6 ข้อผิดพลาดของคนมีความรัก ที่ทำแล้ว..รักอาจพังไม่รู้ตัว - ฟาร์มรัก

LINE TODAY เผยแพร่ 26 ม.ค. เวลา 17.34 น.

เมื่อความรักดำเนินไปถึงจุดหนึ่ง คนเราจะเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เรียกว่าเป็นช่วงคลายความกังวลต่าง ๆ จนไม่เกรงใจ และเผลอทำอะไรโดยไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของอีกคน

ช่วงนี้แหละเป็นช่วงที่ความรักจะมีแต่ข้อผิดพลาด เจอแต่ปัญหาที่ไม่ได้ดั่งใจ ส่วนหนึ่งเพราะการทำตามใจตัวเองและความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายพอความรักเปลี่ยนรูปแบบไป..ก็เกิดปมขึ้นในใจของเราทั้งคู่

ปมพวกนี้มักมาจากความคุ้นเคย..ความผูกพันทำให้เราทำตัวตามสบายจนเกิดข้อผิดพลาดที่ไม่ได้ตั้งใจ และความไม่ตั้งใจนี่แหละที่ทำให้ความรักมันไม่เหมือนเดิม และพร้อมจะพังครืนลงมาได้ทุกเมื่อ

1. รักนะ..แต่ไม่เคยแสดงออก

จะมีประโยชน์อะไรถ้ารักแล้ว ไม่เคยแสดงออกอะไรเลย การทำแบบนี้มีแต่จะทำให้อีกฝ่ายเกิดคำถามและไม่มั่นใจโดยไม่รู้สาเหตุ อย่าลืมว่าธรรมชาติของความรัก ต้องอาศัยการแสดงออกอย่างหนึ่ง จะเป็นคำพูดหรือการกระทำ หรือทั้งสองอย่างเลยก็ได้

ถ้าฝ่ายหนึ่งเป็นคนที่ศรัทธาในความรัก ทุ่มเททุกอย่างเพื่ออีกคนมาตลอด แต่อีกฝ่ายกลับไม่เคยแสดงออก เฉยชา แต่ก็มั่นคง ไม่นอกใจ..

เห็นชัดเลยว่าอะไรจะเกิดขึ้น ปัญหาหนึ่งของความรักก็คือการแสดงของคนสองคนมักไม่ค่อยเท่ากันเสมอ คนหนึ่งเกินเบอร์แต่อีกคนกลับเฉยชา กลายเป็นความไม่สมดุลที่รังแต่จะทำให้ความรักพังครืน เพราะไม่มีใครทนกับเฉยชาไปได้ตลอด ความรักมีลิมิตของมันเสมอ

เพราะฉะนั้นถ้ารักแล้ว ต้องทำให้อีกฝ่ายรับรู้ด้วย การทำแบบนี้ไม่ใช่บอกว่าเรารู้สึกยังไง แต่มันหมายถึงการเติมเต็มความสัมพันธ์ของคนสองคนไปเรื่อย ๆ ของแบบนี้ไม่บ่อย ไม่ถี่ แต่ต้องไม่หาย

2. เรียกร้องมากไป

ความรักเป็นเรื่องของความพอดี อะไรมากไปหรือน้อยไป มักทำให้ความรักมีปัญหาเสมอ

ไม่มีใครในโลกนี้ที่พร้อมจะถูกสั่งให้เปลี่ยนนิสัยหรือเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นอย่างโน้น เป็นอย่างนี้ตามที่อีกคนต้องการ และไม่มีใครยอมซะทุกอย่างไปได้ตลอด

