โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ความโสด’ ที่ไม่ธรรมดา และไม่ได้มาเล่นๆ (ตอน 1) - newness

LINE TODAY SHOWCASE

เผยแพร่ 22 มี.ค. 2565 เวลา 14.37 น. • newness

"ทำไมยังโสด" คำถามนี้เราอาจจะเคยถามตัวเอง

ถามเพื่อน ถามคนรอบตัว แต่ที่หนักหนาที่สุด คือเมื่อเราถูกถามซะเอง

อาจจะดูเป็นคำถามที่ เหมือนจะตอบง่าย แต่ทำไมต้องคิดนาน

บางทีอาจมีอาการเจ็บแปล๊บทางช่องอกค่อนมาทางซ้าย (หรือทางขวาสำหรับบางคน) ร่วมด้วย

ความโสดไม่ใช่เรื่องพื้นๆ อีกต่อไป ไม่ใช่ปัญหาแค่เฉพาะตัวเรา (เมื่อถูกถาม)

หรือของแม่เรา ญาติเรา (เมื่อกี่ปีๆ ผ่านไป เราก็ฉายเดี่ยวทุกเทศกาล)

ความโสดของผู้คน กำลังจะกลายเป็นปัญหาสำคัญระดับโลกในอีกไม่กี่ปีนับจากนี้

และขณะนี้เป็นปัญหาสำคัญในหลายๆ ประเทศ รวมถึงประเทศเราด้วย

เพราะเมื่อโสด อัตราการเกิดต่ำ ประชากรวัยทำงานถดถอย วัยชรามาแทนที่

ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคม ขยายวงออกไป และเราจะหยุดประเด็นนี้ไว้แต่เพียงเท่านี้

  มาวิเคราะห์ความโสดกันต่อดีกว่า

เรื่องความโสด ก็เหมือนเรื่องลึกลับอีกหลายๆ เรื่อง เหมือนคดีที่ยังปิดไม่ลง

เหมือนขอบเขตของจักรวาลที่จินตนาการไม่ถึง

งานวิจัยด้าน ความโสด ก็ยังมีอยู่น้อย ส่วนใหญ่มักเป็นงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์

การพัฒนาความสัมพันธ์ หรือคนที่มีคู่กันอยู่แล้วนั่นเอง

เพื่อที่จะให้เราได้พอมีเส้นทางเดินไปสู่ความสว่างท่ามกลางความมืดมน

มีงานวิจัยที่ได้เชื่อมโยงความโสด และ รูปแบบความผูกพัน (attachment style) ไว้

และได้นำเสนอแนวคิด 3 หนทางไปสู่ความโสดจากการวิจัยนี้

ก่อนไปค้นหาที่มาของความโสด มารู้จักคำ "รูปแบบความผูกพัน" กันก่อน

รูปแบบความผูกพันเป็นระบบประสาทที่มีมาตั้งแต่กำเนิด ซึ่งจะขับเคลื่อนความต้องการ

ที่จะแสดงความเป็นเจ้าของและความแนบชิดสนิทสนม โดยถือเป็นเรื่องธรรมดาที่จะพบได้ในมนุษย์ทั่วไป และในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมส่วนใหญ่

รูปแบบความผูกพัน มี 4 รูปแบบ

• รูปแบบมั่นคง (Secure Attachment Style) : มีความฉลาดทางอารมณ์ แสดงออกถึงความใกล้ชิด

สนิทสนมได้ หากต้องการรักษาระยะห่างก็สามารถทำได้อย่างดี อยู่คนเดียวก็เป็นสุข อยู่กับคนอื่นก็สนุกดี

มองความสัมพันธ์กับผู้คนรอบตัวในแง่ดี แก้ไขปัญหาในความสัมพันธ์ได้อย่างสันติ และเมื่อต้องจบ

ความสัมพันธ์ลง ก็สามารถยอมรับความเสียใจ เรียนรู้ และก้าวต่อไปได้

• รูปแบบวิตกกังวล-หมกมุ่น (Anxious-Preoccupied Attachment Style) :

ไม่แน่ใจและวิตกเมื่อมีความสัมพันธ์ ทั้งจากความเป็นจริงและที่จินตนาการขึ้น ซึ่งแสดงออกเป็นความหึงหวง

ความเป็นเจ้าของ บงการ มีอารมณ์แปรปรวน หรืออ่อนไหวมากเกินไป มองโลกในแง่ร้าย เรียกร้องการแสดงความรัก

เพื่อพิสูจน์คุณค่าในตัวเอง ชอบสร้างเรื่องเพื่อให้มีประเด็นในความสัมพันธ์ ไม่ชอบการอยู่คนเดียว

• รูปแบบหมางเมิน-หลีกเลี่ยง (Dismissive-Avoidant Attachment Style) : เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง

หลีกเลี่ยงความสนิทสนมใกล้ชิดเพราะจะทำให้อ่อนแอ ต้องการอิสรภาพทางกายและอารมณ์ ความรักเป็น

เรื่องท้ายๆ ของลำดับความสำคัญในชีวิต ชอบที่จะโสดแต่ถึงแม้จะมีความสัมพันธ์ที่จริงจังได้ ก็จะยังเอาตัวเอง

เป็นที่ตั้งอยู่ดี อาจจะดูมีคนล้อมรอบเยอะ แต่ที่สนิทกันจริงๆ มีไม่กี่คน บางคนอาจเป็นพวกไม่แสดงอารมณ์แง่ลบ

ออกมาโดยตรง และ/หรืออาจเป็นพวกหลงตัวเองด้วยก็ได้ (ตามไปอ่านบางส่วนของบุคลิกภาพแบบหลงตัวเองได้ที่

https://today.line.me/th/v2/article/wJrK5ga?liff.referrer=https%3A%2F%2Ftodayshowcase.line.me%2F)

• รูปแบบหวาดกลัว-หลีกเลี่ยง (Fearful-Avoidant Attachment Style) : กล้าๆ กลัวๆ ที่จะมีความสัมพันธ์

มักอยู่กับความเชื่อมั่นและพึ่งพาคนอื่น กลัวการอยู่ในความรักทั้งทางกายและอารมณ์ รวมถึงสถานการณ์

ที่จะนำไปสู่ความใกล้ชิดสนิทแนบ มองโลกแง่ร้าย มีคนสนิทในชีวิตจำกัดเพราะผลักไสผู้อื่นออกไป

 ตอนต่อไป เราจะมาดูกันว่า รูปแบบของความผูกพันเหล่านี้ มีผลต่อความรัก ความสัมพันธ์ได้อย่างไร

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...