6 การเรียนรู้จริง ที่ไม่มีอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย – จบ ม.6 ไม่อยากเรียนต่อ เลือกทำอะไรดี?

Campus Star เผยแพร่ 12 พ.ย. 2562 เวลา 05.26 น.
6 การเรียนรู้จริง ที่ไม่มีอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย – จบ ม.6 ไม่อยากเรียนต่อ เลือกทำอะไรดี?
ในบทความนี้ แคมปัส-สตาร์ ก็มีทางเลือกสำหรับน้อง ๆ ที่เรียน จบ ม.6 ไม่อยากเรียนต่อ เลือกทำอะไรดี? จะมีทางเลือกไหนบ้างที่น่าสนใจ ตามมาดูรายละเอียดกันได้เลย

เชื่อว่าน้อง ๆ ที่กำลังจะเรียนจบในระดับชั้น ม.6 หลาย ๆ คนยังคงค้นหาในสิ่งที่ตนเองชอบไม่เจอ และไม่รู้ว่าตนเองจะเลือกต่อในคณะ/สาขาวิชา หรือมหาวิทยาลัยแห่งไหนดี ซึ่งการเลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยก็อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการของน้อง ๆ ทุกคนเสมอไป เพราะการเรียนรู้ในรั้วมหาวิทยาลัยต้องใช้เวลาถึง 4 ปีด้วยกัน

จบ ม.6 ไม่อยากเรียนต่อ เลือกทำอะไรดี?

และในบทความนี้แคมปัส-สตาร์ ก็มีทางเลือกสำหรับน้อง ๆ ที่เรียนจบ ม.6 แต่ไม่อยากเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยมาฝากกันด้วย จะมีทางเลือกไหนบ้างที่น่าสนใจ ตามมาดูรายละเอียดกันได้เลยจ๊ะ

1. เลือกเรียนต่อสายอาชีพเฉพาะทาง

ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีเลยทีเดียว สำหรับการเลือกเรียนต่อสายอาชีพเฉพาะทาง โดยน้อง ๆ สามารถเลือกเรียนได้ในสายอาชีพที่ตนเองสนใจ ไม่ว่าจะเป็นด้านเชฟ ตำรวจ ทหาร และช่างยนต์ เป็นต้น โดยเมื่อน้อง ๆ เรียนจบออกมาแล้ว ก็สามารถประกอบวิชาชีพได้เลย และยังสามารถต่อยอดเปิดเป็นธุรกิจส่วนตัวได้อีกด้วย

2. ลงเรียนคอร์สออนไลน์

เรียกได้ว่าในปัจจุบันการเรียนรู้ในสิ่งต่าง ๆ นั้น ไม่ได้มีอยู่แค่ในห้องเรียนเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายช่องทางให้เราได้เลือกเรียนรู้กัน และหนึ่งในนั่นก็คือ การเรียนออนไลน์ ที่กำลังมาแรงมาก ๆ ในตอนนี้เลย เพราะไม่ได้จำกัดอยู่แค่นักเรียน นักศึกษา ที่สามารถลงเรียนได้ แต่บุคคลทั่วไปก็สามารถลงเรียนได้เช่นกัน โดยมีให้เลือกทั้งแบบคอร์สเรียนฟรีและเสียเงิน พร้อมทั้งนี้เรายังจะได้รับใบประกาศนียบัตร เพื่อรับรองว่าเราได้เรียนผ่านหลักสูตรดังกล่าวมาแล้วอีกด้วย

3. เรียนต่อต่างประเทศ ในด้านที่สนใจ

น้อง ๆ รู้หรือไม่ว่าในหลาย ๆ ประเทศแถบยุโรปและอเมริกา มีระบบการศึกษาหลังจากที่น้อง ๆ เรียนจบระดับ High School ที่มุ่งเน้นไปในด้านการประกอบวิชาชีพ ซึ่งจะเปิดสอนในหลักสูตรสำหรับวุฒิในวิชาชีพต่าง ๆ โดยใช้เวลาศึกษาเพียง 1 ปีเท่านั้น ซึ่งต่างจากการเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยที่ต้องใช้เวลาถึง 4 ปีด้วยกัน นอกจากนี้ยังเป็นการไปเรียนรู้แลกเปลี่ยน และเปิดมุมมองการใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ ทำให้เราได้มองเห็นอะไรใหม่ ๆ อีกด้วย

