How to เรียนออนไลน์ยังไงให้จบคอร์ส…ซักทีน๊า

Mango Zero เผยแพร่ 17 ก.ย 2562 เวลา 09.30 น. • Mango Zero
How to เรียนออนไลน์ยังไงให้จบคอร์ส…ซักทีน๊า

ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปที่เราจะคลิกสมัครคอร์สเรียนออนไลน์ดีๆซักคอร์สเพื่อพัฒนาทักษะให้ตัวเอง ทั้งคอร์สฟรี คอร์สเสียเงินรายเดือน รายปี หรือดูได้ตลอดชีวิตนั้นก็มีให้เลือกเพียบบบ แต่ใครจะรู้ (…คุณเองก็อาจจะรู้)

ว่าสิ่งที่ยากจริงๆของการเรียนออนไลน์นั้น คือ การตั้งใจเรียนจนจบคอร์สนี่แหละ ด้วยความดูที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ เรายิ่งต้องใช้พลังบังคับใจตัวเองมากขึ้น ไม่ให้ล้มเลิกไปซะก่อน วันนี้ Mango Zero เลยขอแนะนำเคล็ดลับเรียนออนไลน์ยังไงให้จบคอร์สกันดีกว่า

#1 ตั้งเป้าหมายในการเรียนลองทำแผนการเรียนขึ้นมา

การเรียนครั้งนี้จะมีความหมายยิ่งขึ้น ก่อนอื่นลองตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่าเราเรียนรู้สิ่งนี้ไปเพื่ออะไร? สมัครมาทำไม? เรามีเป้าหมายยังไงกับการเรียนครั้งนี้? มีอะไรที่เราอยากรู้เกี่ยวกับวิชานี้ จะเอาไปใช้ประโยชน์อะไรเพื่อตัวเองบ้าง? บางคนอาจจะเรียนเพื่อเสริมความรู้ในด้านนั้นให้เชี่ยวชาญขึ้น บางคนเรียนเพื่อเก็บความรู้ เก็บใบอบรม Certificate ไว้ใช้เป็น Portfolio ลองตอบตัวเองว่าจริงๆเราเรียนเพื่ออะไร

จากนั้นลองทำแผนการเรียนสำหรับเป้าหมายนี้ขึ้นมา สิ่งที่สำคัญคือ ลองตั้งวันที่ไว้เลยว่าเราจะต้องเรียนจบคอร์สนี้ภายในเมื่อไหร่ ลองเขียนวันที่ไว้ใน Post It หรือลงไว้ในปฏิทินนับถอยหลังว่าเราต้องใช้เวลาเท่าไหร่ แล้วทำตามนั้นจริงๆ เพราะถ้าไม่ลองกำหนดให้เรียนจบเลย เราก็อาจจะเผลอยืดเวลาออกไปเองเรื่อยๆจนสุดท้ายก็อาจจะยังเรียนไม่จบซักทีได้

#2 ทำทุกอย่างให้เหมือนเรียนในห้องเรียนจริงๆ

ที่ Northeastern University มหาวิทยาลัยชื่อดัง ในรัฐ Massachusetts สหรัฐอเมริกา เป็นอีกมหาวิทยาลัยที่มีการเปิดสอนคอร์สออนไลน์ ได้แนะนำเทคนิคการเรียนออนไลน์ไว้ว่า “You have to treat an online course like a “real” course.” นั่นคือ เราควรจะมีวิธีเรียนคอร์สออนไลน์ให้เหมือนกับเรียนพิเศษในห้องเรียนจริงๆ

เพราะการเรียนออนไลน์นั้น เรียนเมื่อไหร่ก็ได้ เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา โอกาสที่เราจะล้มเลิกกลางคันมีสูงมาก ยิ่งถ้าช่วงไหนทำงานเหนื่อยๆกลับมาก็อยากพักผ่อนแล้ว เสาร์อาทิตย์เดี๋ยวมีนัดกับเพื่อน ง่ายมากที่จะเท พร้อมพูดกับตัวเองในใจว่า “เดี๋ยวดูต่อพรุ่งนี้แล้วกัน” ได้เสมอ (ซึ่งพรุ่งนี้บางทีก็ไม่เคยมาถึง)

