8 อุปสรรคที่คนมีความรัก ต้องผ่านไปให้ได้

LINE TODAY เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2562 เวลา 17.03 น.

ในโลกของความรัก..ไม่มีคู่ไหนที่ไม่มีปัญหากัน ทุกคู่ต้องเคยเจอปัญหามากบ้าง น้อยบ้างด้วยกันมาทั้งนั้น ถ้ารักกันมากพอ เข้มแข็งมากพอ ก็จับมือก้าวผ่านปัญหาเหล่านั้นไปได้ แต่ถ้าไม่…ความสัมพันธ์ก็จบลงแค่ตรงนั้น

ปัญหาเหล่านี้เป็นเหมือนบททดสอบที่ไม่มีวันจบ ทุก ๆ วันก็จะมีปัญหาใหม่ ๆ เข้ามาพิสูจน์ความสัมพันธ์ของเราเสมอ หนักบ้าง เบาบ้าง แตกต่างกันไป หน้าที่ของเราก็คือจับมือแล้วผ่านมันไปให้ได้

แต่รู้ไหม..ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้แค่ผ่านมาให้เราแก้ไข ปรับตัว ยอมรับ และเข้าใจ แต่สิ่งเหล่านี้ผ่านมาเพื่อให้เรายิ่งรักกัน และรักกันมากขึ้นทุกครั้งที่ผ่านแต่ละอุปสรรคพวกนี้ไปได้

1. ใจคน

‘ใจ’ ที่ว่านี้ก็คือทั้งใจเขาและใจเรา เพราะถ้าใจเปลี่ยน ทุกอย่างก็เปลี่ยน..

อุปสรรคที่ชื่อว่า ‘ใจ’ เป็นอะไรที่สั่นคลอนเราได้มากที่สุด เพราะไม่มีใครบอกได้ว่าเมื่อไหร่ ตอนไหน ใจคนเราถึงจะเปลี่ยน และเป็นเราหรือเขาที่เปลี่ยนไป บางทีอาจเป็นเราเองก็ได้ที่เปลี่ยนแปลง เรื่องแบบนี้มีตัวแปรหลายอย่าง โดยเฉพาะความมั่นคงในใจ และการกระทำอีกฝ่ายที่มีผลต่อ ‘ใจ’ โดยตรง ซึ่งถ้าสองอย่างนี้ประกอบกันด้วยดี ก็ยากที่จะเปลี่ยนใจ แต่ถ้าอย่างใดอย่างหนึ่งหวั่นไหว สุดท้ายใจก็เปลี่ยน ทุกอย่างก็จะเปลี่ยนตาม

แต่ของแบบนี้มักมีสัญญาณอะไรบางอย่างก่อนเสมอ ทั้งการทะเลาะกัน ไม่เข้าใจกัน หงุดหงิด รำคาญใจ สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณเตือนที่บอกได้ว่าใจของใครคนหนึ่งคนหนึ่งเริ่มจะเปลี่ยน ซึ่งถ้าอีกคนสังเกตเห็นและทำอะไรบางอย่าง ก็ไม่ยากจะหยุดอาการนั้นลงได้ แต่ถ้าแค่รับรู้แล้วปล่อยผ่าน ผลลัพธ์ที่ได้คือความรู้สึกและใจที่เปลี่ยนไป

2. ครอบครัวของอีกฝ่าย

ลืมไปหรือเปล่าว่าความรักไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคน แต่เป็นเรื่องของสองครอบครัวด้วย ดังนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองครอบครัวจะราบรื่นแค่ไหน คุณสองคนเป็นผู้กำหนดด้วยส่วนหนึ่ง ยิ่งครอบครัวขนาดใหญ่ มีทั้งอากง อาม่า อาแป่ะ อาอี๊ ป๊า ม้า น้อง ฯลฯ เป็นขบวน ทั้งคู่มีหน้าที่ต้องเชื่อมโยงคนเหล่านี้เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเชื้อชาติใด สัญชาติอะไรก็ตาม เมื่อมาผูกสัมพันธ์เป็นครอบครัวกันแล้ว ก็ล้วนมีความสำคัญทั้งสิ้น

