โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

STC เชื่้อรายได้ปี 64 โต 10% รับ Backlog กว่า 670 ลบ.-ลุยประมูลงานเต็มสูบ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 18 ก.พ. 2564 เวลา 07.30 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายเอกชัย ชัยตระกูลทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสทีซี คอนกรีตโปรดัคท์ จำกัด (มหาชน) หรือ STC เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 64 เติบโต 10% จากปีก่อน 420 ล้านบาท เนื่องด้วยปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) ราว 670 ล้านบาท แบ่งเป็น งานที่มีในมือ (On Hand) 225 ล้านบาท และอยู่ระหว่างรอใบสั่งซื้อ 445 ล้านบาท โดยบริษัทคาดว่าปีนี้จะทยอยรับรู้รายได้จาก Backlog ดังกล่าวราว 200-300 ล้านบาท ที่เหลือจะทยอยรับรู้ฯในปีถัดไป พร้อมทั้งมองโอกาสเข้าประมูลงานใหม่ หรือรับงานในโครงการต่างๆ โดยเฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทั้งงานของภาครัฐและเอกชน รวมถึงขยายฐานลูกค้าออกไปยังภาคอื่นๆ ด้วย

ขณะเดียวกัน บริษัทก็ยังมองหา Niche Market และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น โดยขณะนี้ทางทีมวิศวกรรมได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในงาน landscape ซึ่งถือว่ามีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างสูง

ประกอบกับ STC ได้มีการร่วมทุนลงทุน (JV) กับบริษัท พรีเมียร์ พรีคาสต์ แอนด์ ดีไซน์ จัดตั้งบริษัทร่วมทุน คือ บริษัท เอสทีซี พรีเมียร์ พรีคาสท์ จำกัด เพื่อทำธุรกิจออกแบบ ผลิต ติดตั้ง และจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูปในระบบพรีคาสต์ (Precast) ซึ่ง STC ถือหุ้นในสัดส่วน 55% และบริษัท พรีเมียร์ พรีคาสต์ แอนด์ ดีไซน์ ถือหุ้น 45% คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้เข้ามาให้กับ STC ในปีนี้กว่า 200 ล้านบาท (ยังไม่รวมกับเป้ารายได้ปีนี้)

ทั้งนี้ บริษัทวางงบลงทุนปีนี้ไว้ที่ 10 ล้านบาท เพื่อใช้ในการก่อสร้างโรงงานและปรับปรุงพื้นที่ รวมถึงการดำเนินธุรกิจของบริษัทร่วมทุน บริษัท เอสทีซี พรีเมียร์ พรีคาสท์ จำกัด คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการได้ภายในไตรมาส 2/64 และรับรู้รายได้เข้ามาทันที

โดยบริษัทได้มีการวางแผนการดำเนินงานใหม่ภายหลังสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบกับการหดตัวของตลาด โดยจะมุ่งเน้นลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ในองค์กร เพื่อรองรับกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงมุ่งเน้นในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

"ปีนี้เรายังคงเน้นการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่สามารถทำอัตรากำไรได้สูงขึ้น และนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาในตลาด เพื่อให้สอดคล้องไปกับความผันผวน (VUCA) รวมถึงรักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมกับมองหากลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ขยายตลาดใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภายในองค์กรเองก็จะมุ่งเน้นการลดต้นทุนค่าใช้ต่างๆ และคำนึงถึงในเรื่องของสังคมและสภาพแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น"  นายเอกชัย กล่าว

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...