โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สธ.เร่งผลักดันร่างนโยบายยาฯ จ่อชง ครม.อนุมัติ ตั้งเป้าเพิ่มศักยภาพแข่งขันกว่า 3 พันล้าน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 พ.ค. 2563 เวลา 06.06 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2563 เวลา 06.06 น.

สธ.เร่งผลักดันร่างนโยบายยาฯ จ่อชง ครม.อนุมัติเพิ่มศักยภาพการแข่งขันยาชีววัตถุกว่า 3 พันล้าน

พัฒนาระบบยา- เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ. เป็นประธานการประชุมกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ พร้อมด้วย นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมหารือนโยบายแห่งชาติด้านยาและแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ พ.ศ.2563-2565 เพื่อศักยภาพการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมยาและชีววัตถุของประเทศ สร้างมูลค่ายาชีววัตถุกว่า 3,000 ล้านบาท ให้ประชาชนเข้าถึงยาที่จำเป็นที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและสมเหตุผล นำประเทศสู่ระบบสุขภาพที่มั่นคงและยั่งยืน

นายอนุทิน กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ได้จัดทำ (ร่าง) นโยบายแห่งชาติด้านยาและแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ พ.ศ. 2563-2565 โดยมี 5 ยุทธศาสตร์ 1.ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาการผลิตยา สมุนไพร และชีววัตถุ เพื่อความมั่นคงทางยาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 2.พํฒนาระบบและกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงยาจำเป็นของประชาชน 3.พัฒนาระบบและกลไกเพื่อให้เกิดการใช้ยาอย่างสมเหตุผล 4.พัฒนาระบบควบคุมยาให้มีประสิทธิภาพระดับสากล และ 5.สร้างเสริมกลไกการประสานงานเชื่อมโยงนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ มุ่งหวังให้ประเทศมีความมั่นคงด้านยา สามารถผลิตและจัดหายาจำเป็นไว้ใช้ได้อย่างต่อเนื่องทันท่วงที ทั้งในภาวะปกติและฉุกเฉิน ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้มีมติเห็นชอบร่างนโยบายฯ แล้ว

“จะเร่งผลักดันร่างนโยบายฯ นี้ เสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อประกาศใช้ พร้อมมอบหน่วยงานที่รับผิดชอบจัดทำแผนปฏิบัติการ เพื่อเสริมสร้างคนไทยมีสุขภาวะที่ดีและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน” นายอนุทิน กล่าว

ด้าน นพ.ไพศาล กล่าวว่า เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมยาชีววัตถุ โดยมีระบบให้คำปรึกษาเพื่อการวิจัย พัฒนา และผลิต พร้อมเร่งรัดการขึ้นทะเบียนตำรับยา และส่งเสริมการส่งออก รวมทั้งส่งเสริมการจัดซื้อในภาครัฐผ่านบัญชีนวัตกรรมไทย ซึ่งปัจจุบันมีผู้ผลิตยาชีววัตถุในประเทศ จำนวน 4 ราย ได้แก่ สยามไบโอไชเอนซ์ สภากาชาดไทย ไบโอเนท-เอเซีย องค์การเภสัชกรรม-เมอร์ริเออร์

“การนำนโยบายไปปฏิบัติจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมยาชีววัตถุ โดยเพิ่มมูลค่าการผลิตได้มากกว่า 3,00 ล้านบาท อีกทั้งยังผลักดันให้มียาสามัญทดแทนยาตันแบบ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงยาจำเป็นของประชาชน และปรับปรุงบัญชียาหลักแห่งชาติ ซึ่งมียาสำคัญ เช่น ยารักษามะเร็ง ให้ตอบสนองต่อการดูแลด้านสุขภาพ ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงยาเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 40 รายการต่อปี รวมถึงควบคุมค่าใช้จ่ายจากการกำหนดราคากลางของยาที่มีราคาแพง ซึ่งคาคว่าช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของภาครัฐได้กว่า 5,000 ล้านบาท ในปี 2565 รวมทั้งการขับเคลื่อนประเทศสู่การใช้ยาอย่างสมเหตุผลสอดคล้องตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก” นพ.ไพศาล กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...