BMW iX3 ในที่สุดก็มาตามคาด

Manager Online เผยแพร่ 14 ส.ค. เวลา 01.29 น. • MGR Online

เปิดตัวเป็นรุ่นต้นแบบได้ไม่นาน ในที่สุดบีเอ็มดับเบิลยูก็ขยับตัวในตลาดรถยนต์พลังไฟฟ้า ด้วยการเปิดผลผลิตใหม่ของรหัส i ออกมาโดยใช้ชื่อว่า iX3 ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนเอสยูวีขนาดกลางรุ่นยอดนิยมอย่าง X3 ให้สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าผ่านทางมอเตอร์ไฟฟ้า

เช่นเดียวกับ i3 และ Mini Cooper SE นี่คือการแสดงให้เห็นถึงเจตจำนงค์ที่ชัดเจนของบีเอ็มดับเบิลยูในการเดินหน้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ซึ่งพวกเขาวางแผนการเอาไว้แล้วว่าภายในปี 2023 จะต้องมีการเพิ่มรุ่นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าเป็น 25 รุ่นจากเดิมที่มีอยู่แค่ 13 รุ่นในตอนนี้

ในแง่ของรูปลักษณ์รอบคันนั้นแทบไม่มีอะไรแตกต่างจาก X3 รุ่นธรรมดาที่เปิดตัวปี 2018 มากเท่าไร นอกจากการปรับรายละเอียดรอบคัน เช่น รูปทรงของกระจังหน้าและกันชนหน้าแบบใหม่ที่เน้นความสวยสปอร์ตขึ้นและการใช้สีฟ้าแต้มตามจุดต่างๆ เพื่อสื่อถึงการเป็นรถยนต์ไฟฟ้า โดยที่สิ่งหนึ่งซึ่งยังไม่สามารถความเปลี่ยนแปลงคือ สัญลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยู ที่ยังเป็นแบบเดิมบนพื้นรอบวงสีดำและขาว ไม่ใช่แบบโปร่งใสตามสัญลักษณ์ใหม่ที่มีการประกาศออกมาเมื่อปลายปีที่แล้วและใช้กับต้นแบบรุ่น i4 Concept

iX3 เป็นรถยนต์แบบ Pure Electric หรือ BEV ซึ่งอาศัยกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ส่งมาขับมอเตอร์ไฟฟ้า ที่มีกำลังสูงสุด 286 แรงม้าพร้อมแรงบิดสูงสุด 40.7 กก.-ม.โดยถือเป็นชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า eDrive รุ่นใหม่ล่าสุดหรือเป็นเจนเนอเรชันที่ 5 ที่มีการปรับปรุงให้สามารถใช้กระแสไฟฟ้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองต่อการขับด้วยระยะทางในการเดินทางต่อการชาร์จที่มากขึ้นโดยที่สมรรถนะของตัวรถไม่ลดลง

ดังนั้น iX3 จึงสามารถทำตัวเลขของระยะทางในการขับต่อการชาร์จ 1 ครั้งได้สูงถึง 460 กิโลเมตรสำหรับการทดสอบในแบบ WLTP แต่จะเพิ่มเป็น 520 กิโลเมตรเมื่อนำมาทดสอบกับรูปแบบตามข้อกำหนดแบบเก่าอย่าง NEDC

สำหรับสมรรถนะในการขับเคลื่อนนั้นสามารถใช้เวลาเพียง 6.8 วินาทีในการทะยานจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับที่ได้จากรุ่น X3 xDrive30i ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ 3,000 ซีซี เทอร์โบคู่ ส่วนความเร็วสูงสุดนั้นถูกล็อกเอาไว้ที่ 180 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ในเรื่องของการชาร์จไฟนั้น แบตเตอรี่แบบ High Voltage ของ iX3 นั้นให้ความสะดวกรวดเร็วไม่ว่าจะเป็นการชาร์จแบบไหนทั้ง Wall Box และแท่นชาร์จสาธารณะ โดยในส่วนของ Wall Box ที่มีกำลัง 11W นั้นถ้าชาร์จจาก 0-100% จะใช้เวลา 7.5 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นการชาร์จบนแท่นชาร์จด้วยไฟกระแสตรง DC ผ่านแท่นชาร์จเร็วหรือ Fast-Charging จาก 0-80% จะใช้เวลาเพียง 34 นาที และถ้าชาร์จทิ้งไว้แค่ 10 นาทีในแบตเตอรี่จะมีกระแสไฟฟ้ามากพอสำหรับใช้แล่นทำระยะทาง 100 กิโลเมตรตามาตรฐานการทดสอบของ WLTP

การทำตลาดจะเริ่มปลายปีนี้ ส่วนบ้านเราอาจจะต้องรอลุ้นว่าจะมีเข้ามาในแบบสั่งจองด้วยปริมาณจำกัดเหมือนกับ Mini Cooper SE หรือเปล่า

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