โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดองกิ” รับติดหล่มตลาดเอเชีย แม่ทัพใหญ่ขอ 1 ปีพลิกธุรกิจ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 เม.ย. 2567 เวลา 13.59 น. • เผยแพร่ 17 เม.ย. 2567 เวลา 13.03 น.

คอลัมน์ : Market Move

ดองดองดองกิ หรือดองกิโฮเต ยักษ์ค้าปลีกสัญชาติญี่ปุ่นเจ้าของเชนร้านของฝากขวัญใจนักท่องเที่ยวทั้งไทย-ต่างชาติ ที่บุกมาเปิดสาขาในไทยและหลายประเทศในเอเชีย ประกาศปรับยุทธศาสตร์การทำธุรกิจในเอเชียเป็นการใหญ่ หลังความท้าทายในตลาดเอเชียฉุดให้สัดส่วนกำไรจากต่างประเทศลดลง 2 ปีติดต่อกัน

สำนักข่าว นิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า ดองดองดองกิประกาศเดินหน้ายกเครื่องยุทธศาสตร์การทำธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใหม่ หลังสัดส่วนกำไรจากธุรกิจในต่างประเทศช่วงปี 2021-2022 ลดลงต่อเนื่องกันมาอยู่ในระดับ 3.1% และใกล้จะกลับไปอยู่ในระดับเดียวกับปี 2017 ซึ่งเป็นปีแรกที่บริษัทเริ่มรุกตลาดเอเชีย

โดยหากเป็นธุรกิจอื่นอัตรากำไรไม่ถึง 5% นี้อาจไม่แปลกนัก แต่สำหรับดองกิแล้วนับว่าผิดปกติมาก เนื่องจากดองกิเป็นค้าปลีกรายใหญ่ของญี่ปุ่นที่สามารถทำให้ยอดขายและกำไรเติบโตในช่วงปี 2020-2021 ที่เป็นจุดพีกของการระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงในช่วง 2 ไตรมาสล่าสุด (ก.ค.-ธ.ค. 2023) บริษัทมีกำไรสุทธิรวมทุบสถิติเดิมด้วยมูลค่า 4.82 หมื่นล้านเยน หรือประมาณ 1.15 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ความผิดปกนี้ยิ่งเด่นชัดเมื่อเปรียบเทียบกับ Fast Retailing เจ้าของเชนร้านแฟชั่น Uniqlo ซึ่งเมื่อปี 2015 เคยมีอัตรากำไรจากธุรกิจในต่างประเทศใกล้เคียงกับดองกิด้วยสัดส่วน 5.7% แต่ปัจจุบัน Fast Retailing มีอัตรากำไรจากธุรกิจต่างประเทศสูงถึง 15.9% แล้ว สวนทางกับดองกิที่อัตรากำไรจากธุรกิจต่างประเทศลดลงไปเหลือแค่ 3.1%

สถานการณ์นี้ทำให้ “นาโอกิ โยชิดะ” ประธานบริษัท Pan Pacific International Holdings บริษัทแม่ของดองกิต้องกล่าวขอเวลาแก้ไขสถานการณ์ธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย พร้อมแจ้งชะลอการขยายธุรกิจในภูมิภาคนี้ลงเพื่อเร่งปรับยุทธศาสตร์ใหม่ กับนักลงทุนในการประชุมแจ้งผลประกอบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

สำหรับสาเหตุของอัตรากำไรที่ลดลงนั้น “นาโอกิ โยชิดะ” อธิบายว่า เป็นผลจากยุทธศาสตร์ที่โฟกัสกับความเร็วในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและการขยายสาขามากเกินไป จนละเลยการบริหารจัดการร้านและการคัดเลือกสินค้าที่เป็นจุดแข็ง ซึ่งทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จในญี่ปุ่นและภูมิภาคอื่น ๆ จนกระทบต่ออัตรากำไร

โดยในเอเชียนั้นไลน์อัพสินค้าของดองกิจะเน้นหนักไปที่อาหารสดและแปรรูปนำเข้าจากญี่ปุ่น ส่งผลให้หน้าที่จัดหาสินค้าตกอยู่กับสำนักงานใหญ่ในญี่ปุ่น ส่วนพนักงานในพื้นที่แทบไม่มีส่วนร่วมในการเลือกสินค้าสำหรับสาขาของตน

สถานการณ์นี้ส่งผลให้ไลน์อัพสินค้าในสาขาในเอเชียไม่สอดคล้องกับดีมานด์ของผู้บริโภคในแต่ประเทศ รวมถึงยังขาดความหลากหลายที่เป็นเสน่ห์และเอกลักษณ์ของร้านดองกิไป ตรงข้ามกับยุทธศาสตร์ของสาขาในญี่ปุ่นที่พนักงานในแต่ละสาขาสามารถเลือกและจัดหาสินค้าที่จะนำมาจำหน่ายในสาขาได้เอง

จนตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2021 เป็นต้นมา ธุรกิจในเอเชียไม่สามารถเพิ่มยอดขายได้มากพอจะชดเชยกับต้นทุนการนำเข้ามา อีกทั้งอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายในปีงบฯสิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2566 ของธุรกิจในเอเชียอยู่ที่ 35% สูงที่สุดใน 3 ภูมิภาคที่บริษัททำธุรกิจอยู่ ประกอบด้วย อเมริกาเหนือ มีอัตราส่วน 34% และญี่ปุ่น มีอัตราส่วน 22%

ทั้งนี้ ดองกิเริ่มปักธงธุรกิจในเอเชียเมื่อปี 2017 ด้วยการเปิดสาขาร้านชำจำหน่ายสินค้าญี่ปุ่นในสิงคโปร์ ก่อนจะขยับเป็นร้านดองดองดองกิเต็มรูปแบบในเวลาต่อมา โดยช่วงปี 2017-2022 ธุรกิจในเอเชียขยายตัวไปถึง 20 เท่า ด้วยจำนวนสาขา 40 แห่ง ใน 6 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ฮ่องกง และไต้หวัน

เพื่อแก้ปัญหานี้ “นาโอกิ โยชิดะ” ประกาศปรับยุทธศาสตร์ของดองกิในภูมิภาคเอเชียใหม่ให้สำเร็จภายใน 1 ปี โดยเตรียมส่งพนักงานจากญี่ปุ่นไปยังสาขาต่าง ๆ ในเอเชียเพื่อถ่ายทอดโนว์ฮาวที่ใช้ในญี่ปุ่นให้กับสาขาท้องถิ่น เช่น การให้อำนาจพนักงานประจำ และพนักงานพาร์ตไทม์ สามารถเลือกและจัดหา รวมถึงบริหารสต๊อก กำหนดราคาสินค้าและการจัดวางสินค้าที่จะนำมาจำหน่ายในสาขาที่ตนประจำอยู่ได้อย่างเต็มที่

เพื่อช่วยให้ร้านมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหมือนร้านดองกิในญี่ปุ่น รวมถึงมีไลน์สินค้าและราคาสอดคล้องกับดีมานด์ของผู้บริโภคท้องถิ่นและต้นทุนในประเทศ-ภูมิภาคนั้น ๆ มากขึ้น และน่าจะทำให้อัตรากำไรของธุรกิจในต่างประเทศเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

หลังจากนี้ต้องรอดูความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับร้านดองกิในแต่ละประเทศของเอเชีย รวมถึงไทย ว่าจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ดองกิ” รับติดหล่มตลาดเอเชีย แม่ทัพใหญ่ขอ 1 ปีพลิกธุรกิจ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...