โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

วัยรุ่นขอนแก่น ปลูกผักสไตล์เกาหลี เพาะกล้าในดิน แต่ปลูกในน้ำ

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 29 มิ.ย. 2568 เวลา 05.00 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 05.00 น.

เทคโนโลยีการเกษตร คือการใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและผลกำไรในภาคเกษตรกรรม ปัจจุบันภาคเกษตรกรรมในเมืองไทยเริ่มตื่นตัว เห็นได้จากหลายฟาร์มที่มีการนำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรเข้ามาใช้บริหารจัดการภายในฟาร์มกันมากขึ้น เพื่อให้การทำเกษตรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ ทั้งในเรื่องของคุณภาพ ปริมาณผลผลิต รวมถึงช่วยลดปัญหาด้านแรงงานขาดแคลน

คุณเสาวนีย์ ภูมิลุน หรือ คุณเปรี้ยว นักวิชาการเกษตร บริษัท กรีนพลัส ฟาร์ม อยู่ที่บ้านคำบง ตำบลสะอาด อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เกษตรกรรุ่นใหม่ มุ่งหน้าทำในสิ่งที่รักคือการทำเกษตร พร้อมเรียนรู้และเปิดใจการนำเทคโนโลยีการเกษตรเข้ามาปรับใช้เพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า

คุณเปรี้ยว เล่าให้ฟังว่า ตนเองเรียนจบคณะเกษตรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม หลังเรียนจบก็ได้กลับมาประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรทำฟาร์มปลูกผักไฮโดรโปนิกส์เล็กๆ เป็นของตนเอง เป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปี จากนั้นได้ตัดสินใจหยุดพักงานที่สวน เพื่อต้องการหาความรู้ และประสบการณ์ด้านใหม่ๆ สำหรับนำมาประยุกต์ต่อยอดทำฟาร์มปลูกผักของตัวเองในอนาคตให้ดียิ่งขึ้น จึงตัดสินใจไปสมัครงานที่บริษัท กรีนพลัส ฟาร์ม โดยมีเจ้าของเป็นคนเกาหลี เพื่อไปเรียนรู้รูปแบบการปลูกผักแบบสมัยใหม่ ด้วยการนำเอาเทคโนโลยีการเกษตรที่ทันสมัยจากเกาหลีมาใช้ในการดูแลจัดการ มาผสมผสานกับเทคโนโลยีการปลูกของคนไทย

“ปลูกผักสไตล์เกาหลี”

เพาะกล้าในดิน ปลูกในน้ำ

คุณเปรี้ยว อธิบายว่า รูปแบบการปลูกผักของที่ฟาร์มจะเด่นเรื่องของการนำเอาเทคโนโลยีจากเกาหลีเข้ามาใช้ในการปลูกผัก ทั้งในส่วนของการบำรุงใส่ปุ๋ย ระบบน้ำ ระบบไฟ รวมถึงเมล็ดพันธุ์บางส่วนที่ต้องนำเข้ามาจากเกาหลี นำมาผสมผสานวิธีการปลูกแบบไทยๆ เนื่องจากสภาพอากาศที่เกาหลีกับไทยค่อนข้างแตกต่างกัน จึงไม่สามารถใช้วิธีการปลูกแบบเกาหลีได้ครบทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์

โดยลักษณะการปลูกผักของทางฟาร์มจะปลูกผักในโรงเรือนทั้งหมด บนพื้นที่กว้าง 50 ไร่ มีทั้งหมด 30 โรงเรือน เป็นโรงเรือนขนาดใหญ่ที่มีความกว้าง 9 เมตร ยาว 96 เมตรต่อ 1 โรงเรือน

แบ่งปลูกเป็น 2 รูปแบบ คือ 1. การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ระบบน้ำนิ่ง และ 2. ปลูกผักลงดิน โดยการปลูกทั้ง 2 รูปแบบนี้ จะใช้วิธีการเพาะเมล็ดแบบเดียวกัน คือการเลือกใช้พีทมอสเป็นวัสดุในการเพาะเมล็ดกับผักทุกชนิด แตกต่างจากฟาร์มปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ทั่วไป ที่ในขั้นตอนเพาะเมล็ดส่วนใหญ่จะใช้วิธีเพาะเมล็ดใส่ฟองน้ำ แต่ของฟาร์มเพาะด้วยพีทมอส ซึ่งเป็นการนำเอาเทคโนโลยีการปลูกจากเกาหลีมาประยุกต์ใช้ เนื่องจากทางฟาร์มปลูกผักทั้ง 2 รูปแบบ ในจำนวนเยอะ หากต้องเพาะเมล็ดทั้งในดินและในฟองน้ำคงไม่สามารถทำได้ จึงต้องหาวิธีการที่ดีที่สุดและสะดวกที่สุดมาใช้เพื่อให้ง่ายต่อการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

