ตามรอยพ่อไปชิม : บังเอิญค้นพบของอร่อย ไก่บ้านพริกไทยดำ ร้านดีที่ห้าแยกพลับพลาไชย
ร้านในดวงใจของครอบครัวเราติดอันดับต้นๆ เลย ต้องยกให้ ร้านพูนเลิศ ข้าวหน้าไก่ห้าแยก (เหลาะงาทิ้น) ตรงห้าแยกพลับพลาไชย สั่งมากินที่บ้านเป็นประจำทุกอาทิตย์ไม่เคยขาด
บางครั้งปิ่นโตเถาเล็กและเพื่อนๆ นักชิมผู้หิวโหยก็ไปเยือนถึงที่ร้าน โดยมักจะไปจอดรถที่ วัดพลับพลาชัย (โปรดสังเกตว่าสะกดชื่อวัดคนละแบบกับชื่อห้าแยก ไม่ทราบว่าทำไมถึงต่างกัน) ฝั่ง ถนนไมตรีจิตต์ แล้วค่อยเดินข้ามแยกไปที่ร้าน
มีอยู่วันหนึ่งนึกครึ้มอะไรไม่รู้ ปิ่นโตเถาเล็กเดินกลับมาที่วัดตามถนนไมตรีจิตต์ แต่หนนี้มาฝั่งตรงข้ามด้านขวาของทางเข้าที่จอดในวัด ทันใดนั้นก็ได้กลิ่นควันหอมๆ จนเตะจมูกมาจากร้านข้างทาง จนต้องหยุดดูด้วยความสนใจ ปรากฏว่าร้านนี้มีชื่อว่า ไก่บ้านพริกไทยดำ อยู่ในตึกแถวเล็กๆ 2 คูหา มีพนักงานยืนปิ้งไก่เสียบไม้เป็นตับๆ อยู่บนเตาถ่านหอมฉุย จนอดไม่ได้ต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน 1 ตัว นี่คือที่มาของการค้นพบร้านนี้ด้วยความบังเอิญ ไก่ย่างอร่อยเด็ดเสียจนต้องรีบมาบอกต่อกับแฟนๆ
เป็นเรื่องไม่ธรรมดาที่มีร้านอาหารสไตล์อีสานมาอยู่ในย่านคนไทยเชื้อสายจีนตรงพลับพลาไชย แถมยังเปิดมานานตั้งแต่ พ.ศ.2545 นับได้ 17 ปีแล้ว ร้านในย่านนี้ถ้าไม่ดีจริงก็อยู่ไม่ได้หรอก เพราะคนแถวนี้พิถีพิถันในการกินยิ่งนัก
ปิ่นโตเถาเล็กได้คุยกับเจ้าของร้านชื่อน้องติ่งหรือคุณอารักษ์ พัฒนเศรษฐ์ บอกว่าเดิมทีร้านนี้ขายอุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นของครอบครัว ต่อมาได้นำร้านอาหารที่ขายอยู่ชานเมืองยกมาไว้ที่นี่ และเน้นเมนูอีสานปรับรสชาติให้ถูกปากคนไทยเชื้อสายจีนที่ไม่รับประทานเผ็ดมาก ต่อมาได้เพิ่มเมนูอาหารไทยปนจีนรวมแล้วนับ 100 กว่าอย่าง โดยน้องติ่งทำร้านกับอาอี๊หรือคุณน้าอีก 2 คน
กลยุทธ์ในการตั้งเตาปิ้งไก่แยกอยู่ที่หน้าร้านเป็นสัดส่วนต่างหากจากด้านในที่เป็นห้องปรับอากาศ นับว่าเป็นจุดขายอย่างดี ขอบอกว่าช่วงเที่ยงๆ คนแน่นอย่าบอกใคร เต็มทั้งด้านล่างและชั้นบน โดยวันที่ผมไปชิมนั้น มีทั้งอาเจ็ก อาม่า น้องๆ ทันตแพทย์ พนักงานบริษัทร้านค้าต่างมาอุดหนุนกันเต็ม ไม่นับคนที่มารอซื้อกลับบ้านอีกต่างหาก
ใครๆ ก็ต้องสั่ง ไก่บ้านพริกไทยดำ ซึ่งเป็นไก่พันธุ์ไทยแท้ที่รับมาจากเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น ขนาดตัวละ 8 ขีด ซึ่งมีเนื้อมีหนังกำลังดี นำมาหมักกับสูตรเด็ดของที่ร้าน ประกอบไปด้วยซอสถั่วเหลือง รากผักชี กระเทียม พริกไทยขาว นานครึ่งชั่วโมง และย่างบนเตาถ่าน ขายทั้งตัว สนนราคาตัวละ 180 บาทเท่านั้น เดี๋ยวนี้ไก่บ้านแท้ๆ ถือเป็นของดีมีราคานะจ๊ะ
