ หนูอยากกลับไปเรียน ถามว่าเพียงพอหรือยังกับการที่ลูกหลานเราต้องอยู่บ้าน ไม่ได้ไปโรงเรียน ไม่มีเพื่อน เพียงพอหรือยังกับการบริหารที่ผิดพลาด ไม่มีวัคซีนเพียงพอ ประชาชนไม่ได้ใช้ชีวิตปกติ เศรษฐกิจไม่เปิด สิ่งที่รัฐบาลบอกเราคือว่าเราเป็นประเทศยากจน ไม่มีเงินแก้ปัญหาให้ประชาชน ไม่ว่าจะวิกฤตโรคระบาด วิกฤตเศรษฐกิจ แต่เรากลับได้เห็นว่ากระทรวงกลาโหมและคณะรัฐมนตรี ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อนุมัติงบซื้อเครื่องบินรบ เขาให้เราไม่ได้ แต่เขาเอาไปใช้กับการซื้ออาวุธได้

"ผมคิดว่า ประเทศเรามีงบประมาณเพียงพอที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนดีขึ้น พรรคก้าวไกลและผมเห็นตรงกันว่า เราต้องการให้ประชาชนมีเสรีภาพ ทุกคนต้องเท่าเทียมกัน การสาธารณสุข การศึกษา สวัสดิการถ้วนหน้าต้องเกิดขึ้น พรรคก้าวไกลจึงส่งผมมาเป็นผู้สมัคร ส.ส. หลายคนอาจจะมองว่าผมเป็นดารา แต่อยากย้ำว่า ดาราเป็นเพียงอาชีพที่ใช้ทำมาหากิน แต่ดาราคนนี้เรียนจบเศรษฐศาสตร์ ดาราคนนี้เคยทำธุรกิจ และดาราคนนี้พร้อมเข้าไปด่า พล.อ ประยุทธ์ในสภา ถึงเวลาแล้วที่เราจะไม่ประนีประนอม ไม่พูดจาดี ๆ กับคนที่ไม่มีเหตุผล ถึงเวลาแล้วกับการพุ่งชนต้นตอปัญหาอย่างดุดัน เราไม่ก้าวร้าว เราจะก้มโค้งให้ประชาชนแต่จะยืนตรงต่อหน้าเผด็จการ พรรคก้าวไกลมี ส.ส.ที่เป็นแรงงาน อาจารย์ วิศวกร และวันนี้พรรคก้าวไกลกำลังจะมี ส.ส.ที่เป็นดารา แต่สิ่งนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยเสียงของพี่น้องประชาชนในวันที่ 30 มกราคมนี้ ที่จะบอกว่าเราจะไม่ทน เราต้องการความเปลี่ยนแปลง" กรุณพล กล่าว

*** "พิธา" เผยสิ่งที่จะทำหากก้าวไกลเป็น รบ. - ปลุก ปชช.สร้างความเป็นไปได้ เลือก "เพชร กรุณพล" ไปเปลี่ยนแปลง

ด้าน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ อาจเป็นการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่จะเป็นทิศทางว่าประเทศจะเป็นอย่างไร จะเดินไปสู่อนาคตหรือวนเวียนกับอดีต ถามว่าหน้าตาของประเทศที่มีพรรคก้าวไกลนำจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นอย่างไร บอกได้เลยว่า เราจะเปลี่ยนงบกองทัพให้เป็นงบของพี่น้องประชาชนให้ได้ ให้เป็นงบของเศรษฐกิจฐานราก เราจะนำเสนอรัฐสวัสดิการให้กับคนทุกๆ ไม่ว่าจะเด็ก วัยที่กำลังเติบโต หรือผู้สูงอายุ ก็ต้องได้สวัสดิการจากรัฐ พวกเราจะเข้าไปต่อสู้กับความยากจน จะไปต่อสู้กับสังคมสูงวัย หมดเวลาแล้วที่ไปไหนมาไนเจอแต่ผู้สูงอายุ เจอผู้ป่วยติดเตียงอยู่กับบ้าน เราจะจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุที่เขาสู้มาก่อนพวกเรา ไม่ควรมีใครคนไหนต้องลาออกเพื่อต้องมาดูแลปู่ย่าตายาย ขณะเดียวกันถ้าท่านเป็นลูกหลานที่ต้องการดูแล รัฐบาลก็ต้องมีเงินให้ในฐานะผู้ดูแลผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน การที่เราจะสู้กับสงครามความยากจน สงครามสังคมผู้สูงวัย แม้ว่าจะใช้งบประมาณมาก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือความยากจนของประเทศนี้จะหมดไปจริงๆ เศรษฐกิจจะเติบโต การบริโภคจะสูงขึ้น นอกจากนี้ ถ้าก้าวไกลเป็นรัฐบาล เราจะพัฒนาบ้านราคาประหยัดให้พ่อแม่พี่น้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง ถ้าก้าวไกลเป็นรัฐบาลเมื่อไหร่การจ้างงานจะต้องเกิดขึ้น งบประมาณเหล่านี้เอามาจากงบกองทัพ มาสร้างงานให้พี่น้องประชาชนได้ กองทัพต้องได้รับการปฏิรูป จำนวนนายพลจะลดลงทันที 25 เปอร์เซ็นต์ เราจะยืนเคียงข้างอยู่กับทหารชั้นผู้น้อยให้ความมั่นคงกับครอบครัวเขาเท่ากับความมั่นคงของชาติเรา เขาไม่ควรต้องเสียสละเพียงเพราะมีเจ้านายห่วยๆ เพียงไม่กี่คน นี่คือความฝันของตนในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

