PACE ร่อนหนังสือชี้แจง หลังเบี้ยวหนี้ 2,645 ล้านบาท

Wealthy Thai อัพเดต 24 ต.ค. 2562 เวลา 07.36 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2562 เวลา 07.36 น. • wealthythai
PACE ร่อนหนังสือชี้แจง หลังเบี้ยวหนี้ 2,645 ล้านบาท

Hightlight

  • เร่งเจรจา SCB เตรียมแจ้งความคืบหน้าภายในเดือน พ.ย.นี้
  • มั่นใจปรับโครงสร้างทางการเงินไม่กระทบ “ดีน แอนด์ เดลูก้า”
  • โชว์ทรัพย์สินกว่า 2 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย 1.4 หมื่นล้านบาท

 

 

คณะกรรมการ บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PACE มีมติรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทได้รับหนังสือแจ้งผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญาเงินกู้ที่มีกับธนาคารไทยพาณิชย์ โดยบริษัทฯ อยู่ในระหว่างการเจรจาและทำงานร่วมกับทางธนาคารฯ เพื่อทำแผนปรับโครงสร้างทางการเงินและปรับโครงสร้างหนี้ ด้วยเป้าหมายหลักเพื่อให้บริษัทสามารถกลับมาก่อสร้างโครงการต่างๆ ที่มีอยู่ให้แล้วเสร็จพร้อมส่งมอบได้ และมั่นใจการปรับโครงสร้างทางการเงินในครั้งนี้จะไม่กระทบกับ การดำเนินธุรกิจของ ดีน แอนด์ เดลูก้า ซึ่งขณะนี้เติบโตได้ดีต่อเนื่อง

 

นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PACE กล่าวว่า ที่ผ่านมา บริษัทฯได้ประสบกับความท้าทายทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเงื่อนไขของเวลา และเหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นในคราวเดียวกัน ทำให้บริษัทเกิดปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน ที่ผ่านมาทางคณะกรรมการและทีมผู้บริหารได้พยายามแก้ไขปัญหามาโดยตลอด

 

 

อย่างไรก็ตามเมื่อวันศุกร์ที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา บริษัทได้รับหนังสือจากธนาคารไทยพาณิชย์แจ้งเรื่องการผิดนัดชำระหนี้เงินกู้ ที่มีอยู่กับธนาคาร ซึ่งบริษัทได้เรียกคณะกรรมการประชุมด่วนในเย็นของวันนั้น และคณะกรรมการได้อนุมัติรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งกำชับให้ฝ่ายบริหารและฝ่ายจัดการเร่งทำการเจรจาและให้ความร่วมมือกับธนาคาร ในการทำแผนปรับโครงสร้างทางการเงินของบริษัท เพื่อให้เกิดความมีเสถียรภาพในการดำเนินงานของบริษัทในอนาคตต่อไป ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของบริษัท อันจะทำให้บริษัทสามารถกลับเข้ามาสู่ระดับความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจได้ และเน้นย้ำว่าการปรับโครงสร้างการเงินในครั้งนี้ ควรจะก่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดแก่พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า และทุกภาคส่วน

 

 

ทั้งนี้หากแผนการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินและการบริหารจัดการหนี้ของบริษัทฯ สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี จะทำให้บริษัทฯสามารถดำเนินการก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการให้แล้วเสร็จได้

 

นายสรพจน์ กล่าวเสริมว่า บริษัทเชื่อว่าในขณะนี้บริษัทยังมีมูลค่าทรัพย์สินสูงกว่าภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ย กล่าวคือ มูลค่าทรัพย์สิน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 มีมูลค่ารวมกันประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ในขณะที่หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยมีอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท  โดยการปรับโครงสร้างหนี้ในครั้งนี้ มีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริษัทสามารถกลับมาก่อสร้างโครงการต่างๆ ที่มีอยู่ให้แล้วเสร็จพร้อมส่งมอบได้

 

ทั้งนี้มั่นใจการปรับโครงสร้างทางการเงินไม่กระทบกับ ธุรกิจ ดีน แอนด์ เดลูก้า แน่นอนโดยแนวทางการแก้ไขปัญหาการผิดนัดชาระหนี้ของบริษัทฯ ที่นอกเหนือจากการปรับโครงสร้างทางการเงิน คือ การนัดประชุมกับผู้ถือหุ้นกู้เพื่อขยายระยะเวลาในการชำระหนี้ออกไป เพื่อบริษัทฯ จะได้มีเวลาในการดำเนินทุกโครงการให้แล้วเสร็จเพื่อส่งมอบและนำเงินมาชำระหนี้หุ้นกู้

 

“เพซและทางสถาบันการเงินอยากให้ลูกค้ามั่นใจว่า ภายหลังการดำเนินปรับโครงสร้างทางการเงินตามแผนที่ทำร่วมกันแล้วเสร็จ โครงการภายใต้การพัฒนาของเพซจะดำเนินการได้เสร็จสมบูรณ์และสามารถส่งมอบกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้าได้อย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ดีน แอนด์ เดลูก้า ในประเทศไทยและเอเชียนั้น ที่ผ่านมาสามารถทำรายได้และสร้างกำไรอย่างต่อเนื่องและมั่นคง”นายสรพจน์ กล่าว

