Hai Di Lao ชาบูหมาล่าที่บริการดีด้วยหัวใจ และไม่มีเซอร์วิสชาร์จ

The Momentum อัพเดต 15 ต.ค. 2562 เวลา 09.01 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2562 เวลา 09.01 น. • Eattaku

In focus

  • Hai Di Lao แบรนด์ชาบูหมาล่าสัญชาติจีนที่มีต้นกำเนิดในเมืองเจี้ยนหยาง (Jianyang) มณฑลเสฉวน (Sichuan) เชี่ยวชาญเรื่องชาบูหมาล่า (Malatang) ก่อนจะขยายไปกว่า 400 สาขาทั่วโลก และเข้าสู่ตลาดหุ้นในฮ่องกงเมื่อปีที่แล้ว
  • จุดเด่นของ Hai Di Lao ไม่ได้อยู่ที่ความเผ็ดแบบหูดับ หรือรสชาติอาหารที่อร่อยกว่าแบรนด์อื่น แต่อยู่ที่การบริการประหนึ่งคุณคือพระเจ้า ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเพราะบริกรให้บริการด้วยหัวใจจริงๆ ไม่เชื่อต้องไปลองกินเอง ที่สำคัญไม่มีเซอร์วิสชาร์จทั้งที่บริการขนาดนี้
  • ก่อนหน้านี้แบ่งรอบการจอง ทำให้บางคนต้องรอคิวนานถึง 5 ชั่วโมง ล่าสุดสามารถต่อคิวได้ตลอดทั้งวัน หรือโทรเข้าไปจองแล้วไปตามเวลาที่นัดหมายเอาไว้ โทรติดยากสักหน่อยแต่เหนื่อยน้อยกว่าไปยืนรอคิวแน่นอน 

สารภาพตามตรงว่าเรารู้จักกับแบรนด์นี้ผ่านยูทูปเบอร์ที่พาไปต่อคิวอันมหาศาลในต่างแดนเพียงเพื่อกินชาบูหมาล่าแบรนด์ ‘Hai Di Lao’ จำได้ว่าใช้เวลารอประมาณ 3-4 ชั่วโมง และเริ่มต่อคิวตอนดึกมาก ถ้าจำไม่ผิดร้านเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งยูทูปเบอร์กลุ่มนี้ได้กินน่าจะเกือบๆ ตี 1 แต่อะไรที่ทำให้พวกเขาอดทนรอได้ขนาดนั้น เรามีคำตอบ

อย่างที่ทราบว่า Hai Di Lao เปิดให้บริการที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ชั้น 7 เมื่อปลายเดือนกันยายน และในวันแรกที่เปิด จำกัดเพียง 100 คิว ตามด้วยการแบ่งคิวเป็นวันละ 4 รอบ รอบละ 30 คิว ถ้าไม่ทันก็ไม่ต้องรอ กลับได้เลย ส่วนคนที่ได้คิวก็ต้องรอโต๊ะ สำหรับรอบแรกที่ศูนย์การค้าเปิดจะไม่มีคิวสะสม แต่รอบอื่นๆ อาจจะต้องรอคิวก่อนหน้ากินเสร็จ ทางร้านจึงเตรียมบริการไว้ให้รอแก้เบื่อ ซึ่งเป็นมาตรฐานของแบรนด์ที่มีทุกสาขาทั่วโลก ทั้งการทำเล็บเจล ไอศกรีม น้ำดื่ม ขนม เก้าอี้นวด ขัดรองเท้า หรือไพ่อูโน่ ระหว่างรอคิว แต่ล่าสุดทางแบรนด์ได้เปิดสายโทรศัพท์ให้จองได้แล้ว และมันง่ายขึ้นไปอีก 

