โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘แฮปปี้’ ยาเสพติดใหม่ออกฤทธิ์คล้ายยาบ้า ระบาดหนักในท่าขี้เหล็ก เมียนมา แพทย์เตือนอันตรายถึงชีวิต

‘แฮปปี้’ ยาเสพติดใหม่ออกฤทธิ์คล้ายยาบ้า ระบาดหนักในท่าขี้เหล็ก เมียนมา แพทย์เตือนอันตรายถึงชีวิต
‘แฮปปี้’ ยาเสพติดใหม่ออกฤทธิ์คล้ายยาบ้า ระบาดหนักในท่าขี้เหล็ก เมียนมา แพทย์เตือนอันตรายถึงชีวิต

วันนี้ (23 กันยายน) นพ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันในพื้นที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก เมียนมา ซึ่งตรงข้ามกับอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายของประเทศไทย พบการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดชนิดใหม่ที่รู้จักกันในชื่อ ‘แฮปปี้’ เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวตามสถานบันเทิงยามค่ำคืน และได้เข้าไปครองตลาดในท่าขี้เหล็กแทนยาเสพติดชนิดอื่น

‘แฮปปี้’ เป็นยาเสพติดที่มีส่วนผสมของสาร Benzylpiperazine (BPZ) มีฤทธิ์คล้ายยาบ้า แต่มีความรุนแรงน้อยกว่า 1 ใน 10 ของยาบ้า และที่กลายเป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวตามสถานบันเทิง เพราะมีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มไม่ต้องการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนเมามาย และเชื่อว่าเมื่อเสพแล้วจะออกฤทธิ์ทำให้ไม่ง่วงนอน ตื่นตัวตลอดเวลา สามารถเที่ยวสนุกได้ตลอดทั้งคืน เมื่อตื่นตอนเช้าจะไม่มีอาการเมาค้างเหมือนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

แต่ความจริงแล้วเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะ BPZ ถือว่าเป็นสารที่ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท การเสพเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าวิธีใด สามารถทำให้มีอาการประสาทหลอน หวาดระแวง ยิ่งการเสพร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบควัน อาจมีฤทธิ์เสริมให้เกิดการกระทำที่ขาดสติจนอาจเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ขบวนการค้ายาเสพติดในปัจจุบัน มักจะคิดค้นวิธีการต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งวิธีการที่พบได้บ่อยในปัจจุบันคือการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้ต่างจากเดิม ซึ่งแฮปปี้ก็มีการนำตัวยาเสพติดมาบรรจุในถุงพลาสติกทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก และติดรูปภาพหรือตราสัญลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ต่างๆ บางซองมีลักษณะคล้ายถุงยางอนามัย และหากไม่สังเกตจะแยกไม่ออก

แต่ภายในซองจะบรรจุผงสีขาวขุ่น น้ำหนักประมาณ 15-20 กรัม โดยใช้เสพได้หลากหลายวิธี การเสพยาดังกล่าวนอกจากจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายแล้ว ยังสามารถทำให้เกิดการเสพติดได้ และมีโอกาสไปใช้ยาเสพติดอื่นๆ ที่ออกฤทธิ์รุนแรงกว่าได้อีก ในท้ายที่สุดจะกลายเป็นผู้ป่วยที่ติดยาเสพติดที่มีอาการเสพติดรุนแรง หรือเป็นโรคจิตเรื้อรัง และเกิดความยุ่งยากในการบำบัดรักษาโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้ ทั้งนี้ทุกคนควรต้องเฝ้าระวัง หมั่นสังเกตพฤติกรรมของคนใกล้ชิด แต่ไม่ใช่การจับผิดหรือหวาดระแวง หากพบว่ามีสิ่งของต้องสงสัยต้องรีบพูดคุยบอกกล่าวถึงอันตรายหากเข้าไปยุ่งเกี่ยว

ดูข่าวต้นฉบับ