เตรียมตัวเปียกปอนไปกับเพลงฮิตของ “Diplo” ก่อนเจอตัวจริงที่งาน S2O ปีนี้ !
LSA Thailand
อัพเดต 25 มี.ค. 2568 เวลา 20.44 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2568 เวลา 01.30 น. • Lifestyle Asia Thailandสงกรานต์นี้ใครว่ามีแค่น้ำ! เตรียมตัวให้พร้อมกับเทศกาลดนตรีสุดมันส์ S2O Songkran Music Festival 2025 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งปีนี้พิเศษสุด ๆ เพราะเราจะได้เจอกับดีเจระดับโลกอย่าง “Diplo”
Related articles
ทำความรู้จักและลิสต์เพลงฮิตของ DJ SNAKE ก่อนได้เจอตัวจริงในงาน S2O Songkran Music Festival 2025
ทำความรู้จักและลิสต์เพลงฮิตของ “Alan Walker” ก่อนได้เจอตัวจริงในงาน S2O Songkran Music Festival 2025
ก่อนจะไปแดนซ์กระจายท่ามกลางสายน้ำ มาทำความรู้จักกับเขากันหน่อยดีกว่า เทศกาล S2O Thailand จะกลับมาสร้างความมันส์แบบจัดเต็มเป็นครั้งที่ 10 ตั้งแต่วันที่ 12-14 เมษายน 2568 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพฯ การเฉลิมฉลองครบรอบทศวรรษนี้แสดงถึงการจัดงานที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมอย่างแน่นอน Diplo ได้รับการยืนยันว่าจะขึ้นแสดงในวันจันทร์ที่ 14 เมษายน แสดงในช่วงไพร์มไทม์ เป็นการปิดท้ายเทศกาลที่น่าประทับใจ S2O ถือเป็นเทศกาลน้ำที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกับการฉลองสงกรานต์ (13-15 เมษายน) การผสมผสานระหว่างเทศกาลดนตรีระดับโลกกับประเพณีการเล่นน้ำอันเป็นเอกลักษณ์ของไทย ทำให้งานนี้เป็นที่รอคอยอย่างมาก เทศกาลนี้ยังมีการแสดงจากศิลปินอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลกมากมาย พร้อมด้วยเอฟเฟกต์น้ำแบบ 360 องศา และโปรดักชั่นเวทีสุดล้ำ
Just for you ❤️ #electronicmusic #edm #remix #newmusic
♬ Freed From Desire (2024 Version) (Diplo Edit) – Gala & Diplo
ท้วงทำนองแห่ง Diplodocus…
มีชื่อจริงว่าThomas Wesley Pentz เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 1978 ที่เมือง Tupelo รัฐ Mississippi เขาใช้ชีวิตวัยเด็กส่วนใหญ่อยู่ที่ Miami ซึ่งทำให้เขาได้สัมผัสกับดนตรี Miami bass ประสบการณ์ในช่วงนี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อการพัฒนาแนวเพลงของเขา เขาจบการศึกษาจาก Hendersonville High School ในรัฐ Tennessee และในปี 1997 เขาได้เข้าศึกษาที่ University of Central Florida (UCF) ที่ซึ่งเขาเริ่มเป็นดีเจให้กับสถานีวิทยุท้องถิ่น WPRK นี่เป็นก้าวแรก ๆ ของเขาในโลกแห่งดีเจ ต่อมาเขาได้ย้ายไป Philadelphia เพื่อศึกษาต่อที่ Temple University
ที่นี่เองที่เขาเริ่มได้รับความสนใจในฐานะดีเจ ช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงสำคัญในอาชีพช่วงแรกของเขา ซึ่งเขาเริ่มได้รับการยอมรับในทักษะการเป็นดีเจ ชื่อในวงการของเขา “Diplo” มาจากความหลงใหลในไดโนเสาร์ตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะ Diplodocus
ในส่วนของครอบครัวเขาเป็นลูกชายของ Barbara Jean (née Cox) และ Thomas Pentz ตอนนี้มีลูกชายสามคน ได้แก่ Lockett, Lazer และ Pace Lockett และ Lazer กับอดีตแฟนสาว Kathryn Lockhart ส่วน Pace กับนางแบบ Jevon King ซึ่งมักเห็นเขาโพสต์ภาพและข้อความที่อบอุ่นเกี่ยวกับลูก ๆ ของเขาบนโซเชียลมีเดียอยู่เสมอ
จุดเริ่มต้นจาก Miami bass