"ผมเชื่อว่าสิ่งที่ไม่ดี ซ่อมได้ด้วยสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว แต่เราต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ อยู่ที่ความมุ่งมั่นตั้้งใจว่าเขาจะทำหรือไม่ทำ สำหรับพี่น้องประชาชนที่ยากลำบากในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา จากเศรษฐกิจปั่นป่วน โรคระบาด ท่านอาจเหนื่อยและอาจคิดว่าที่ผมพูดมาเป็นไปไม่ได้ บางคนบอกว่าเป็นแบบนี้มานานแล้วไม่เปลี่ยนสักที แต่ผมเห็นว่า ก็เหมือนกันกับตอนที่คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ที่ใครๆ ก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้ ยิ่งเมื่อพรรคถูกยุบถูกส่งต่อมาเป็นพรรคก้าวไกล ถามว่าวันนี้เป็นอย่างไร เป็นไปได้หรือไม่ ซึ่งความเป็นไปได้นี้ไม่ใช่เพราะผมเพียงคนเดียว แต่เพราะทุกคน แม้อาจจะยาก เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ถ้าเราทำด้วยกันมันจะเป็นไปได้ เราเดินมาไกลกันแล้ว มาไกลเพราะพี่น้องทุกคน การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้เพราะทุกท่านร่วมมือกับ ส.ส.ของท่านในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ไม่มีอะไรที่จะมีพลังเท่ากับการรวมตัวของสามัญชนคนธรรมดาอย่างที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ และพวกเรา ส.ส.เราทุกคนจะยังหยุดไม่ได้ สัปดาห์หน้าเราจะเดินเคาะประตูทุกบ้าน รับฟังทุกปัญหา และพาเพชร กรุณพล เข้าสภา วันนั้นมาถึงเมื่อไหร่ จตุจักร-หลักสี่จะเปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันเหมือนเดิม เปลี่ยนประเทศไทย และเปลี่ยนโลกนี้ไปด้วยกันครับ" พิธา กล่าว

