'Lyme Disease' ชื่อโรคที่ไม่คุ้นหู...แต่อาจอยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด!

Health Addict อัพเดต 18 ต.ค. 2562 เวลา 04.40 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2562 เวลา 03.27 น. • Health Addict
ไปเที่ยวต่างประเทศทั้งที ระวังของแถมอย่างโรคนี้ติดตัวคุณมาด้วย แม้ชื่อโรคจะไม่คุ้นหูสักเท่าไหร่ แต่ก็ประมาทไม่ได้เลย

สำหรับโรคไลม์ หรือ Lyme Disease นี้ เราขอเรียกมันง่ายๆ ว่า “โรคเห็บกัด”  คิดว่าน่าจะยังไม่เป็นที่คุ้นหูของคนไทยเท่าที่ควร แต่เชื่อมั้ยว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยจากทั่วโลกที่ต้องทนทรมานจากอาการป่วยนี้มาอย่างยาวนาน 
ขอยกตัวอย่างกรณีของนักร้องดังเจ้าของเพลง “Girlfriend” Avril Lavigne ที่บอกว่าเธอป่วยเป็นโรคนี้ถึงขั้นต้องเข้าพบหมอระดับท๊อปหลายท่านซึ่งสุดท้ายพวกเขาก็รักษาเธอไม่ได้เลย แถมให้คำวินิจฉัยในทำนองที่ว่าเธออาจจะเครียดบ้าง คิดมากบ้าง และที่พีคกว่าคือคนส่วนใหญ่รอบตัวคิดว่าเธอเพ้อเจ้อและอาจจะไม่ได้ป่วยเป็นโรคนี้จริงๆ อีกด้วย  (ใครอยากชมเรื่องราวของเธอเพิ่มเติม คลิกเลย)
ทำไม “เรา”ต้องให้ความสำคัญกับโรคนี้?
เพราะโรคนี้อยู่ใกล้ตัวเรามากก…เช่นการอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีหญ้าขึ้นสูงบริเวณตัวบ้าน หรือใครอาศัยอยู่ในหอพักติดกับป่าชื้นชุกชุมยิ่งต้องระวัง  เพราะว่าป่าเป็นบ้านหลังใหญ่สำหรับเจ้าเห็บนั่นเอง ส่วนใครที่มีสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขและแมวก็ไม่ควรประมาทเช่นกัน เพราะเห็บชนิดนี้สามารถอาศัยอยู่ในตัวสัตว์เลี้ยง หากคุณโดนกัด อาการข้างเคียงที่ไม่เป็นมิตรต่อร่างกายอาจสร้างผลกระทบที่รุนแรงได้   
สาเหตุของโรคนี้คืออะไร?
สาเหตุของการเกิดโรคนี้ก็ตรงตามชื่อของมัน คือการที่คนเราโดนเห็บชนิดBacklegged หรือ Deer Tick กัด ซึ่งสัตว์ชนิดนี้มักอาศัยอยู่ในแถบเอเชียหรือที่ป่าชุกชุม รวมไปถึงพื้นที่ป่าในแถบตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา ประเทศจีน ญี่ปุ่นและประเทศแถบยุโรป ในตัวเห็บจะมีเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Borrelia Garinii ถ้าคุณโดนมันกัดเข้าและถูกดูดเลือดนานถึง 24-48 ชั่วโมง เชื้อนี้จะถูกปล่อยเข้าสู่กระแสเลือดทันที ผู้ป่วยหลายคนส่วนใหญ่บอกว่าขณะที่เจ้าเห็บกำลังกัดและดูดเลือด พวกเขาไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำว่าโดนกัดตอนไหน แล้วโดนได้ยังไง?   
 
อาการของโรคอาจคล้ายกับคน “เป็นหวัด”
เว็บไซต์ pobpad.com ให้ข้อมูลไว้ว่า อาการของผู้ป่วยโรคนี้มักคล้ายกับคนป่วยเป็นหวัด อย่างเช่น มีอาการหนาวสั่น เป็นไข้ ปวดศีรษะ แต่สิ่งที่ทำให้สังเกตเห็นได้ง่ายว่ากำลังเป็นโรคนี้อยู่ก็คือ การปรากฎตัวของผื่นแดงที่มีลักษณะคล้ายกับเป้ายิงปืนนั่นเอง

Photo Credit : innatoss.com
  รู้มั้ย? บางคนอาจมีปัญหาอื่นๆ ตามมาด้วยได้ เช่น การมองเห็นไม่ชัด  ต่อมน้ำเหลืองโต เจ็บคอ รู้สึกชาและปากเบี้ยว หัวใจเต้นผิดจังหวะ หงุดหงิดง่าย และเส้นประสาทแขนและขาได้รับความเสียหาย 
  แล้วเราจะป้องกันตัวเองได้ยังไงบ้าง? 
เมื่อไหร่ที่เห็นว่าบริเวณบ้านมีหญ้าสูงชุกชุมให้รีบทำการตัดสนามหญ้าให้โล่งสะอาดตา หรือถ้าอาศัยอยู่ในบริเวณป่าให้สวมใสเสื้อผ้าที่ครอบคลุมบริเวณแขน-ขา…อย่าลืมฉีดและใช้ยาทาที่สกัดมาเพื่อป้องกันคุณจากเหล่าแมลงร้าย และหากรู้สึกตัวว่ามีผื่นแดงขึ้น เจ็บ คัน หรือพบเห็นตัวเห็บต่อหน้าต่อตาให้รีบดึงออกแล้วล้างน้ำเปล่า และนำสบู่หรือแอลกอฮอล์ล้างแผลมาล้างบริเวณที่ถูกกัดเพื่อลดความเสี่ยงของโรคทันที
นอกจากนี้อย่าลืมที่จะดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณให้ดีดี ตัดขนน้องบ้าง หรือใช้หวีหวีเสนียดช่วยหวีอาทิตย์ละครั้ง เมื่อไหร่ที่เห็นว่ามีอาการเกาถี่ๆ ให้คุณรีบเอะใจได้เลยว่า เหล่าเห็บจำนวนมากกำลังดูดเลือดและทำให้น้องๆ คันทรมานอยู่ ที่สำคัญ! มันอาจจะกระโดดมาเกาะตัวคุณได้แบบไม่รู้ตัวด้วย   ส่วนสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นอย่าง ม้า กวาง วัว และควายก็ถิอเป็นสัตว์ที่สามารถนำพาเจ้าเห็บมาสู่คนได้เช่นกัน 
ถึงแม้ว่าในประเทศไทยเราจะไม่เคยมีเคสรายงานผู้ป่วยด้วยโรคนี้เหมือนในประเทศแถบยุโรปอย่างอเมริกา มีเพียงแต่ไปเที่ยวต่างประเทศแล้วกลับมาพบว่าเป็นโรคนี้ อาการหนักถึงขึ้นสมองเสื่อมแต่ยังไงเราก็ไม่ควรประมาท หากไม่แน่ใจว่าอาการผื่นที่พบ หรืออาการอ่อนเพลียปวดเมื่อยแปลกๆ นั้นเกิดจากอะไร ให้รีบเข้าพบคุณหมอ อย่าปล่อยทิ้งไว้เพราะอาจส่งผลแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจได้ เรื่องการรักษา ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด คุณอาจจะต้องรับประทานยาหรือรับการฉีดยา ยังไงก็ตามทุกอย่างขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์เท่านั้น    

ดูข่าวต้นฉบับ