เราใช้ความพยายามโทรเข้าร้านประมาณ 63 สาย ซึ่งถือว่าไม่มากมาย เมื่อโทรติดสามารถเชครอบว่างที่เร็วที่สุดได้เลย รอบที่เราจองได้แบบด่วนๆ คือรอบเช้า 11.00 น. ประมาณ 3 วันล่วงหน้า ซึ่งเชื่อว่าตอนนี้อาจจะโทรติดยากขึ้น และอาจจะได้คิวช้าหน่อย แต่ก็ยังมีโอกาสได้กินเพราะตอนนี้สามารถวอล์คอินไปเข้าคิวรอได้เลย อย่างต่ำๆ น่าจะใช้เวลาสักประมาณ 1-2 ชั่วโมง แต่คิดในแง่ดี คุณจะได้สัมผัสกับบริการทุกอย่างที่ทางร้านเตรียมไว้ ต่างจากเราที่มาถึงตอน 11.00 น. แล้วเดินเข้าไปกินเลย คงต้องเลือกเอาประสบการณ์กับความเร็ว 

หลังจากฝ่าฟันคิวเข้ามาได้ เราจะได้พบกับบริการที่ดีสมกับวลีว่า “ลูกค้าคือพระเจ้า” ที่แท้จริง เริ่มตั้งแต่ความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ อย่าง ยางรัดผมสำหรับสาวผมยาว ซองพลาสติกสำหรับใส่มือถือเพื่อกันซุปกระเด็นใส่ แท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือ เพียงแค่วางก็ชาร์จได้เลย ได้เฉพาะไอโฟน รวมถึงกระดาษเช็ดแว่นเผื่อน้ำซุปและไอร้อนจะกวนการกินของคนใส่แว่น ไม่เพียงเท่านั้น แค่คุณจะสั่งน้ำดื่มก็ดูจะเป็นสิ่งที่ “น้องแพรว” ชื่อบริกรโต๊ะของเรา เธอนำเสนอหลายทางเลือกที่ทำให้บางครั้งเราก็เกรงใจ เธอเสนอทั้งน้ำเปล่า ซึ่งบริการฟรี และน้ำฟักเขียวที่เธอให้ลองชิมก่อน ถ้าไม่ชอบเราจะได้ไม่ต้องสั่ง เพราะเสียเงินแม้ว่าจะรีฟิลได้ก็ตาม 

แท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือ

หลังจากนั้นน้องแพรวยังแนะนำถึงซุปต่างๆ ที่เราต้องสั่งในขั้นเริ่มแรก เราสามารถเลือกซุปแบบ 1 อย่าง 2 อย่าง และ 4 อย่างได้ ซึ่งมีค่าบริการน้ำซุปที่บวกไปตามต้องการ ส่วนใหญ่จะสั่ง 4 ซุป ตกที่ประมาณ 300 บาท น้ำซุปหมาล่าแบบมีกากพริก น้ำซุปหมาล่าแบบไร้กากพริก น้ำซุปสามสหาย น้ำซุปเห็ด น้ำซุปมะเขือเทศ น้ำซุปต้มยำกุ้ง แต่ที่น่าแปลกคือ ซุปน้ำเปล่าที่ใส่เก๋ากี้และพุทราจีน ซึ่งเป็นน้ำซุปเพียงอย่างเดียวที่ไม่คิดค่าบริการ ด้วยความสงสัย เราจึงถามน้องแพรวและเธอตอบตรง “น้ำเปล่าเลยค่ะ” เออก็ได้แหละ เราไม่ได้คะยั้นคะยอถามต่อ แต่ก็ยังสงสัยว่าเออมีทำไมอยู่ดี (หัวเราะ)