พฤติกรรมของการเรียกร้องเกิดจากความคาดหวังที่เต็มเปี่ยม พอคาดหวังในความรักของอีกคนมาก ๆ ก็เผลอเจ้ากี้เจ้าการ ร่ำร้องในสิ่งที่ตัวเองต้องการ จนมองไม่เห็นถึงความรู้สึกของอีกคน กลายเป็นความไม่สมดุลที่รังแต่จะทำให้ความสัมพันธ์ย่ำแย่ลง เพราะแม้จะรักอีกคนแค่ไหน แต่การเรียกร้อง เอาแต่ใจจนเกินเรื่องก็ทำให้ความรักลดน้อยถอยลงไปได้อย่างรวดเร็ว

3. ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่

ชนวนปัญหาที่สำคัญที่สุดของความรักมักจะเรื่องเล็ก ๆ เพราะกับเรื่องใหญ่ ๆ คนเรามักจะมีเหตุผลที่ดีเสมอ

บอกก่อนว่าเรื่องเล็กของคน ๆ หนึ่งอาจเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับอีกคน เพราะฉะนั้นจงอย่ามองปัญหาที่เข้ามาในความสัมพันธ์เป็นเรื่องเล็กเด็ดขาด เพราะอีกคนอาจไม่ได้คิดแบบนั้นอยู่ก็ได้

อย่าลืมว่าแค่มีปัญหามันก็ยากมากพออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำโจทย์ให้ยากเข้าไปอีก ด้วยการทำให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่ เวลาเจอปัญหา..จะเล็กหรือใหญ่ไม่ใช่ประเด็น คิดอย่างเดียวก็พอว่าต้องจับมือกันให้แน่นแล้วผ่านไปให้ได้

4. โมโหง่าย

ความโกรธและการโมโหเป็นอารมณ์ขั้นพื้นฐานของมนุษย์ที่น้อยคนจะเลิกโกรธ เลิกโมโหได้ แถมพอมีสถานะเป็นคนรักกันก็จะโกรธและโมโหง่ายเป็นพิเศษ เพราะความรักทำให้เราคาดหวังไปต่าง ๆ นานา พอไม่ได้ดั่งใจ ไม่เป็นไปตามต้องการก็โมโหเอาง่าย ๆ

ที่สำคัญพอมีความรักคนเรามักมีแนวโน้มที่จะใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ให้ความรู้สึกอยู่เหนือสิ่งอื่นใด พอเป็นแบบนี้ทุกอย่างก็เลยพังและจบลงแบบง่าย ๆ จากอารมณ์ของคนทั้งคู่

ทั้งที่ความจริงแล้วการกระทบกระทั่งกันของคนรักเป็นเรื่องธรรมดา ต่อให้รักกันแค่ไหนยังไงก็ต้องมีปัญหา มีโกรธ มีเคืองกันเป็นเรื่องปกติ การโมโหง่ายมีแต่จะทำให้ความรักสั่นคลอนโดยใช่เหตุ เพราะนอกจากจะไม่ได้ทำให้ความรักแข็งแกร่งขึ้นแล้ว ยังบั่นทอนความรู้สึกดี ๆ และทำให้อีกคนรำคาญอีกต่างหาก

ทางที่ดีเปลี่ยนจากโมโหเป็นการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจกันดูจะเข้าท่ากว่า อย่าลืมว่าไม่มีคู่ไหนไม่เจอปัญหา เพราะฉะนั้นจะโมโหทุกครั้งที่เจอปัญหาเพื่ออะไร

>>ทุกคนมีข้อเสีย..6 ข้อบกพร่องของคนรัก ที่ควรแฮปปี้มากกว่ายี้ใส่<< 

5. ลูกอีช่างรื้อ

ข้อผิดพลาดนี้ต้องเรียกว่าร้ายแรงพอสมควรเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะไม่ทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นแล้ว การฟื้นฝอยหาตะเข็บมีแต่จะทำให้อะไร ๆ เลวร้ายลงไปอีก