วิธีการปลูก

ชนิดของผักที่ทางฟาร์มเลือกปลูก จะเน้นปลูกผักสลัดเป็นหลัก ได้แก่ กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค และกรีนคอส รองลงมาคือ กัญชง แตงกวาญี่ปุ่น กะเพรา มะเขือเทศหลากหลายสายพันธุ์ ใบงาเกาหลี และต้นหอม อย่างละเท่าๆ กัน ซึ่งชนิดของผักที่กล่าวมานี้ทางฟาร์มจะใช้วิธีการปลูกและการดูแลที่คล้ายกันเกือบทั้งหมด

1. การปลูกผักสลัดลงดิน ก่อนย้ายกล้าลงแปลงปลูก มีการเตรียมดินจะใช้เฉพาะขุยมะพร้าวผสมกับปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 ปริมาณ 1 กิโลกรัมต่อขนาดความกว้างของแปลงยาว 24 เมตร กว้าง 1.20 เมตร หรือในบางครั้งจะมีการใช้ปูนขาวร่วมด้วยบ้างตามสภาพ แตกต่างไปจากของที่ฟาร์มอื่นที่ในขั้นตอนการเตรียมดินจะมีอัตราการผสมวัสดุปลูกหลายอย่าง

การดูแล หลังย้ายกล้าลงแปลงปลูกได้ 10 วัน เริ่มใส่ปุ๋ยบำรุงครั้งที่ 1 ใส่สูตรเสมอ 15-15-15 ปริมาณครึ่งกิโลกรัมต่อแปลง จากนั้นนับต่อไปอีก 10 วันเริ่มใส่ปุ๋ยบำรุงครั้งที่ 2 ใส่สูตรเสมอ 15-15-15 ปริมาณครึ่งกิโลกรัมต่อแปลงเหมือนเดิม แล้วฉีดบำรุงฮอร์โมนธาตุอาหารรองเป็นแคลเซียมทุกๆ 3 วัน ตั้งแต่ตอนที่เริ่มใส่ปุ๋ยบำรุงครั้งที่ 1 ไปจนถึงวันเก็บเกี่ยว

ระบบน้ำสปริงเกลอร์พ่นหมอก ทุก 2 ชั่วโมง ครั้งละประมาณ 10 นาที เน้นเปิดพ่นน้ำบ่อยๆ ซึ่งข้อดีของการปลูกผักลงดินในช่วงหน้าร้อนจะได้ผลผลิตดีกว่าการปลูกระบบไฮโดรโปนิกส์ ทางฟาร์มจึงเลือกที่จะปลูกทั้ง 2 รูปแบบ เป็นแผนสำรองในช่วงอากาศร้อนที่ผักไฮโดรโปนิกส์ปลูกไม่ได้ แต่ยังสามารถเก็บผลผลิตจากแปลงที่ปลูกลงดินไปขายได้อย่างต่อเนื่อง

2. ปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์ ระบบน้ำนิ่ง ขนาดความยาวของราง 24 เมตร กว้าง 1.20 เมตร การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ของที่ฟาร์มจะใช้เมล็ดที่เพาะจากพีทมอสตามที่กล่าวไปข้างต้น ซึ่งการที่ใช้ต้นกล้าที่เพาะด้วยพีทมอส หลายคนสงสัยว่าพีทมอสที่ติดมากับต้นกล้าจะตกลงไปในระบบน้ำหรือไม่ ทางฟาร์มสามารถอธิบายได้ว่า “ส่วนของพีทมอสที่ติดมาพร้อมกับต้นกล้าจะไม่หลุดลงไปในน้ำ หากเพาะเมล็ดครบ 15 วัน รากของพืชจะเดินเต็มที่ เมื่อเอาลงไปในน้ำรากจะไม่หลุดแล้วระบบรากจะเดินได้ดีกว่าการเพาะใส่ฟองน้ำอีกด้วย”

หลังจากเพาะเมล็ดครบ 15 วัน ทางฟาร์มจะเตรียมบ่อสำหรับปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ โดยน้ำที่ใช้ทางฟาร์มเป็นน้ำบาดาล ก่อนนำน้ำไปใช้ต้องทำการพักน้ำไว้ก่อน 2 วัน แล้วจึงค่อยเปิดน้ำใส่รางปลูก ระดับความลึกของน้ำอยู่ที่ประมาณ 10 เซนติเมตร หลังจากนั้นใส่ปุ๋ยเอบี 5 ซีซีต่อน้ำ 1 ลิตร แล้วทำการวัดปริมาณค่า pH ของน้ำ โดยค่าระดับ pH ของที่ฟาร์มจะอยู่ที่ 6.5-7 pH

