โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Checklists “เซ็นสัญญากู้ยืมเงิน” ไม่เสียเปรียบ

ทันข่าว Today อัพเดต 08 ก.ย 2563 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 08 ก.ย 2563 เวลา 00.00 น. • ทันข่าว Channel

Highlight

รู้ไว้ ปลอดภัย ที่สุด เพราะเรื่องเงิน ไม่เข้าใครออกใคร

Checklists ต้องมีอยู่ในสัญญากู้ยืมเงิน

สัญญากู้ยืมเงินหรือหลักฐานการกู้ยืมจะอยู่ในรูปของหนังสือ จดหมาย หรือเอกสารใดๆ ที่เขียนขึ้นเอง หรือจะอยู่ในรูปของแบบฟอร์มทางการก็้ได้ แต่จำเป็นต้องมีองค์ประกอบในสัญญา ดังนี้

• วันที่ทำสัญญากู้เงิน
• ชื่อผู้กู้, ชื่อผู้ให้กู้
• จำนวนเงินที่กู้
• กำหนดการชำระคืน
• ดอกเบี้ยต่อเดือน/ต่อปี (ถ้ามี)
• ลายเซ็นต์ผู้กู้
• ลายเซ็นต์ผู้ให้กู้ (มีหรือไม่มีก็ได้)

นอกจากสัญญากู้ยืมในรูปแบบของหนังสือหรือเอกสารการกู้ยืมแล้ว หากมีการกู้ยืมเงินผ่านช่องทางออนไลน์ กฎหมายยังอนุญาตให้ใช้ข้อความจากแชท บัญชีผู้ใช้ของผู้กู้ และรายละเอียดการโอนเงิน (Slip) เป็นหลักฐานทางกฎหมายแทนหนังสือสัญญากู้ยืมได้ ถ้าหากใครกลัวเสียเปรียบจากสัญญากู้ยืมเงิน เราแนะนำให้ใช้สัญญาที่มาในแบบฟอร์มสำเร็จ

ข้อควรรู้

• อัตราดอกเบี้ยการกู้ยืม ห้ามเกิน 15% ต่อปี หากเจ้าหนี้เรียกดอกเบี้ยเกินกว่า 15% ต่อปี ให้ถือว่าดอกเบี้ยนั้นตกเป็นโมฆะ
• อายุความของคดีกู้ยืมเงิน หากมีการผิดสัญญากันเกิดขึ้น ต้องฟ้องร้องกันภายใน 10 ปี นับตั้งแต่กำหนดวันชำระเงินคืน แต่ถ้าสัญญากู้ยืมของคุณ เป็นสัญญาที่มีกำหนดการคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเป็นงวดๆ คดีที่ฟ้องร้องจะมีอายุความเพียง 5 ปีเท่านั้น

การทำสัญญากู้ยืมเงินนั้น ความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย อาจทำให้เกิดเป็นคดีความ ฟ้องร้องวุ่นวายได้

ดังนั้น ก่อนเซ็นต์สัญญาทุกครั้ง โดยเฉพาะกับสัญญาที่มีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้อง เราต้องอ่านทำความเข้าใจเนื้อหาในสัญญาทุกบรรทัดอย่างรอบคอบ เพราะเจ้าหนี้บางคนอาจพิมพ์ข้อความในสัญญาด้วยภาษากฎหมายที่เข้าใจยาก ซึ่งหากไม่วิเคราะห์ให้ถี่ถ้วนก็อาจทำให้เสียเปรียบ เสียรู้ แถมเจ็บใจ ไปอีกนาน

ดูข่าวต้นฉบับ