อิทธิพลของเพลงแร็พและ Miami bass มีบทบาทสำคัญในการสร้างสไตล์การทำเพลงของเขา เขาเริ่มสนใจการเป็นดีเจในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ขณะที่ศึกษาอยู่ที่ UCF และ Temple University การทดลองด้านการแซมพลิงเพลงในช่วงแรก ๆ ของเขาได้รับอิทธิพลจาก DJ Shadow นอกจากนี้ เขายังได้รับอิทธิพลทางดนตรีจากศิลปินหลากหลายแนว ตั้งแต่ฮิปฮอป เร้กเก้ พังก์ และดนตรีเบสรูปแบบต่าง ๆ เขายังสนใจ Florida breaks และดนตรีเบสโดยทั่วไป และยังหลงใหลในการสะสมเพลงเก่า ๆ ซึ่งบ่งบอกถึงความชื่นชมอย่างลึกซึ้งในประวัติศาสตร์ดนตรี และความปรารถนาที่จะเรียนรู้จากศิลปินในอดีต
ในปี 2003 เขาเริ่มจัดปาร์ตี้ใน Philadelphia กับเพื่อนดีเจ Low Budget ภายใต้ชื่อ “Hooked on Hollertronix” เพื่อปล่อยเพลงที่พวกเขาต้องการเล่น มิกซ์เทปของพวกเขา อย่าง “Never Scared” ได้รับการยกย่องในระดับประเทศ Hollertronix เป็นที่รู้จักจากการผสมผสานแนวเพลงที่แตกต่างกันอย่างลงตัว และการผสมผสานเพลงป๊อป ฮิปฮอป ยุค 80 ดนตรีแดนซ์ฮอลล์ และดิสโก้
ในปี 2006 เขาได้ก่อตั้งค่ายเพลง Mad Decent ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในอาชีพของเขา ทำให้เขาสามารถสนับสนุนศิลปินและแนวเพลงใหม่ ๆ ได้อย่างเต็มที่ ค่ายนี้กลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วในการปล่อยเพลงที่ล้ำสมัยในวงการ EDM รวมถึง Baile Funk ก่อนหน้า Mad Decent ในปี 2004 เขาได้ปล่อยอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกชื่อ “Florida” ซึ่งมีแนวเพลงที่ลึกซึ้งกว่า Hollertronix นอกจากนี้ เขายังได้สร้าง “The Mausoleum” ใน Philadelphia เป็นสตูดิโอ สำนักงานค่ายเพลง และพื้นที่จัดงาน การย้ายจากการจัดปาร์ตี้ไปสู่การก่อตั้งวงดนตรีดูโอ้ และในที่สุดก็เปิดค่ายเพลง แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ชัดเจนในอาชีพของเขา
จนการร่วมงานกับนักดนตรีชาวอังกฤษ M.I.A. ทำให้เขาได้รับการยอมรับในวงกว้างเป็นครั้งแรก เขาเป็นโปรดิวเซอร์เพลง “Paper Planes” ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ของเธอ พวกเขายังคบหากันในช่วงปี 2003 ถึง 2008 จนในปี 2011 เขาและ Switch ได้ก่อตั้งกลุ่มดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ชื่อ Major Lazer ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นหนึ่งในโครงการที่ประสบความสำเร็จและยืนยาวที่สุดของเขา แนวเพลงของพวกเขาเป็นการผสมผสานที่ทันสมัย โดยมีอิทธิพลจาก Miami Bass และ Baile Funk โดยมักจะเน้นไปที่ดนตรีแดนซ์ฮอลล์ของจาเมกา
ซ้อมไปโดดกันให้สุดเหวี่ยงกับ 5 เพลงฮิต
“Where Are Ü Now” (Jack Ü with Justin Bieber)
ปล่อยเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2015 เพลงนี้เป็นการร่วมงานระหว่าง Diplo และ Skrillex ในนาม Jack Ü กับ Justin Bieber ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยขึ้นถึงอันดับ 8 บน Billboard Hot 100 และยังได้รับรางวัล Grammy Award สาขา Best Dance Recording เพลงนี้ผสมผสานแนวเพลง EDM, futurepop และ tropical house ด้วยซาวด์ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งมีการปรับแต่งเสียงร้องของ Bieber ให้เข้ากับดนตรีได้อย่างลงตัว มิวสิกวิดีโอของเพลงนี้ก็ได้รับความนิยมอย่างมากเช่นกัน ความสำเร็จของเพลงนี้ยังทำให้ Jack Ü ได้รับการรับรองระดับ 6x Platinum จาก RIAA เพลงนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดแห่งปี 2015 จากหลายสำนัก และยังคงเป็นที่ชื่นชอบของแฟนเพลงทั่วโลก
“Lean On” (Major Lazer & DJ Snake ft. MØ)
