โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7 สถานการณ์ที่ครูผู้ช่วยควรเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม - กุสุมา สุ่มมาตร์

7 สถานการณ์ที่ครูผู้ช่วยควรเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 การเริ่มงานใหม่ในสถานศึกษา ไม่มีคัมภีร์ How-To ในหลักสูตรปริญญาตรีบอกรายละเอียดให้ครบถ้วนกระบวนความ ซึ่งสถานศึกษาปริญญาตรีก็ได้เตรียมความพร้อมหลักการกว้างๆให้นักศึกษาพร้อมประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง แต่เมื่อครูใหม่เริ่มต้นทำงานใหม่ คำว่าใหม่อาจจะมาพร้อมกับคำว่างง คำว่าปรับตัว ใครๆก็แนะนำเช่นนั้น แต่ปรับตัวในแต่ละสถานการณ์เป็นอย่างไร บทความนี้จะมาเล่าให้ฟังค่ะ

1) สถานการณ์ไปส่งงานที่เขตพื้นที่การศึกษา ทางโรงเรียนมอบหมายให้ครูใหม่ไปส่งงาน แต่ส่งงาน

ช้าก็ไม่ควรพาดพิงว่าสาเหตุที่งานช้าเป็นเพราะใคร เช่น ห้ามพูดว่า ช้าเพราะผอ.ไปดูงานต่างประเทศ ต่างจังหวัด ผอ.เซ็นเอกสารช้า ทำให้ส่งงานเขตช้า ครูใหม่ควรพูดว่า “ขอโทษค่ะ ผม/ดิฉันส่งงานค่ะ ครั้งหน้าจะส่งให้ตรงเวลา ควรเตือนตนเสมอว่า โลกยุคใหม่เรื่องลบๆที่เรากล่าวถึงผู้อื่น ยังไงผู้อื่นก็ได้ยิน 

2) สถานการณ์ครูอาวุโสเดินผ่านส่องห้องเรียนที่ครูใหม่สอน แล้วครูอาวุโสก็วิพากษ์วิจารณ์การสอน

ครูใหม่ ครูใหม่ก็ไม่ควรระบายความไม่พอใจที่ถูกวิจารณ์การสอนเชิงลบลงสื่อ social media เพราะการระบายเช่นนั้นแสดงถึงความใจคับแคบ ไม่มีกรอบความคิดแบบเติบโต (growth mindset) ในการพัฒนาการสอน การเปิดใจกว้างรับฟังแนวทางการสอนของผู้มีประสบการณ์ และควรยินดีที่มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดประโยชน์สูงสุด

3) สถานการณ์เหนื่อยจากการเป็นครูพัสดุ ไม่ควรด่าทอ บ่นบ่อยๆ เพราะอาชีพครู ระบบฝึกสอน

ตั้งแต่เรียนปริญญาตรีได้เตรียมความพร้อมว่า ครูต้องทำงานอื่นๆที่ไม่ใช่งานสอน ควรคิดงานนอกเหนือการสอนเป็นโปรไฟล์ที่ดี หากเราทำได้ ทำสำเร็จ

4) สถานการณ์การหารายได้พิเศษในเวลาราชการ เช่น การขายสินค้าออนไลน์ ไม่ควรไลฟ์สดขาย

ของในเวลาราชการ แม้ว่าเวลาดังกล่าวไม่มีคาบสอน เพราะเวลาราชการควรปฏิบัติงานให้เต็มที่ เช่น ผลิตสื่อการสอน ตรวจการบ้านนักเรียน ส่วนการขายของออนไลน์ควรทำหลังเวลาราชการ วันหยุดราชการ

5) สถานการณ์การโพสต์เรื่องส่วนตัวลง social media ในเวลาราชการควรทำให้น้อยที่สุด ยกเว้น

เรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับหน่วยงานของตน เช่น การประชาสัมพันธ์เปิดรับสมัครนักเรียนใหม่ การเยี่ยมบ้านนักเรียน 

6) สถานการณ์การระบายสิ่งที่อัดอั้น หงุดหงิด รำคาญใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เขตพื้นที่

การศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ไม่ควรโพสต์ลง social media ถ้าอยากระบายมาแนะนำว่าให้เขียนเรื่องสั้นแนวแฟนซี นิทานแฟนตาซี จำลองเรื่องเป็นอาณาจักรไกลโพ้น ได้ระบายอารมณ์ ได้พัฒนาทักษะการคิดสร้างสรรค์ แปรเปลี่ยนสิ่งลบให้เป็นพลังบวก 

7) สถานการณ์การปรับปรุงภูมิทัศน์โรงเรียน เช่น ตัดหญ้า ทาสีรั้วโรงเรียน ก็ไม่ควรโพสต์ลง social 

media นี่หรืองานครู นี่เป็นงานของภารโรง งานอื่นๆที่นอกเหนือจากงานสอนอาจมีงานที่ใช้แรงงานบ้าง แต่ก็ควรยอมรับให้ได้ และควรมีจิตเห็นอกเห็นใจนักการภารโรงว่าเป็นเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง งานปรับปรุงภูมิทัศน์ทั้งโรงเรียน ภารโรง 1 คน อาจทำไม่สำเร็จระยะเวลาที่จำกัด ครูผู้ช่วยควรคิดว่าเป็นโอกาสอันดีที่ได้แสดงความสามารถนอกเหนือจากงานสอน ควรคิดเชิงบวกว่าที่ทำงานเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 บ้านมีวิวทิวทัศน์สวยงาม คนทำงานก็มีสุขภาพจิตดี

   7 ข้อข้างต้น เป็นสถานการณ์ที่เมื่อเจอแล้ว มีแนวทางแก้ไขและเป็นวิธีการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผอ. ซึ่งการสื่อสารเชิงบวกเป็นสิ่งที่พึงตระหนัก และปฏิบัติให้เป็นนิสัยเพื่อหน้าที่การงานเติบโตก้าวหน้าเร็ววัน

 เรื่องและภาพ กุสุมา สุ่มมาตร์