โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สรรพสามิต’ เล็งเก็บภาษีโซเดียม แก้คนไทยติดเค็มทำป่วยเพียบ!

เดลินิวส์ อัพเดต 26 พ.ย. 2564 เวลา 18.57 น. • เผยแพร่ 26 พ.ย. 2564 เวลา 11.47 น. • เดลินิวส์
‘สรรพสามิต’ เล็งเก็บภาษีโซเดียม แก้คนไทยติดเค็มทำป่วยเพียบ!
สรรพสามิต เล็งเก็บภาษีโซเดียม หวังลดการกินเค็ม หลังพบคนไทยโซ้ยเกลือโซเดียมเกินค่ามาตรฐาน ทำป่วยเพียบ

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ กระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุข กรมสรรพสามิต สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ เครือข่าย ลดบริโภคเค็ม จัดการประชุมสัมมนาเพื่อการขับเคลื่อนมาตรการลดการบริโภคเกลือโซเดียมในประชากรไทย โดย ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การบริโภคเกลือโซเดียมเป็นปัจจัยสำคัญทำให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และเสียชีวิต ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง และโรคไตวายเรื้อรัง เป็นต้น โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าคนไข้กลุ่มนี้มีอัตราเสียชีวิตสูง ทั้งนี้ จากรายงานการสำรวจในปีที่ผ่านมาพบว่า คนไทยบริโภคเกลือเฉลี่ยวันละ 9.1 กรัม ซึ่งสูงกว่าปริมาณที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ที่ 5 กรัมต่อวัน เกือบ 2 เท่า นับเป็นปัญหาสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งช่วยกันแก้ไข

ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวว่า เพื่อให้คนไทยลดการบริโภคเกลือโซเดียมอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้นกระทรวงการคลังโดยกรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตความเค็มตามปริมาณโซเดียม และจะดำเนินมาตรการดังกล่าวในช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อไป

ด้าน รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ นายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยและประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม สสส. กล่าวว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ก็ได้ออกมาตรการลดการบริโภคเค็มอย่างหลากหลายและต่อเนื่อง ทั้งการให้ความรู้ที่และผลักดันการปรับฉลากโภชนาการให้ระบุปริมาณน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม รวมทั้งขอความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมอาหารในการปรับสูตรอาหารกึ่งสำเร็จรูปแบบสมัครใจ ซึ่งยังมีข้อจำกัดและยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร ด้วยเหตุผลนี้ เครือข่ายฯ จึงพยายามผลักดันให้เกิดมาตรการภาษีโซเดียม ที่จะมีกติกากลางในการสร้างความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุด เพื่อลดช่องว่างของข้อจำกัดที่ผ่านมา.

ดูข่าวต้นฉบับ