CENTEL ปรับกลยุทธ์กระตุ้นรายได้ ลุ้นปิดดีลซื้อกิจการภายใน 2 เดือน 

Wealthy Thai อัพเดต 19 พ.ย. 2562 เวลา 02.51 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2562 เวลา 02.51 น. • wealthythai
CENTEL ปรับกลยุทธ์กระตุ้นรายได้ ลุ้นปิดดีลซื้อกิจการภายใน 2 เดือน 

Hightlight

  • ลุ้นนักท่องเที่ยวฟื้นหนุนงบQ4
  • รับรายได้ทั้งปีลดลงจากปีก่อน
  • วางกลยุทธ์ธุรกิจอาหารเน้นเดลิเวอรี่
  • ไม่มีแผนซื้อหุ้นคืน แม้ราคาล่วง

 

ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้หลายๆบริษัทได้รายงานผลประกอบการงวดไตรมาส 3/2562 ออกมาไม่เป็นไปตามคาดหมาย หนึ่งในนั้นรวมถึงบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ที่รายงานผลประกอบการงวดไตรมาส 3/2562 ออกมามีกำไรสุทธิเพียง 214.99 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 441.74 ล้านบาท

 

นายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและบริหาร CENTEL ได้ให้เหตุผลว่า งวดไตรมาส 3 เรายังได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบโดยเฉพาะค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งตั้งแต่ต้นปีถึง 9 เดือนแข็งค่าขึ้นประมาณ 7% แม้ไตรมาส 3 มีนักท่องเที่ยวเติบโต แต่เกิดจากฐานที่ต่ำในปีก่อน ซึ่ง 9 เดือนนักท่องเที่ยวเติบโต 3.2% แม้นักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่ได้ ส่งผลบวกต่อธุรกิจโรงแรมมากนัก เพราะจากข้อมูลดีมานด์การเติบโตในไทย ยังแพ้ซัพพลายที่เพิ่มขึ้นนอกจากนี้งวดไตรมาส 3 เรายังมีปิดปรับปรุงโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์บางส่วน และปิดปรับปรุงโรงแรมที่สมุยตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา จึงส่งผลกระทบต่อรายได้ของสมุย ลดลง 115 ล้านบาท

 

Q4 เปิดโรงแรมใหม่

ขณะที่งวดไตรมาส 4/2562 ยังต้องจับตาดูนักท่องเที่ยวว่าจะฟื้นตัวหรือไม่ หลังจากไตรมาส 3 เห็นการฟื้นตัวแล้ว โดยบริษัทเตรียมเปิดโรงแรมโคซี่ พัทยา นาเกลือ บีช จำนวน 282 ห้อง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ส่วนธุรกิจอาหารยังมีการแข่งขันสูง รวมทั้งการเเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังเติบโตแบบชะลอตัว โดยมองว่า GDP ปี 2562 จะเติบโตประมาณ 2.8%

 

ปรับกลยุทธ์เน้นแพลตฟอร์มใหม่

               

ทั้งนี้ธุรกิจอาหาร เน้นแพลตฟอร์มใหม่ๆ เช่น เดลิเวอรี่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้บริษัทจะเน้นการขยายสาขาเพิ่มมากขึ้น พร้อมกับเน้นขยายสาขามากขึ้น โดย ณ สิ้นไตรมาส 3/2562 มีจำนวนสาขาอยู่ที่ 1,029 สาขา โดยทั้งปี 2562 คาดว่าจะมีจำนวนสาขาเติบโต 12%
               

 

สำหรับภาพรวมธุรกิจทั้งปี 2562 ประเมินว่ารายได้รวมจะลดลงในอัตราตัวเลขระดับเดียว (Single digit) จากปี 2561 เนื่องจากงวด 9 เดือนแรกมีรายได้ที่ลดลง โดยประเมินปี 2562 จะมีรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPar) ลดลงประมาณ 6-7% จากปีก่อนอยู่ที่ 3,786 บาทต่อห้อง ส่วนธุรกิจอหารคาดมีอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม 3-5% จากปีก่อนที่เติบโต 9.3%

               
สำหรับทิศทางปี 2563 ประเมินว่าธุรกิจโรงแรมจะมีรายได้เติบโต 5-7% ส่วนธุรกิจอาหารคาดว่าจะเติบโต 10% จากปี 2562 เนื่องจาก มองว่าเศรษกิจในปี 2562 น่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดว่านักท่องเที่ยวจะเพิ่มมาอยู่ที่ระดับ 42 ล้านคน เติบโต 5% จากปี 2562 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 38 ล้านคน รวมทั้งยังมีปัจจัยบวกจากการเริ่มใช้งบประมาณของภาครัฐ ประกอบกับธนาคารแห่งประเทศไทย และนักวิเคราะห์ต่างๆ ยังมองว่าตัวเลข GDP จะเติบโตประมาณ 3% จากปี 2562

               

ด้านการลงทุนในช่วง 3 ปี (ปี 2562-2564) บริษัทตั้งงบลงทุนรวมไว้ทั้งหมด 21,000 ล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจ โรงแรมประมาณ 15,500 ล้านบาท และธุรกิจอาหารประมาณ 5,400 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายการลงทุนของทั้ง 2 ธุรกิจดังกล่าว นอกจากนี้งบลงทุนในจำนวนดังกล่าวได้มีการกำหนดเพื่อรองรับการเข้าซื้อกิจการด้วย มูลค่ารวมประมาณ 1,690 ล้านบาท
               

 

ลุ้นปีนี้ปิดดีลซื้อกิจการ-ร่วมทุน

               

 

ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อเข้าซื้อกิจการธุรกิจการในประเทศจำนวน 2 ราย และเข้าร่วมทุนในธุรกิจอาหารกับต่างประทศ 1 ราย เบื้องต้น หากไม่มีอะไรผิดพลาด บริษัทคาดว่าจะเห็นความชัดเจนทั้งหมดในปี 2562 เพื่อเข้ามาสนับสนุนการเติบโตในอนาคต
               

 

แม้หุ้นร่วงแต่ไม่มีนโยบายซื้อหุ้นคืน

 

นายรณชิต กล่าวอีกว่า บริษัทยังไม่มีนโยบายซื้อหุ้นคืน แม้ราคาหุ้นจะปรับลดลง เนื่องจากมองว่าจะเก็บเงินเพื่อรองรับการลงทุน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัท

ดูข่าวต้นฉบับ