***"ชัยธวัช" ลั่น ประเทศไทยต้องการ ส.ส.ที่มีกระดูสันหลัง - ชี้ประสบการณ์ก้าวไกลคือประสบการณ์ร่วมของคนธรรมดา

ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การที่พรรคก้าวไกลเสนอ เพชร กรุณพล เป็นผู้สมัคร ส.ส. ไม่ใช่เพียงเพราะเขาเป็นดารา ไม่ใช่เพราะเขาเติบโตในเขตนี้ หรือไม่ใช่เพราะเขามีความรู้ความสามารถเท่านั้น แต่ เพชร กรุณพล พิสูจน์การทำงานกับพวกเรามานานตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ในฐานะอาสาสมัคร และทันทีที่พรรคถูกยุบโดยคำสั่งผู้มีอำนาจบาตรใหญ่ เขาไม่ลังเลจะยืนหยัดกับพวกเราต่อด้วยการมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล ก่อนหน้านี้ เพชร กรุณพล เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ที่อยู่ระหว่างการสรรหา ซึ่งระหว่างนั้นเขาได้ถูกทาบทามไปอยู่พรรคอื่น มีข้อเสนอมากมาย ทั้งงบประมาณ ตำแหน่งทางการเมืองให้ แต่เพชร กรุณพล ตอบปฏิเสธอย่างมั่นใจ แล้วยืนหยัดจะเดินตามวิถีทางการเมืองพรรคก้าวไกล เราต้องการผู้แทนราษฎรที่มีกระดูกสันหลังแบบนี้ ต้องการผู้แทนที่ยืนยันมาแล้วว่าจะไม่มีวันทรยศกับประชาชน พรรคก้าวไกลเราเป็นพรรคที่เพิ่งจะเริ่มต้น เช่นเดียวกับเพชร กรุณพล ก็เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ เราไม่อาจอ้างประสบการณ์การเมือง 10-20 ปี มาหาเสียงกับพี่น้องได้ แต่สิ่งที่เรามีคือประสบการณ์ในฐานะประชาชนเหมือนเราท่านๆ เรามีประสบการณ์ในฐานะคนเดินดินกินข้าวแกงที่ได้รับผลกระทบมาไม่เคยเปลี่ยนแปลง และประสบการณ์ที่มีร่วมกันนั้นบอกเราว่า แนวคิด แนวทางการทำงานการเมืองแบบเดิมไม่ใช่คำตอบอีกต่อไปแล้ว ถ้าคิดทำแบบเดิม ก็จะลากชีวิตเราอยู่ในวังวนแบบเดิม ปากกัดตีนถีบตามยถากรรม หลายคนต้องวิ่งหาเส้นสายเพียงเพื่อจะหลุดพ้นชีวิตพังๆ ในแต่ละวัน หรือไม่ก็ต้องยอมรับผู้มีอำนาจทำนาบนหลังพวกเราอย่างไม่มีปากไม่มีเสียง มองไปอนาคตลูกหลานของเราช่างหดหู่ นี่คือประสบการณ์ที่พวกเรามี นี่คือประสบการณ์ที่คุณเพชร กรุณพล มี นี่คือประสบการณ์ที่ทุกท่านมี ดังนั้น คำตอบที่เรียบง่ายที่สุดก็คือ เราก็ลองเข้าไปเปลี่ยนแปลงการเมืองด้วยวิถีของเราสักตั้ง ดูว่าจะเปลี่ยนได้หรือไม่ได้ พอกันทีกับการเมืองแบบเดิมๆ เรารู้ว่าต้องใช้เวลา แต่เชื่อมั่นว่าจะเป็นจริงสักวันหนึ่งอย่างแน่นอน

"ผมรับประกันในฐานะเลขาธิการพรรค ถ้าได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องหลักสี่-จตุจักร เราจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง งานสภาต้องดี งานพื้นที่ต้องไม่ขาด เพชร กรุณพลจะใช้โอกาสที่พี่น้องมอบให้พิสูจน์ให้เห็นว่า เขาเป็นผู้แทนราษฎรที่ดีที่สุดที่เคยมีในพื้นที่ ถ้าทำงานไม่ได้ งานสภาไม่ดี พื้นที่ไม่เกิด ระยะเวลาของสภาเหลือเพียง 1 ปี พี่น้องก็จะได้เลือกตั้งใหม่ ถ้าทำไม่ได้ พี่น้องก็ไม่ต้องเลือกเพชร กรุณพล กลับเข้าสภาอีก เพชร กรุณพล จะเป็นคนเข้าไปตรวจสอบรัฐบาลประยุทธ์เพื่อตอกฝาโลงรัฐบาลนี้ ตรวจสอบงบประมาณก้อนสุดท้ายเพื่อไม่ให้เขาเอาไปใช้อย่างมูมมาม และจะเป็นผู้อภิปรายคว่ำรัฐบาลประยุทธ์คาสภาให้ได้ ดังนั้น ถ้าท่านเห็นว่าการทำงานในสภาที่ซื่อสัตย์ต่อประชาชนอย่างถึงที่สุด ไม่ยอมเกี้ยเซียะเพื่อประโยชน์ตนเองเป็นฉากหลัง การมีพรรคการเมืองที่จะต้องเผชิญกับความไม่ถูกต้องชอบธรรม แม้ต้องเผชิญอันตรายใดๆ นี่คือสิ่งที่ถูกต้อง การมีพรรคการเมืองที่ยืนยันหลักการคนเท่ากัน นี่เป็นสิ่งที่ถูกต้อง 30 มกราคมนี้ เลือก เพชร กรุณพล" ชัยธวัช กล่าว

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