ที่สำคัญก็คือครอบครัวของอีกฝ่ายนี่แหละทำให้หลายต่อหลายคู่ต้องเลิกรากันมาแล้วทั้งนั้น จะด้วยความไม่เข้าใจ ไม่ยอมรับ หรืออะไรก็ตาม แต่ผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลังเหล่านี้ก็มีผลต่อความรักของคนสองคนโดยตรง ดังนั้นต้องเรียนรู้ พูดคุย ไปมาหาสู่ และทำความรู้จักกันให้มากขึ้น แรก ๆ อาจต้องปรับตัวมากสักนิด แต่เมื่อเริ่มคุ้นชินกับครอบครัวของกันและกัน เริ่มรู้บทบาทหน้าที่ของแต่ละคน ทำความเข้าใจได้ว่าการใช้ชีวิตของแต่ละครอบครัวเป็นอย่างไร กิน-อยู่อย่างไร ทุกอย่างก็จะราบรื่นขึ้น

อย่าลืมว่าเรื่องแบบนี้แต่ละครอบครัวไม่เหมือนกัน จะมาเอาเกณฑ์ของตัวเองเป็นบรรทัดฐานไม่ได้ การเป็นไผ่ลู่ลม ยังใช้ได้ดีเสมอเมื่อต้องผูกมิตรกับใคร โอนอ่อนผ่อนตาม แต่ไม่ใช่โอนเอียงจนไม่มีความเป็นตัวเอง ทุกอย่างมีตรงกลางที่เหมาะสมที่สุดเสมอ

3. ความต่าง

บ่อยครั้งที่เรามักเห็นความต่างทำความรักแตก เพราะเจ้าอุปสรรคที่ชื่อว่า ‘ความต่าง’ นี้เกิดขึ้นได้กับคู่รักทุกคู่ ไม่ว่าจะเป็นความต่างในการใช้ชีวิต ทัศนคติ ความชอบ ความสนใจ ฐานะ อายุ การศึกษา ฯลฯ ซึ่งช่วงแรก ๆ คนรักกันมักมองข้ามความต่างนั้นไปได้ แต่ความยากของมันอยู่ที่จะมองข้ามไปได้อีกนานแค่ไหน เพราะส่วนใหญ่มักไม่ได้รับยอมรับความต่าง แต่เป็นการยอมอดทนเพื่อให้มันผ่านไปได้ต่างหาก

ทั้งที่ความจริงแล้ว รักกันก็ต้องยอมรับซึ่งกันและกัน ถ้าต่างฝ่ายต่างยอมรับความต่างของกันและกันได้ตั้งแต่แรก อุปสรรคนี้ก็แทบจะไม่มีความหมายอะไรเลย การทำความเข้าใจว่าคนเรามีความแตกต่างกันทั้งนั้น ใช้ชีวิตมาคนละแบบจะให้เหมือนกันคงเป็นไปไม่ได้ ตั้งแต่แรกรักจนตกลงปลงใจแต่งงาน มักมีเงื่อนเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง ความต่างอาจถูกบดบังด้วยความรักและความโหยหา แล้วก็เลยถูกลืม หรือใช้ความอดทนปกปิดเอาไว้ แต่อย่าลืมว่าความต่างนั้นไม่ได้ถูกทำให้หายไปแต่อย่างใด

ดังนั้นต้องทำให้แน่ใจว่าความต่างไม่ได้ถูกปิดบังไว้ แต่ถูกทำให้หายไปด้วยพลังแห่งรักและเข้าใจของคุณทั้งคู่ เพราะถ้ามันยังคงอยู่ เมื่อเวลาผ่านไป อุปสรรคและปัญหาก็จะกลายเป็นปุ๋ยที่ค่อย ๆ เร่งการเจริญเติบโตของต้นไม้แห่งความต่างให้พัฒนาขึ้น กลายเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนและไม่แน่นแฟ้นเหมือนดังเดิม