เราจึงต้องสร้างความรู้สึกให้ตัวเอง คิดว่านี่คือการเรียนเหมือนในห้องเรียนจริงๆไปเลย ลองจัดตารางเรียนให้เป็นเวลา ใส่มันลงไปในแพลนชีวิตประจำวันจริงๆ จะเรียนคอร์สนี้ทุกวันไหน ช่วงเวลากี่โมง แล้วทำตามเวลานั้นเหมือนกับว่าต้องไปเข้าคลาสที่ต้องเช็คชื่อจริงๆ เช่น จะเรียนทุกบ่ายวันเสาร์ เวลา 13.00-14.00 น. หรือ จะเรียนทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 19.00-20.00 น. นะ ก็จะช่วยให้เราเรียนได้ตามแผนมากขึ้น 

#3 สร้างบรรยากาศการเรียนให้น่าเรียน

เมื่อไหร่ที่เรามีสมาธิ สมองจะโฟกัสกับการเรียนได้ดีขึ้น ฉะนั้นลองหาสถานที่สำหรับเรียนออนไลน์โดยเฉพาะ ให้ลองสังเกตตัวเองดูว่ามีสมาธิมากๆเวลาอยู่ที่ไหน ลองนึกถึงสมัยอ่านหนังสือสอบก็ได้ บางคนชอบอ่านหนังสือคนเดียวเงียบๆในห้อง บางคนชอบอ่านหนังสือในร้านกาแฟ ถึงจะเสียงดังหน่อย แต่ถ้าได้กลิ่นกาแฟ เคล้าเสียงเพลงเบาๆล่ะก็เลิฟมาก ก็ลองไปนั่งเรียนที่ร้านกาแฟได้ ซึ่งแต่ละคนอาจจะมีเทคนิคที่ไม่เหมือนกัน ลองหาวิธีที่เหมาะกับตัวเองดู

รวมถึงกำจัดสิ่งรบกวนรอบตัว นึกเสมองว่าตอนนี้กำลังเรียนก็คือเรียน ไม่แนะนำให้ทำอย่างอื่นไปพร้อมกันด้วย เพราะอาจจะลดประสิทธิภาพในการทำความเข้าใจเนื้อหาของเราได้ เช่น เปิดคลิปเรียนไป ดูทีวีไปด้วย ทำงานบ้านไปด้วย ออกกำลังกายไปด้วย อาจจะฟังได้ก็จริง แต่ก็จะไม่ได้รู้สึกโฟกัสเต็มที่กับเนื้อหาจริงๆ

#4 ชวนเพื่อนมาเรียนด้วยกัน

ลองหาเพื่อนที่สนใจเรื่องเดียวกัน มาลงคอร์สเรียนด้วยกันเลย เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้กันเอง หรือบางเว็บไซต์ที่สามารถเรียนพร้อมกันได้หลายๆเครื่อง เราอาจจะชวนเพื่อนมาแชร์ค่าเรียนด้วยกันก็ได้ เป็นการประหยัดไปอีกทางด้วย หลังจากเรียนเสร็จแล้วก็มีคนมาแลกเปลี่ยนความรู้กันได้ หรือถ้าหากไม่มีเพื่อนสนใจเหมือนกันจริงๆ เดี๋ยวนี้แต่ละคอร์สก็มักจะมีกรุ๊ปแชทหรือกรุ๊ปเฟสบุ๊คให้คุณเข้าร่วม ลองเข้ากรุ๊ปไปดูไว้เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กัน สอบถามอาจารย์เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องที่ยังไม่เข้าใจด้วย เผลอๆอาจจะได้สร้างคอนเนคชั่นในการทำงานไปในตัวด้วยนะ

#5 ให้รางวัลตัวเอง

เพื่อให้การเรียนในครั้งนี้ไม่เครียดจนเกินไป หรือช่วยสร้างแรงจูงใจให้เรารีบทำให้สำเร็จได้ดั่งใจด้วย เมื่อทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้แล้ว หรือเรียนจบถึงบทไหนตามที่ตั้งใจไว้ สอบผ่านถึงขั้นไหนแล้ว ก็อย่าลืมที่จะให้รางวัลตัวเองเมื่อทำสำเร็จบ้างนะ อย่างน้อยเป็นกำลังใจเล็กๆให้ตัวเองมีแรงพัฒนาตัวเองต่อไป

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : elearningindustry, good colleges, northeastern university 

 

ดูข่าวต้นฉบับ