JWD ถึงเวลาเก็บเกี่ยวการลงทุน

Wealthy Thai อัพเดต 28 ต.ค. 2562 เวลา 09.48 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2562 เวลา 09.48 น. • wealthythai
JWD ถึงเวลาเก็บเกี่ยวการลงทุน

เริ่มเข้าสู่สัปดาห์ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2562 แล้ว บริษัทไหนจะรอดหรือร่วงดูที่งบ 9 เดือนก็น่าจะพอเห็นเค้าลางบ้าง โดยวันนี้ Wealthy Thai ขอยกหุ้นในกลุ่มโลจิสติกส์อย่าง JWD หรือ บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) ที่ปีนี้มีการเติบโตโดดเด่นสวนสภาวะตลาด และแนวโน้มครึ่งปีหลังยังคงสดใสต่อเนื่อง

             

ตั้งแต่ต้นปี JWD ทำผลงานไตรมาส 1 ได้อย่างสวยงาม โดยมีกำไรสุทธิ 89.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 113.9 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยการเติบโตมาจากธุรกิจหลักที่มีผลการดำเนินงานดี และกลุ่มธุรกิจที่บริษัทได้เข้าลงทุนในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ กลุ่มธุรกิจบริการรับฝากและบริหารสินค้า ธุรกิจห้องเย็น ธุรกิจรับฝากและบริหารยานยนต์ กลุ่มธุรกิจบริการขนส่งสินค้า และกลุ่มธุรกิจอาหารในไต้หวันเริ่มผลิดอกออกผล สร้างรายได้และกำไรเป็นที่น่าพอใจ

             

ถัดมาในไตรมาส 2 บริษัทยังเติบโตได้ในระดับสูง แม้จะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของธุรกิจโลจิสติกส์ก็ตาม โดยมีกำไรสุทธิ 79.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีกำไรสุทธิ 48.7 ล้านบาท โดยปัจจัยมาจากการเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไร 14.5 ล้านบาท หลังเข้าลงทุนถือหุ้น 23.94% ในบริษัท TRANSIMEX CORPORATION ซึ่งเป็นผู้ประกอบการโลจิสติกส์ชั้นนำในประเทศเวียดนามที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์

 

ทำให้ภาพรวมผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2562 (ม.ค. – มิ.ย.) JWD มีกำไรสุทธิ 169 ล้านบาท เติบโต 86.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 28% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 1,766.2 ล้านบาท เติบโต 22.2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,445.7 ล้านบาท

             

จะเห็นได้ว่าสิ่งที่ทำให้ JWD มีการเติบโตที่ดีในปีนี้ ส่วนใหญ่มาจากส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจต่างๆ ที่เข้าลงทุนไว้ ทำให้ผลงานยังสามารถขยายตัวได้แม้จะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวหรือโลว์ซีซั่นของธุรกิจแล้วไตรมาส 3 ล่ะ…ยังเติบโตต่อไหม?

             

เมื่อเห็นการเติบโตต่อเนื่อง 2 ไตรมาส ย่อมถูกคาดหวังว่าไตรมาสต่อๆ ไป บริษัทจะยังรักษาการเติบโตได้ดีเช่นกัน โดย บล.ทิสโก้ เชื่อว่าผลประกอบการไตรมาส 3/2562 และ 9 เดือนแรกของปี JWD จะเติบโต 2 หลัก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

 

โดยคาดว่างบไตรมาส 3/2562 จะเพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 8% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนรายได้รวมคาดอยู่ที่ 882 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 6% จากไตรมาสก่อนหน้า จากธุรกิจที่เก็บสินค้าอันตรายและธุรกิจห้องเย็นที่เติบโต 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสินค้าทั่วไปเพิ่มขึ้น 40% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตรงกันข้ามกับรายได้การขนส่งและอาหารลดลง ด้านส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนและ JV เพิ่มขึ้น 1 เท่า จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 30% จากไตรมาสก่อนหน้า จาก PPSEZ ที่กัมพูชา, Transimex ที่เวียดนาม และ CJ Logistics โดยอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 28.4% เทียบกับ 26.1% ในไตรมาส 3/2561 และ 28% ในไตรมาส 2/2561 ทำให้ผลประกอบการรายไตรมาสจะเพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 8% จากไตรมาสก่อนหน้า เป็น 86 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ 3 ธุรกิจหลักของ JWD จะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคต ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนและ JV จะทำให้ผลประกอบการเพิ่มขึ้น แต่เราปรับลดรายได้ปี 2562-2564 ลง รวมถึงผลประกอบการจากสมมติฐานธุรกิจลานเก็บสินค้าและอาหารที่ชะลอตัวลงในปี 2562 รวมถึงธุรกิจรถยนต์ในปี 2563-2564 โดยให้มูลค่าที่เหมาะสม 12.50 บาท ลดลงจากเดิมที่ 13.70 บาท

 

อย่างไรก็ตามการปรับประมาณการรายได้ปี 2562-64 ลง 4-9% นั้น เพื่อสะท้อนมุมมองในเชิงรับต่อธุรกิจมากขึ้นสำหรับลานเก็บสินค้าและอาหารในปี 2562 ประมาณการรายได้จากกลุ่มยานยนต์ที่ลดลงในปีดังกล่าว นอกจากนี้เราปรับอัตรากำไรขั้นต้นลงเป็น 27.8% จากเดิมที่ 28.7% จากธุรกิจลานเก็บสินค้าและอาหารในปี 2562 แต่ยังคงปี 2563-64 ทำให้เราปรับประมาณการลง 8-19%