ปล่อยเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2015 เพลงนี้เป็นผลงานของ Major Lazer ซึ่ง Diplo เป็นสมาชิกหลัก ร่วมกับ DJ Snake และนักร้องสาวชาวเดนมาร์ก MØ เพลงนี้ประสบความสำเร็จในระดับโลก โดยขึ้นถึงอันดับ 4 บน Billboard Hot 100 และอันดับ 2 บน UK Singles Chart “Lean On” เป็นเพลงแนว EDM, electronic และ moombahton ที่มีจังหวะที่โดดเด่นและเสียงร้องที่น่าดึงดูด ในปี 2015 เพลงนี้ได้รับการจัดอันดับโดย Spotify ว่าเป็นเพลงที่มีการสตรีมมากที่สุดตลอดกาลในขณะนั้น และปัจจุบันมียอดสตรีมมากกว่า 1 พันล้านครั้งทั่วโลก มิวสิกวิดีโอของเพลงนี้ถ่ายทำที่ประเทศอินเดีย และมียอดวิวบน YouTube มากกว่า 3.7 พันล้านครั้ง “Lean On” ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นเพลงที่ขายดีที่สุดอันดับ 5 ของโลกในปี 2015 โดย IFPI
“Get Free” (Major Lazer ft. Amber Coffman)
ปล่อยเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2012 เพลงนี้เป็นอีกหนึ่งผลงานที่โดดเด่นของ Major Lazer โดยมี Amber Coffman จากวง Dirty Projectors มาร่วมร้อง เพลงนี้มีแนวเพลง dancehall และ dub โดดเด่นด้วยเสียงร้องที่ทรงพลังของ Coffman และอิทธิพลของดนตรีเร้กเก้ “Get Free” เป็นซิงเกิลที่ได้รับความนิยมจากอัลบั้ม “Free the Universe” แม้ว่าจะไม่ได้ประสบความสำเร็จในชาร์ตเพลงหลักเท่ากับเพลงอื่น ๆ ของ Major Lazer แต่เพลงนี้ก็ยังคงเป็นที่ชื่นชอบของแฟน ๆ และมีการเปิดฟังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบดนตรีที่มีกลิ่นอายของเร้กเก้และดั๊บ มิวสิกวิดีโอของเพลงนี้ถ่ายทำที่ Kingston ประเทศจาเมกา และนำเสนอวัฒนธรรมจาเมกาได้อย่างน่าสนใจ
“Take Ü There” (Jack Ü ft. Kiesza)
ปล่อยเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2014 เพลงนี้เป็นซิงเกิลแรกของโปรเจกต์ Jack Ü ที่ Diplo ทำร่วมกับ Skrillex โดยมี Kiesza มาร่วมร้อง เพลงนี้มีแนวเพลง trap และ EDM โดดเด่นด้วยจังหวะ trap ที่หนักแน่นและเสียงร้องที่ทรงพลังของ Kiesza มิวสิกวิดีโอของเพลงนี้มีการผสมผสานระหว่างภาพจริงกับการ์ตูนแอนิเมชั่น “Take Ü There” ขึ้นถึงอันดับ 14 บนชาร์ต US Hot Dance/Electronic Songs และได้รับการรับรองระดับ Platinum จาก RIAA แม้ว่าจะไม่ได้ประสบความสำเร็จในชาร์ตเพลงหลักเท่ากับ “Where Are Ü Now” แต่เพลงนี้ก็ยังคงเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในกลุ่มแฟนเพลง EDM
“Elastic Heart” (Sia ft. The Weeknd & Diplo | Solo Version)
เพลงนี้มีสองเวอร์ชั่น เวอร์ชั่นแรกเป็นการร่วมงานระหว่าง Sia, The Weeknd และ Diplo ซึ่งปล่อยเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2013 เพื่อประกอบภาพยนตร์เรื่อง “The Hunger Games: Catching Fire” เวอร์ชั่นที่สองเป็นเวอร์ชั่นเดี่ยวของ Sia ซึ่งปล่อยเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2015 สำหรับอัลบั้ม “1000 Forms of Fear” ทั้งสองเวอร์ชั่นเป็นเพลงแนวป๊อปที่มีเสียงร้องที่ทรงพลังและเนื้อเพลงที่สื่อถึงอารมณ์ เวอร์ชั่นเดี่ยวประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยขึ้นถึงอันดับ 17 บน Billboard Hot 100 และติด Top 10 ในสหราชอาณาจักร นอกจากนี้ยังได้รับการรับรองระดับ Multi-platinum และมียอดวิวบน YouTube มากกว่า 1 พันล้านครั้ง มิวสิกวิดีโอของเวอร์ชั่นเดี่ยวเป็นที่พูดถึงอย่างมากเนื่องจากมี Shia LaBeouf และ Maddie Ziegler ร่วมแสดง
เตรียมตัวกระโดดให้สุดเหวี่ยงไปกับ Diplo ที่ S2O Songkran Music Festival 2025 ในวันที่ 14 เมษายน! ตอนนี้ทุกคนคงรู้จักเขามากขึ้นแล้ว หวังว่าเพลงฮิตเหล่านี้จะช่วยวอร์มอัพให้พร้อมสำหรับประสบการณ์สุดมันส์ที่จะได้เจอที่งาน แล้วเจอกัน!
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Main, Hero and Featured images: by Diplo via Facebook
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.