แน่นอนว่าเราต้องสั่ง น้ำซุปหมาล่า ไม่แบบใดก็แบบหนึ่ง แต่แบบมีกากพริก เราเชื่อว่าอาจจะกินไม่ไหว เพราะเคยกินแบรนด์อื่นในฮ่องกง แค่น้ำซุปหยดบนโต๊ะก็เกาะตัวเป็นแผ่นเลยแหละ หลังจากได้ชิมเราว่าเผ็ดแต่ไม่มาก แต่ซุปทุกชนิดคือมีเนื้อมีหนังมาแล้ว อย่างต้มยำกุ้งก็มีกุ้งหลายตัวมาเลย สั่งมากินเล่นๆ ไม่เอาเนื้อไปลวกยังได้ ซุปเห็ดก็เข้มข้น ส่วนซุปมะเขือเทศมีรสอุมามิสูง และเราว่าดีที่สุดรองจากซุปหมาล่า

นอกจากนี้การสั่งน้ำจิ้มก็เป็นเรื่องใหญ่โตของที่นี่ แน่นอนว่ามีราคาค่างวดเช่นกัน 1 อิ่ม 45 บาท แต่รวมเอาเครื่องเคียงอื่นๆ ด้วย เราสามารถผสมซอสได้เอง Sesame Oil Sauce (น้ำมันงา กระเทียมสับ ผงกรูเมต์ เกลือ และซอสหอยนางรม) Sesame Sauce (ซอสงา น้ำมันงา และงาคั่ว) Seafood Sauce (ซีอิ้ว ผักชี ต้นหอม และพริก) แต่ที่เราชอบที่สุด Haidilao Sauce (หมูสับ กระเทียมสับ ถั่วบด ผักชี และต้นหอม) ซอสนี้ต้องเติมซุปหมาล่าให้ขลุกขลิก แต่ความอร่อยคือหมูสับ ความดีงามของน้องแพรวยังอยู่ที่เธอคงเห็นเราทำน้ำจิ้มกันมาแบบงงๆ เธอเลยจัดแจงทำน้ำจิ้มเพิ่มมาให้ และเอ่ยปากให้เราเรียกใช้เธอทำน้ำจิ้มได้ เอาเป็นว่าไม่ต้องลุกเดินก็ได้แหละ

การแสดงงิ้วเปลี่ยนหน้ากาก

โชว์การนวดเส้น

หลังจากนั้นก็สั่งเนื้อหมู และเนื้อวัว มีทั้งเนื้อทั่วไป และเนื้อพรีเมียม แต่ก็เป็นออสเตรเลียนไม่ถึงกับโกเบหรือมัตสึซากะขนาดนั้น เครื่องในหมูก็มีเยอะ แต่น่าเสียดายที่สมองหมูไม่มีให้กินแล้ว อาหารทะเล ผัก เห็ด โดยเฉพาะเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ต้องสั่ง เพราะเราจะได้ดูโชว์การนวดเส้นและทำเส้นตามขนาดที่ต้องการ นอกจากเส้นแล้วที่นี่ยังมีรอบการแสดงงิ้วเปลี่ยนหน้ากากด้วย เรียกว่า บริการดี ฟรีการแสดง ที่สำคัญเมื่อเราเรียกเก็บเงิน ทางร้านไม่คิดค่าเซอร์วิสชาร์จ โอ้โหบริการเยอะกว่าร้านที่คิดเซอร์วิสชาร์จอีก (ระหว่างนั้นน้องแพรวก็คอยช่วยเหลือเด็ดผักใส่ในหม้อ ถามไถ่ทุกอย่าง) 

วีรกรรมของน้องแพรวไม่ได้จบลงเท่านี้ เธอจัดแจงแพ็คถั่วแระใส่กล่องให้เรากลับบ้าน พร้อมบอกว่าเห็นคุณพี่ชอบกิน เราเลยอยากให้เอากลับไปกินที่บ้านจะได้นึกถึงเรา ไม่สงสัยเลยว่าทำไม Hai Di Lao ถึงโด่งดังและเป็นที่รักของผู้คนถึงขนาดนี้ 

Fact Box

  • Hai Di Lao ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 7 เปิดบริการ 10.00 - 03.00 น. โทร.02-255-0310, 02-255-0311 www.facebook.com/haidilaothailand

 

ดูข่าวต้นฉบับ