4. ออกเดินทางท่องเที่ยว

สำหรับน้อง ๆ คนไหนที่ยังค้นหาในสิ่งที่ตนเองชอบไม่เจอ หรือไม่รู้ว่าตนเองอยากจะทำอะไรนั้น การเดินทางออกไปเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะช่วยทำให้เราค้นหาตนเองเจอเหมือนกัน เพราะเป็นช่วงเวลาที่ดีในการลองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ไม่มีอยู่ในห้องเรียนและการทำงาน แถมยังจะทำให้เราได้เรียนรู้ถึงวิถีการใช้ชีวิตของผู้คนในแต่ละพื้นที่ที่มีความแตกต่างกันออกไป (ไม่แน่นะสิ่งที่เราเจอจากการเดินทางท่องเที่ยว อาจจะกลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับเราก็ได้)

5. เลือกทำงานหาประสบการณ์

ไม่อยากเรียนต่อ แต่อยากหาประสบการณ์ทำงานมากกว่า ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น้อง ๆ หลายคนกำลังคิดกันอยู่แน่นอน ซึ่งก็มีงานมากมายที่เปิดรับสมัครผู้ที่เรียนไม่จบมหาวิทยาลัย อาทิ คนดูแลร้าน และพนักงานร้านขายสินค้า ฯลฯ หลาย ๆ คนอาจจะมองว่าอาชีพเหล่านี้เป็นอาชีพที่มีรายได้ไม่สูง และมีโอกาสเติบโตน้อย

แต่ถ้าหากน้อง ๆ ลองมองในมุมกลับกันมันอาจจะไม่ใช่อย่างนั้น เพราะอาชีพเหล่านี้มีโอกาสเติบโตเหมือนกัน อาทิ จากพนักงานในร้านขายสินค้า ขึ้นไปเป็นผู้จัดการร้าน ฯลฯ เมื่อเทียบกับการเรียน 4 ปี และการทำงานจริง 4 ปี เนื่องจากการที่น้อง ๆ ได้เรียนรู้ประสบการณ์การทำงานจริง ไม่ใช่เพียงแค่การเรียนรู้ในหลักสูตรเท่านั้น นอกจากนี้ระหว่างที่น้อง ๆ ทำงานก็สามารถที่จะหาความรู้เพิ่มเติมได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้จากลงเรียนคอร์สออนไลน์ หรือการศึกษานอกระบบ เป็นต้น

6. ทำธุรกิจส่วนตัว จากสิ่งที่ชอบ

น้อง ๆ คนไหนที่มีไอเดีย หรือมีเป้าหมายอยู่แล้วว่าในอนาคตอาจจะมีธุรกิจส่วนตัวเป็นของตนเอง น้อง ๆ สามารถเริ่มต้นได้เลยโดยไม่ต้องรอให้เรียนจบมหาวิทยาลัย โดยอาจจะเริ่มทำธุรกิจจากสิ่งที่ตนเองชอบ หรือสนใจก่อนก็ได้ เพราะการที่เราเริ่มจากที่เราชอบ จะช่วยทำให้เรามีแรงกำลังในการทำให้ธุรกิจของเราเติบโต และเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

หากน้อง ๆ คนไหนกังวัลว่า เราจะทำการตลาดของธุรกิจของเราได้ไม่ดี ก็สามารถลงเรียนคอร์สเสริมระยะสั้น หรือระยะยาวต่าง ๆ ได้ โดยมีให้เลือกทั้งแบบออนไลน์ และการเรียนเป็นกลุ่มที่สถาบันต่าง ๆ ทั้งนี้เมื่อเราเรียนรู้จบคอร์สแล้ว ก็สามารถนำมาต่อยอดกับธุรกิจของเราได้เลย

บทความที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