โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรงแรม จี้ รัฐค้างจ่าย “เราเที่ยวด้วยกัน” 6 เดือน

โรงแรม จี้ รัฐค้างจ่าย “เราเที่ยวด้วยกัน” 6 เดือน
ผู้ประกอบการโรงแรมบางแสน จ.ชลบุรี เผย สถานการณ์โควิดทำธุรกิจท่องเที่ยวทรุดหนัก จึงหวังให้โครงการ
โรงแรม จี้ รัฐค้างจ่าย “เราเที่ยวด้วยกัน” 6 เดือน

บีช วอร์ค บูทีค รีสอร์ต รีสอร์ตริมทะเลบางแสน จ.ชลบุรี ที่มีห้องพักทั้งหมด 47 ห้องเจ้าของยังคงเปิดให้บริการลูกค้าปกติเพื่อหวังประคองการจ้างงานลูกน้องกว่า 50 คน จากเดิมมีลูกน้องมากกว่า 100 คน

โดยนายสิริภูมิ สุวจนกรณ์ เจ้าของรีสอร์ตนี้ เล่าว่า ช่วงที่ธุรกิจซบเซามากที่สุดปีคือ ช่วงปี 2564 ถึงขั้นไม่มียอดจองห้องพักติดต่อกันหลายสัปดาห์ จึงต้องใช้วิธีปรับหน้าที่พนักงาน ซึ่งใน 1คนต้องทำหลายๆหน้าที่เพื่อประคองธุรกิจ

"เราเที่ยวด้วยกัน" สะดุด โรงแรมโอดยังไม่ได้เงิน

"เราเที่ยวด้วยกัน" เปิดรายชื่อโรงแรม-ร้านอาหารที่ร่วมโครงการ

นายสิริภูมิ หวังว่าโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” จะช่วยฟื้นธุรกิจให้กลับมาดีขึ้นได้ แต่ล่าสุดกลับเจอปัญหาใหญ่ โดยเขายื่นเอกสารยอดค้างจ่ายเงินสนับสนุนของโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน เฟส3 และเฟส4” ที่รัฐบาลค้างจ่ายรวมกว่า 800,000 บาท  เพราะหากเป็นไปตามเงื่อนไข โรงแรมต้องได้รับภายใน14วัน แต่จนถึงตอนนี้ผ่านมากว่า 6 เดือนแล้ว

เขายืนยันว่า ทำตามเงื่อนไขที่รัฐบาลบอกไว้ทุกอย่าง แต่โครงการในระยะหลังนี้ทางภาครัฐส่งอีเมลล์กลับมาอ้างว่าที่ล่าช้าเพราะติดขัดกรณีลูกค้าสแกนหน้าไม่ผ่าน ขอให้โรงแรมส่งหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการเบิกงบ ซึ่งตนมองว่าถ้าสแกนไม่ผ่าน ลูกค้าก็ควรจะไม่สามารถเช็คอินเข้าที่พักได้ตั้งแต่แรกหรือไม่ทำให้ปัจจุบันโรงแรมต้องไปตามหาหลักฐานเพิ่มเติมจากลูกค้าอีกหลายคน

ด้านนายพิสูจน์ แซ่คู นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก ให้ข้อมูลว่า เฉพาะโรงแรมจ.ชลบุรี พบมียอดเงินสนับสนุนคงค้างอยู่ที่ 40 ล้านบาท สร้างความกังวลเรื่องสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการมาก และที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ชี้แจงว่าจะแก้ปัญหาให้ได้ภายใน 60 วันหลังจากเอกสารครบถ้วน ถือเป็นระยะเวลาที่นานเกินไป ขอให้เร่งโอนเงินให้ผู้ประกอบการ ก่อนที่จะมีโรงแรมทยอยยกเลิกการเข้าร่วมโครงการ

สำหรับภาพรวมการคงค้างเงินสนับสนุนใน เฟส 3 และเฟส4 วันนี้ (25 มี.ค.) ทีมข่าวพีพีทีวี ตรวจสอบเพิ่มพบว่ามี ผู้ประกอบการทุกภาคทั่วประเทศ อย่างภาคตะวันออก เช่นชลบุรี จันทบุรี และตราด ซึ่งหากรวมทั้งภาคตะวันออกคาดคงค้างเกือบ 100 ล้านบาท ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด เช่น เชียงใหม่ เชียงราย ภาคใต้ จังหวัด ภูเก็ต ส่วน ภาคตะวันตก ในพื้นที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชะอำ จ.เพชรบุรี ก็มีปัญหาเช่นกัน โดยส่วนใหญ่เป็นโรงแรมระดับ 3-5 ดาว

สำหรับปัญหาการจ่ายเงินสนับสนุนให้โรงแรมล่าช้า เริ่มเกิดขึ้นในช่วงเฟสที่ 3 ซึ่งบางพื้นที่เริ่มไม่ได้รับเงินสนับสนุนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 ส่วนในเฟส 4 เริ่มใช้สิทธิตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2565 มีผู้ใช้สิทธิไปแล้วราว 1ล้าน 3แสนสิทธิ คงเหลือประมาณ 640,000 สิทธิ ซึ่งหากโรงแรมยังไม่ได้รับเงินสนับสนุนในเร็วๆ ก็อาจจะต้องปฏิเสธลูกค้า

ดูข่าวต้นฉบับ