4. ความรัก

น่าแปลกที่ความรักกลับกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่คนมีความรักต้องเจอ เพราะความรักของคนสองคนมักไม่เท่ากันเสมอ ยิ่งเมื่อคำว่า “รัก” แต่ละคนให้นิยามที่ต่างกัน อะไรที่สุดโต่งจนเกินไป มักสะท้อนกลับมาในแง่ลบเสมอ “รักมาก” หรือ “รักแรง” ก็ทำให้อีกคนรู้สึกเป็นภาระได้ อย่าทำให้ความรักกลายเป็นเรื่องยากและซับซ้อน เพราะความรักเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่แค่รักกันก็เป็นบทสรุปสั้น ๆ แต่ได้ใจความที่สุดแล้ว

ดังนั้นจงอย่าทำให้ความรักต้องกลายเป็นภาระหรือความกดดัน เปลี่ยนมาเป็นการหมั่นหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์ของคุณทั้งคู่ด้วยคำพูด และการกระทำเพื่อให้ความรักของเราไม่เปลี่ยนแปลง ของแบบนี้ไม่จำเป็นต้องบ่อย แต่ก็อย่าให้ทวงถาม ทำทุกอย่างไปตามความรู้สึก ใช้ “ใจ” เป็นเครื่องนำทาง แล้วมันจะบอกเองว่าเมื่อไรที่คุณรู้สึกรักจนอัดอั้น และอยากจะบอกมันออกไป

อย่าลืมว่าความรักที่ดีที่สุด ก็คือความรักที่ทำให้คุณกล้าที่จะเปิดเผยทุกสิ่ง กล้าที่จะแบ่งปันเรื่องราวให้ใครอีกคนได้รับรู้ ทั้งความสุขและประสบการณ์อันเจ็บปวด ซึ่งเขาก็พร้อมที่จะฟัง อยู่เคียงข้าง และจูงมือคุณเติบโตไปด้วยกัน

5. เวลา

เวลาทำหน้าที่ของมันได้ดีเสมอ เวลาทำให้ระยะห่างของคนสองคนแคบลง ทำให้คนแปลกหน้ากลายเป็นคนรู้จัก และอาจทำให้คนรู้จักกลายเป็นคนรัก แต่ในทางกลับกันก็ทำให้คนรักกลายเป็นศัตรูได้ด้วย

แม้เวลาจะช่วยเยียวยาทุกอย่างได้ก็จริง แต่เวลาก็ทำให้คนเปลี่ยนได้ด้วย และเวลาก็คืออุปสรรคสำคัญในความรัก..เพราะถ้าไม่รักกันจริง ใช้เวลาแค่ไม่นาน ความรู้สึกต่าง ๆ ที่เคยมีให้กันก็เปลี่ยนไปได้

ไม่มีใครบอกได้ว่า..กว่าความรักจะหมดลงต้องใช้เวลานานแค่ไหน แต่ที่บอกได้ก็คือเวลาทำให้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม เพราะทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขของเวลา ไม่มีใครไม่เปลี่ยนไป คนเราเปลี่ยนกันได้ทุกนาที ไม่เว้นแม้กระทั่งความรู้สึกที่เคยมีก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลาได้เหมือนกัน

6. ความไม่เชื่อใจ ความไม่เข้าใจ

นอกจากเวลาจะทำให้ความรักเปลี่ยนไปแล้ว เวลายังทำให้ความเชื่อใจกันลดลงไปด้วย และเมื่อใดก็ตามที่ความรักปราศจากความเชื่อใจ ก็เหมือนการเดินถอยหลัง เพื่อรอวันที่จะลาจาก

ดังนั้นความไม่เชื่อใจก็เลยกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่คอยบั่นทอนความสัมพันธ์ให้ความรักลดน้อยถอยลงไปเรื่อย ๆ ยิ่งเมื่อความไม่เชื่อใจมารวมกับความไม่เข้าใจ ก็ยิ่งทำให้ความรักสั่นคลอนได้มากขึ้น