เขาจะสับไก่ติดกระดูกมาให้ทั้งตัว เสิร์ฟมาร้อนๆ หอมฉุย ดูมีความชุ่มฉ่ำไม่แห้ง เพียงกินเข้าไปคำแรกก็รู้ซึ้งถึงความหอม ความมีรสชาติ หนังกรอบหอมเนื้อนุ่มฉ่ำ แทะเพลินหมดทั้งตัวในพริบตา เราไปกัน 3 คนไม่พอ ต้องสั่งมาเพิ่มอีก 1 ตัว อีกทั้งยังซื้อกลับบ้านเพิ่มอีก 1 ตัวด้วย น้ำจิ้มไก่นั้นจะใส่ในขวดบีบให้ที่โต๊ะ มีน้ำจิ้มไก่หวานๆ เหมือนร้านทั่วไป ส่วนอีกอย่างเป็นทีเด็ดคือน้ำจิ้มมะขามมีความเปรี้ยวหอมอมหวานและมีรสเผ็ดนิดๆ เข้ากันดี หรือจะจิ้มพริกไทยดำ (ที่มาของชื่อเมนู) ซึ่งใส่ถ้วยน้ำจิ้มเสิร์ฟมาคู่กัน ก็ยิ่งเพิ่มความหอมเป็นทวีคูณ
ไก่ย่างก็ต้องคู่กับส้มตำ ซึ่งที่ร้านมีถึง 17-18 เมนู ถึงตรงนี้ขอแนะแฟนๆ ว่า เนื่องจากลูกค้าย่านนี้ชอบส้มตำรสไม่เผ็ดและมีรสชาติหวานเล็กน้อยด้วย ถ้าใครชอบเหมือนปิ่นโตเถาเล็ก ให้สั่งเขาได้เลยว่าเอารสจัดๆ แซ่บๆ เผ็ดๆ ไม่หวาน ก็จะได้รสมือถูกปากตามความประสงค์ เพราะความจริงคนตำเป็นคนสุรินทร์อยู่แล้ว
ส้มตำที่เราสั่งคือ ตำซั่ว (60 บาท) ใส่ขนมจีนกับปลาร้า แซ่บอีหลี จะสั่งตำปู ตำปลาร้า ตำไทย ตำผลไม้ก็มีทั้งนั้น ขอแนะนำส้มตำไม่เหมือนใคร มีชื่อว่า ส้มตำเบคอน (70 บาท) เป็นส้มตำที่เจ้าของร้านคิดค้นสำหรับคนย่านนี้ คือส้มตำมะละกอกรอบๆ ปรุงอย่างตำไทย แต่ไม่ใส่กุ้งแห้ง และเพิ่มเบคอนชิ้นเล็กๆ กรอบๆ กับราดมายองเนสเพิ่มด้วย ไม่น่าเชื่อว่าจะเข้ากันดีกินอร่อยยิ่งนัก มีเคล็ดลับว่าต้องสั่งให้เขาตำ รสจัดๆ เผ็ดๆ ด้วยนะจ๊ะ
นอกจากไก่ย่างก็มี ปลาช่อนเผาเกลือ (ตัวละ 220 บาท) เผาบนเตาถ่านเช่นกัน มีวันละ 10 ตัวเท่านั้น
อีกเมนูดังประจำร้าน ยำปลาดุกฟู (120 บาท) ทอดมาฟูหนาเต็มจาน กินกับยำมะม่วงรสเปรี้ยวอมหวานกำลังดี และมีเมนูอีสานดัดแปลง ลาบหมูทอด (120 บาท) ก้อนกลมๆ รสเผ็ดๆ เปรี้ยวๆ เหมาะสำหรับคนชอบรสเผ็ดรสจัด
ของน้ำๆ ให้สั่ง ต้มแซ่บกระดูกอ่อนและเอ็นแก้ว (100 บาท) นุ่มจนเอาลิ้นดุนละลายในปากได้ และมี แกงส้มชะอมทอด (120 บาท) เป็นแกงไทยๆ ที่เสริมเข้ามา
ส่วนของกินเล่นมี เปาะเปี๊ยะพระจันทร์ (140 บาท) ไส้กุ้งกับหมูสับ ที่ร้านอื่นจะเรียกว่ากระเบื้องทะเล และอีกอย่างที่น่าลองคือ หมึกผัดไข่เค็ม (140 บาท) เมนูนี้มีบล็อกเกอร์ชาวจีนไปเผยแพร่ไว้ กลายเป็นเมนูยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวจีน
ปิดท้ายด้วยของหวาน พุดดิ้งมะพร้าวอ่อน อาอี๊บอกว่าไปฝึกมาจนทำได้หอมเนียนชื่นใจ
ใครผ่านไปแถวนั้นหรือมีงานที่วัดเทพศิรินทร์ ลองเปลี่ยนมาลิ้มลองไก่บ้านพริกไทยดำกันนะจ๊ะ รับรองว่าจะถูกใจจนต้องซื้อกลับบ้านอีกตัวเป็นแน่ ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 10 โมงครึ่งถึง 3 ทุ่ม หยุดทุกวันพุธที่ 3 ของเดือน สอบถามได้ที่เบอร์ 0-2224-2517
ข้อมูลร้าน
ไก่บ้านพริกไทยดำ
โดย คุณอารักษ์ (ติ่ง) พัฒนเศรษฐ์
ที่ตั้ง 10-12 ถนนไมตรีจิตต์ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100
โทร 0-2224-2517, 0-2623-1921
เปิดบริการ 10.30-21.00 น. (ครัวปิด 20.30 น.) ทุกวัน
หยุด ทุกวันพุธที่ 3 ของเดือน
แนะนำ ไก่บ้านพริกไทยดำ ส้มตำเบคอน ตำซั่ว ยำปลาดุกฟู ต้มแซ่บกระดูกอ่อนและเอ็นแก้ว หมึกผัดไข่เค็ม ปลาช่อนเผาเกลือ ลาบหมูทอด แกงส้มชะอมทอด เปาะเปี๊ยะพระจันทร์ พุดดิ้งมะพร้าวอ่อน
หมายเหตุ : จอดรถได้ที่วัดพลับพลาชัย (คิดค่าจอด)