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าอดีตก็คืออดีต รื้อฟื้นไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีกต่อไปแล้ว อดีตจะมีค่าที่สุดเมื่อเรานำมาใช้เป็นบทเรียน แต่จะไร้ค่าลงทันทีถ้าเรามัวหยิบยกมันขึ้นมาย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ กับตัวเองและคนอื่น ถึงเรื่องเดิม ๆ ทั้งที่แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ดังนั้นไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่เราจะทำตัวเป็นลูกอีช่างรื้ออดีตขึ้นมาอยู่นั่นแหละ

โดยเฉพาะตอนที่มีเรื่องกระทบกระทั่งกัน เชื่อว่าในสถานการณ์แบบนั้นต้องมีใครสักคนที่อยากจะหยิบเอาอดีตมาต่อว่ากัน มาทำให้อีกฝ่ายเจ็บช้ำน้ำใจ จะเพราะอารมณ์พาไปหรือความขุ่นเคืองที่เก็บกดอยู่ก็ตาม แต่อย่าลืมว่าการทำแบบนี้มีแต่เพิ่มความเจ็บปวดให้กับเราทั้งคู่มากขึ้น แถมยังเดินหน้าต่อไม่ได้เพราะมัวแต่ย่ำ ๆ อยู่ในอดีตนั่นแหละ

ึ6. เช็กเก่ง ส่องเก่ง

จะว่าเป็นข้อผิดพลาดก็ไม่เชิง เพราะการเช็กโน่นนี่ และการสอดส่องพฤติกรรมคนรักถือว่าเป็นดีเอ็นเอของคุณผู้หญิงเลยก็ว่าได้ ส่วนผู้ชายจะมีบ้างแต่ก็ยังถือว่าน้อยกว่าผู้หญิงอยู่ดี

จริง ๆ การสอดส่อง และเช็กบ่อย ๆ ไม่ได้ถือว่าเป็นข้อผิดพลาดที่ถึงกับทำให้รักพัง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องอยู่บนพื้นฐานของความพอดี การไม่เช็ก ไม่ส่องเลยสำหรับผู้หญิงบางคนอาจทำได้ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ถือว่าผิด แค่ต้องให้เกียรติอีกฝ่าย และไว้เนื้อเชื่อใจกันบ้าง จะส่องทุกวัน เช็กทุกวันจนอีกคนไม่มีความส่วนตัวเลย ก็ดูจะเกินไปหน่อย

ถ้าถามว่าแค่ไหนถึงเรียกว่าพอดีจนไม่ทำให้รักพัง..บอกได้คำเดียวเลยว่าแล้วแต่คู่ ไม่มีเกณฑ์หรือมาตรฐานอะไรเลยสำหรับเรื่องแบบนี้ คนหนึ่งก็แบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นพูดคุยทำความเข้าใจกับเรื่องนี้แต่เนิ่น ๆ ดีที่สุด ถ้าเป็นคนที่ชอบเช็ก ชอบส่อง รีบแจ้งความจำนงไปเลย การบอกให้รู้ตัวก็ถือเป็นการให้เกียรติกันอย่างหนึ่ง ไม่ใช่แอบส่อง แอบเช็กจนอีกคนรู้สึกถูกคุกคาม แบบนี้ไม่โอ

การพูดคุยกันเรื่องแบบนี้ทำให้เกิดความเข้าใจกันทั้งสองฝ่าย นอกจากจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นแล้ว ยังหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมาได้อีกมากมาย เพราะฉะนั้นทำความเข้าใจกันซะ เรื่องแบบนี้จะดูว่าเล็กก็เล็ก แต่พอมีปัญหาขึ้นมาแล้ว..แก้ยากเย็นเสมอ

>> 7 เรื่องต้องรู้ ถ้าอยากรักกันยืนยาว<< 

อย่าลืมว่าความรักไม่ได้เข้าใจยากและไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย คนต่างหากที่เข้าใจยากขึ้นเรื่อย ๆ

รัก..ก็แค่ทะนุถนอมความรักของเราเอาไว้ อย่าให้ข้อผิดพลาดอะไรมาทำให้ความรักต้องพัง !