วิธีเดียวที่จะกำจัดอุปสรรคนี้ไปได้ก็คือ การรักษาระดับความสัมพันธ์ให้พอดี ไม่ตึงมากไป แต่ก็ไม่หย่อนจนเกินไป ในความสัมพันธ์ของชีวิตคู่ไม่ควรจะมีความสงสัย ไม่ต้องการคำยืนยัน และไม่จำเป็นต้องตั้งคำถาม สิ่งหนึ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์มั่นคงและราบรื่นก็คือการใช้ชีวิตคู่ที่ปราศจากซึ่งความระแวงกันและกัน เพราะรู้สึกได้ถึงความไว้วางใจ ความปลอดภัย จนไม่อยากเสียเวลาไปกับเรื่องที่ต่างคนต่างรู้กันดีอยู่แล้ว

7. ความยากลำบาก

ความยากลำบากเป็นอุปสรรคที่สำคัญของทุกความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครอบครัว แม้กระทั่งคนรัก ถ้าจับมือผ่านเรื่องยาก ๆ ไปด้วยกันไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องเลิกรากันไป

ถึงแม้ความยากลำบากจะทำให้เราท้อจนไม่อยากจะลุกขึ้นยืน แต่ข้อดีของความยากลำบากก็คือ ทำให้รู้ว่าใครยังอยู่ข้าง ๆ เราบ้าง ในวันปกติที่ไม่มีคลื่นลม เราไม่มีวันรู้หรอกว่าคนข้าง ๆ สำคัญแค่ไหน แต่ในวันที่ความยากลำบากมาเยือน เราจะรู้เลยว่าใครที่รักเรา ! เพราะคนที่ไม่รักกันจริง ไม่มีทางที่จะฝ่าฟันไปด้วยกันได้จนจบ

อุปสรรคสำคัญนี้ทำให้เราเห็นตัวตนของอีกคนได้แจ่มชัดขึ้น และพอได้เห็นตัวตนของกันและกันมากขึ้น ก็เลยทำให้รู้จักกันมากขึ้น รู้ว่าความสัมพันธ์ที่มีอยู่นั้น จะต้องจบลงหรือเดินหน้าต่อไป

8. เซ็กซ์

เรื่องอย่างว่าถือว่าเป็นเรื่องสำคัญของความรัก แต่ไม่ค่อยมีใครเอามาพูดกันอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ทั้งที่ความจริงแล้วความรักกับเซ็กซ์เป็นเรื่องที่แยกออกจากไม่ค่อยได้ เพราะแรงปรารถนามักดึงดูดคนสองเข้าหากันเสมอ เรียกว่าเป็นสีสันของความรัก เป็นการแสดงออกด้วยภาษากายที่คุ้นเคยที่สุด

แต่บางทีเซ็กซ์ก็เป็นปัญหาใหญ่ได้เหมือนกัน จากสถิติการหย่าร้างในปีผ่านมาพบว่าเซ็กซ์คือหนึ่งในปัญหาที่แม้จะไม่ใช่อันดับต้น ๆ ของหย่าร้าง แต่ก็เป็นปัญหาเรื้อรังที่แก้ไขได้ยาก ซึ่งเกิดจากความไม่พอดีกันของคนสองคนในเรื่องเพศสัมพันธ์

แม้เรื่องนี้จะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่จากการสำรวจพบว่าคู่รักส่วนใหญ่ไม่เคยคุยกันเกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์เลย และผลของการไม่เคยเปิดอกคุยกันเรื่องนี้ แทนที่เซ็กซ์จะเป็นความบันเทิงที่ทำให้ความสัมพันธ์แนบแน่นขึ้น การมีเพศสัมพันธ์กลับกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่เหมือนระเบิดเวลาให้คนรักกันต้องเลิกรากันไป

สุดท้ายแล้วอุปสรรคก็เป็นแค่ปัญหาที่ผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไป ถ้าเรายังรักกันดี ยังพร้อมที่จะจูงมือกันไป ต่อให้อุปสรรคมากมายแค่ไหน เราก็ผ่านมันไปได้อย่างแน่นอน

ปัญหา..อาจไม่ใช่ปัญหา ถ้าคนสองรักกัน
แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่หมดรักกันแล้ว
ต่อให้ไม่มีปัญหา ก็เลิกรากันได้