 

รับอานิสงส์“ท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3”

           

 

ขณะเดียวกัน บล.เอเชียพลัส มองว่า JWD น่าลงทุนและได้ประโยชน์จากโครงการท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 เนื่องจากการเดินหน้าโครงการดังกล่าวจะสนับสนุนให้มีห่วงโซ่อุปทานด้านปิโตรเคมีและสินค้าเคมีภัณฑ์จากต่างประเทศมาจัดเก็บในคลังสินค้าของ JWD เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาพธุรกิจของ JWD สดใสอย่างมาก

             

 

โดยคาดว่ากำไรปี 2562 จะเติบโตสูงถึง 37% จากปีก่อนและเติบโตต่อเนื่องไปอีก 3 ปีข้างหน้า คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี CAGR 13% (ทั้งนี้ยังไม่รวมถึง Synergy ที่จะเกิดขึ้นจากการร่วมมือกับ Strategic Partner ในต่างประทศ) ราคาหุ้นปรับฐานลงมามากเกินไป จน Upside เปิดกว้าง 40% จึงเป็นจังหวะเข้าสะสมซื้อ  โดยให้ราคาเป้าหมาย 12.30 บาท

 

 

มองข้ามช็อตไปปี *2563 *

 

 

บล.คันทรี่ กรุ๊ป ให้ความเห็นว่า แผนการดำเนินงานของ JWD ในปี 2563 จะเน้นสร้างความแข็งแกร่งของเครือข่ายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนเป็นหลัก หลังจากเข้าซื้อหุ้น PPSP ซึ่งทำนิคมอุตสาหกรรมในประเทศกัมพูชา (ถือ 14.6%) และ Transimex ในเวียดนาม (ถือ 23.9%) โดยบริษัทยังมองหาโอกาสลงทุนเพิ่มในทั้งสองประเทศ ซึ่งมีศักยภาพการเติบโตของอุตสาหกรรมขนส่งที่สูง และมีมูลค่าตลาดของกิจการที่ต่ำเมื่อเทียบกับไทย

 

 

ด้านโครงการคลังสินค้าห้องเย็น อาคารที่ 8 ในตำบลมหาชัย งบลงทุน 500 ล้านบาท เริ่มทำกำไรแล้วหลังจากเปิดใช้ในช่วงไตรมาส 3/2561 โดยมีอัตราการใช้เฉลี่ยกว่า 60-70% ดีขึ้นจากสิ้นไตรมาส 2/2562 ที่ประมาณ 40% โดยการบริหารจัดการด้วยระบบอัตโนมัติของคลังนี้ ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายแรงงาน 50% และค่าไฟ 30% เทียบกับคลังห้องเย็นปกติ

 

 

ส่วนอุตสาหกรรมห้องเย็นอยู่ในภาวะเริ่มฟื้นตัว จากช่วงขาลงที่มีมาตรการของสหภาพยุโรปในการระงับนำเข้าสินค้าประมงจากไทย สะท้อนจากอัตรากำไรขั้นต้น และอัตราการเข้าเช่าที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง (เฉลี่ยอยู่ที่ 40% และ 84% ตามลำดับในครึ่งปีแรก) โดยมีแนวโน้มจะปรับตัวขึ้นอีกในช่วงครึ่งปีหลังจากอานิสงค์จากปัจจัยฤดูกาลและราคาปลาทูน่าที่ลดต่ำลง สู่ระดับ US$1100/ตัน ใกล้จุดต่ำสุดในช่วงไตรมาส 1/2559 ทำให้ผู้ประกอบการเลือกจะเก็บตุนวัตถุดิบ

 

 

นอกจากนี้ราคาหุ้น JWD ปรับตัวลงกว่า 16% จากสูงสุดในช่วงปลายเดือนกรกฏาคม มาซื้อขายอยู่บนบริเวณ 27x Trailing PE ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมขนส่งในประเทศที่ 38x ถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมขนส่งในประเทศเกิดใหม่ต่างๆ เช่น เวียดนาม และ กัมพูชา ที่บริษัทจะรับรู้ผลตอบแทนจากส่วนแบ่งกำไร รวมถึงแผนการขยายพื้นที่คลังสินค้าที่ชัดเจน ทั้งนี้มีนักวิเคราะห์ 5 รายให้คำแนะนำ “ซื้อ” ที่มูลค่าพื้นฐาน 11.57 บาท

 

             

ดูเหมือนปี 2562 จะเป็นปีทองสำหรับ JWD ด้วยธุรกิจหลักที่ยังเติบโตดี ในขณะที่ธุรกิจที่เข้าลงทุนก็เริ่มสร้างกำไรเข้ามาสนับสนุนอีกทางหนึ่ง ทำให้บริษัทสามารถยืนหยัดได้แม้เผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตามราคาหุ้นของ JWD ปรับลงมาเทรดในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม อาจเป็นจังหวะเหมาะสำหรับนักลงทุนที่สนใจ ทั้งนี้บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาชี้นำการซื้อขาย หวังเพียงข้อมูลที่นำเสนอจะเป็นประโยชน์ต่อการลงทุนเท่านั้น

 

ดูข่าวต้นฉบับ