นำแผ่นโฟมลอยน้ำเพื่อยึดลำต้น นำต้นกล้าที่อายุครบ 15 วัน มาใส่ถ้วยปลูก แล้ววางลงในแผ่นโฟมที่เจาะรูไว้แล้ว ตามระยะความห่างที่เหมาะสม

การดูแล เหมือนกับการปลูกลงดิน ต่างกันที่การบำรุงใส่ปุ๋ย การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์จะใส่ปุ๋ยแค่รอบเดียว ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมบ่อแล้วผสมปุ๋ยเอบีลงไปก่อนย้ายกล้าลงปลูก และฉีดฮอร์โมนบำรุงเพียงอาทิตย์ละครั้ง ผักไฮโดรโปนิกส์มีวิธีการปลูกการดูแลที่ค่อนข้างง่าย แต่มีการลงทุนสูง ทั้งอุปกรณ์ ค่าปุ๋ย และเมล็ดพันธุ์ของผักบางที่ต้องนำเข้าจากเกาหลี

อายุการเก็บเกี่ยว การปลูกแบบลงดินและปลูกระบบไฮโดรโปนิกส์ ใช้ระยะเวลาในการปลูก 45 วัน เท่าๆ กัน จะมีเฉพาะผักบางชนิด อย่างเช่น กะเพราที่ปลูกในระบบไฮโดรโปนิกส์ ใช้ระยะเวลาการปลูกประมาณ 50-60 วัน แต่ใส่ปุ๋ยรอบเดียวเหมือนกับผักชนิดอื่นๆ

ปริมาณผลผลิต เนื่องจากที่ฟาร์มเป็นฟาร์มปลูกผักขนาดใหญ่ สามารถจัดการผลผลิตส่งออกได้อย่างต่อเนื่อง โดยปริมาณผักที่ออกมาในแต่ละวันอยู่ที่ประมาณ 500 กิโลกรัมต่อวัน เป็นผักสลัดประมาณ 400 กิโลกรัม และผักชนิดอื่นๆ คละกัน อีก 100 กิโลกรัม

ปัจจุบันทางฟาร์มมีพนักงานทั้งหมด 40 คน มีการวางแผนจัดการผลิตพืชวันละ 1 แปลง หรือวันละ 1 โรงเรือน มีขนาดความกว้าง 9 เมตร ยาว 96 เมตร ปลูกผักได้ 18 แปลง หรือ 18 โต๊ะต่อ 1 โรงเรือน ขนาดความกว้างต่อ 1 โต๊ะ กว้าง 1.20 ยาว 24 เมตร เก็บผลผลิตผักสลัดได้ประมาณ 70 กิโลกรัม

ใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีการจัดการเกษตรจากเกาหลีในการควบคุมดูแลเป็นหลัก ทั้งระบบไฟ ระบบน้ำ เครื่องใส่ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ รวมถึงเทคนิคเฉพาะอีกหลากหลาย ซึ่งถือว่านวัตกรรมและเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาทดแทนแรงงานคนได้มาก ต่างจากเมื่อก่อนที่ในทุกขั้นตอนต้องอาศัยแรงงานคนเป็นหลัก

**ผลผลิตวันละ 500 กิโลกรัม

ทำตลาดปลูกเอง-ขายเอง**

“ด้วยปริมาณผลผลิตที่ออกมาในแต่ละวันค่อนข้างเยอะ ทางฟาร์มจึงต้องใช้ทุกกลยุทธ์ในการกระจายสินค้าให้หมดในแต่ละวัน โดยในช่วงแรกเป็นการขายส่งให้กับพ่อค้าคนกลางรายใหญ่ แต่โดนกดราคาซ้ำๆ เถ้าแก่จึงหาทางออกด้วยการทำตลาดเอง โดยการเปิดซุปเปอร์มาร์เก็ตขายผักเป็นของตัวเอง ชื่อร้าน กรีนพลัส ฟาร์ม ขายในรูปแบบทั้งปลีกและส่ง มีทั้งหมด 4 สาขา ได้แก่ กรีนพลัส ฟาร์ม สาขาข่อนแก่น, กรีนพลัส ฟาร์ม สาขาอุดรธานี, กรีนพลัส ฟาร์ม สาขาห้วยขวาง กรุงเทพฯ พร้อมเปิดหน้าร้านขายที่ฟาร์ม และเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีร้านกาแฟรองรับ สำหรับคนมาศึกษาดูงาน หรือต้องการมาถ่ายรูปเช็กอินเป็นสาวเกาหลี ที่นี่พร้อมต้อนรับ” คุณเปรี้ยว กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร. 098-673-5272 หรือเฟซบุ๊ก : สวนสไตล์ข่อย

เผยแพร่ออนไลน์ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วัยรุ่นขอนแก่น ปลูกผักสไตล์เกาหลี เพาะกล้าในดิน แต่ปลูกในน้ำ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.khaosod.co.th/technologychaoban

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...