 

 

แจ้งความคืบหน้าภายในเดือนพฤศจิกายน 2562

 

 

ก่อนหน้านี้นายสรพจน์ ได้เปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 18 ต.ค.62 รับทราบการได้รับหนังสือบอกกล่าวให้ชำระหนี้ (หนังสือบอกกล่าว) จากธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ณ วันที่ 18 ตุลาคม 2562 จำนวน 2,645,126,806.88 บาท

 

โดยบริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการปรึกษาและเจรจากับธนาคาร อย่างเร่งด่วน เพื่อจัดทำแผนการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินและการบริหารจัดการหนี้ของบริษัท โดยคาดว่าจะสามารถแจ้งความคืบหน้าการหารือเกี่ยวกับรายละเอียดของแผนดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ภายในเดือน พฤศจิกายน 2562

 

 

สำหรับหนังสือบอกกล่าวของ SCB ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2562 โดยเรียกให้บริษัทชำระหนี้จำนวน 2,645,126,806.88 บาท  ที่ถึงกำหนดภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับดังกล่าว ซึ่งตรงกับวันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งเป็นวันหยุดทำการ ดังนั้นวันครบกำหนดชำระหนี้จะเลื่อนไปเป็นวันทำการถัดไป คือ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562

 

ขณะที่วงเงินที่ผิดนัดชำระหนี้จำนวน 2,645,126,806.88 บาท ประกอบด้วย

 

  • การผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญาสินเชื่อหมุนเวียนซึ่งมีตั๋วสัญญาใช้เงินประกอบ (P/N) มีวงเงินสินเชื่อ 1,200,000,000 บาท ฉบับลงวันที่ 2 ตุลาคม 2560 และสัญญาสินเชื่อหมุนเวียนซึ่งมีตั๋วสัญญาใช้เงินประกอบ (P/N) มีวงเงินสินเชื่อ 1,800,000,000 บาท และ 13,500,000 เหรียญสหรัฐ (คิดเป็น 448,650,000 บาท) ฉบับลงวันที่ 12 ตุลาคม 2560 โดยมีมูลหนี้ตามหนังสือบอกกล่าวให้ชำระหนี้ 2,261,012,987.57 บาท ที่ครบกำหนดชำระวันที่ 17 ตุลาคม 2562

  • ผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญาสินเชื่อวงเงิน 500,000,000 บาท ฉบับลงวันที่ 8 มีนาคม 2560 โดยมีมูลหนี้ตามหนังสือบอกกล่าวให้ชำระหนี้ 139,059,949.18 บาท วันที่เริ่มผิดนัดชำระหนี้ 17 ตุลาคม 2562

  • ผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญาสินเชื่อวงเงิน 3,000,000,000 บาท ฉบับลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 โดยมีมูลหนี้ตามหนังสือบอกกล่าวให้ชำระหนี้ 245,053,870.13 บาท วันที่เริ่มผิดนัดชำระหนี้ 17 ตุลาคม 2562

อย่างไรก็ตามการที่บริษัทผิดนัดชำระหนี้กับธนาคาร ตามมูลหนี้ดังกล่าว มีผลให้เกิดการผิดนัดในมูลหนี้อื่นที่บริษัท และบริษัทย่อยของบริษัท มีต่อธนาคาร และ/หรือ เจ้าหนี้รายอื่น ๆ ด้วย รวมจำนวน 9,227,026,619.42 บาท ประกอบด้วย

  • ผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญาให้สินเชื่อสำหรับโครงการมหาสมุทรวิลล่า วงเงิน 1,796,700,000 บาท ฉบับลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 ของ SCB  โดยมีมูลหนี้ คงเหลือ ณ 30 กันยายน 2562 (ไม่รวมดอกเบี้ย) 1,761,662,790 บาท ซึ่งครบกำหนดชำระหนี้ วันแรกที่ครบกำหนด 12 เดือนนับถัดจากวันที่โครงการนิมิตหลังสวนเสร็จสมบูรณ์ได้เกิดขึ้น หรือวันที่ 30 ธันวาคม 2562 แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน
  • ผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญาให้สินเชื่อสำหรับโครงการมหาสมุทร คันทรี่ คลับ วงเงิน 1,248,900,000 บาท ฉบับลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 ของ SCB มูลหนี้คงเหลือ ณ 30 กันยายน 2562 (ไม่รวมดอกเบี้ย) 683,710,000 บาท กำหนดชำระในวันแรกที่ครบกำหนด 5 ปี นับถัดจากวันที่โครงการเสร็จสมบูรณ์ได้เกิดขึ้น แต่จะต้องไม่เกินกว่าวันที่ 30 มิถุนายน 2565
  • ผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญาให้สินเชื่อสำหรับโครงการนิมิตหลังสวน วงเงิน 2,941,600,000 บาท ฉบับลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 ของ SCB มูลหนี้คงเหลือ ณ 30 กันยายน 2562 (ไม่รวมดอกเบี้ย) 2,136,420,447 บาท กำหนดชำระวันแรกที่ครบกำหนด 12 เดือนนับถัดจากวันที่โครงการเสร็จสมบูรณ์ได้เกิดขึ้น หรือวันที่ 30 ธันวาคม 2562 แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน
  • ผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญาให้สินเชื่อ วงเงิน 350,000,000 บาท ฉบับลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2561 ของ SCB มูลหนี้คงเหลือ ณ 30 กันยายน 2562 (ไม่รวมดอกเบี้ย) 327,781,313.93 บาท กำหนดชำระวันที่ 30 ธันวาคม 2562
  • ผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญาให้สินเชื่อ วงเงิน 2,850,000,000 บาท ฉบับลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2561 ของ SCB มูลหนี้คงเหลือ ณ 30 กันยายน 2562 (ไม่รวมดอกเบี้ย) 1,812,827,552.28 บาท กำหนดชำระวันที่ 30 ธันวาคม 2562
  • ผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญาให้สินเชื่อสำหรับ Dean & DeLuca, Inc. วงเงิน 80,000,000 เหรียญสหรัฐ ฉบับลงวันที่ 2 ธันวาคม 2557 ของ SCB มูลหนี้คงเหลือ ณ 30 กันยายน 2562 (ไม่รวมดอกเบี้ย) 33,852,899.50 เหรียญสหรัฐ เทียบเท่า 1,035,624,516.21 บาท กำหนดชำระวันที่ 17 ตุลาคม 2562
  • ผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญากู้เงิน วงเงิน 200,000,000 บาท ฉบับลงวันที่ 18 สิงหาคม 2560 ซึ่งมีบริษัท เอ็มซีแอล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เป็นเจ้าหนี้ มูลหนี้คงเหลือ ณ 30 กันยายน 2562 (ไม่รวมดอกเบี้ย) 70,000,000 บาท ครบกำหนดชำระหนี้วันที่ 10 สิงหาคม 2562
  • ผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญากู้เงิน วงเงิน 300,000,000 บาท ฉบับลงวันที่ 18 สิงหาคม 2560 ซึ่งมีบมจ.บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป (BROOK) เป็นเจ้าหนี้ มูลหนี้คงเหลือ ณ 30 กันยายน 2562 (ไม่รวมดอกเบี้ย) 180,000,000 บาท ครบกำหนดชำระหนี้วันที่ 30 มิถุนายน 2563
  • ผิดนัดชำระหนี้ตามหุ้นกู้ วงเงิน 1,219,000,000 บาท ครั้งที่ 1/2560 ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2563 โดยมีผู้ถือหุ้นกู้เป็นเจ้าหนี้ มูลหนี้คงเหลือ ณ 30 กันยายน 2562 (ไม่รวมดอกเบี้ย) 1,219,000,000 บาท ครบกำหนดชำระหนี้วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563

 

 

ทั้งนี้หนี้สินรวมทั้งหมดของบริษัท และบริษัทย่อย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 เป็นเงินทั้งสิ้น 20,819,046,056 บาท แบ่งเป็น เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น 2,718,765,301 บาท , เงินรับล่วงหน้าและเงินมัดจำรับจากลูกค้า 3,185,422,071 บาท , หนี้สินหมุนเวียนและไม่หมุนเวียนอื่น 954,183,484 บาท และหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย 13,960,675,200 บาท

 

 

โดยแนวทางการแก้ไขนั้น บริษัทจะเร่งดำเนินการปรึกษาและเจรจากับธนาคาร ในการจัดทำแผนการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินและการบริหารจัดการหนี้ของบริษัท ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเสถียรภาพต่อไป และเพื่อหาแนวทางให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติและรักษามูลค่าทางธุรกิจของบริษัทไว้ รวมถึงคงไว้ซึ่งระดับความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ ทั้งนี้ หากแผนการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงิน และการบริหารจัดการหนี้ของบริษัท สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี จะทำให้บริษัทสามารถดำเนินการก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการให้แล้วเสร็จได้

 

 

อย่างไรก็ตามการรับผิดชอบในการชำระหนี้ของบริษัท กับธนาคาร อาจจะส่งผลกระทบต่อสถานะการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทเนื่องจากหนี้จำนวนดังกล่าวที่บริษัท ต้องชำระคืนมีมูลค่าสูง แต่อย่างไรก็ตามหลังจากแผนการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินและการบริหารจัดการหนี้ของบริษัท สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี อาจส่งผลให้การดำเนินการก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่หยุดการก่อสร้างมาเป็นเวลาพอสมควร จะสามารถดำเนินการก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการให้แล้วเสร็จได้โดยเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในส่วนที่เกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่ม

ดูข่าวต้นฉบับ