โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ใช้แค่ 46 คน สร้างยอดขาย 5.7 หมื่นล้าน ‘พาณิชย์’ เผยบทสรุปความสำเร็จของแบรนด์ IF ในตลาดจีน ครองความเป็นเจ้าตลาดน้ำมะพร้าวในจีนได้ 5 ปีซ้อน

The Structure

อัพเดต 05 ก.ค. 2568 เวลา 23.43 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 06.00 น. • The Structure

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) รายงานว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เครื่องดื่มน้ำมะพร้าวแบรนด์ไทย “IF” (溢福) กลายเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็วในตลาดจีน แม้มีทีมงานเพียง 46 คน แต่สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 1.58 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 57,000 ล้านบาท )ในปี 2567 และครองส่วนแบ่งตลาดน้ำมะพร้าวอันดับหนึ่งในจีนต่อเนื่อง 5 ปี ด้วยกลยุทธ์ที่เข้าใจผู้บริโภคชาวจีนที่ใส่ใจสุขภาพและความน่าเชื่อถือของสินค้า

ซึ่งความสำเร็จของแบรนด์ฯ เกิดจากกลยุทธ์ธุรกิจที่เข้าใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง โดยมีการเน้นผู้บริโภคในเมืองช่วงอายุ 20-45 ปี โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เร่งรีบและใส่ใจสุขภาพ เช่น พนักงานออฟฟิศ นักกีฬา และครอบครัวรุ่นใหม่

อีกทั้งยังมีการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์แบบโปร่งใสและมีความทันสมัย ช่วยให้ผู้บริโภคมองเห็นสินค้าภายในได้อย่างชัดเจน เพิ่มความเชื่อมั่นในด้านคุณภาพและความสะอาด

นอกจากนี้ แบรนด์ยังมีกลยุทธ์การตลาดที่ตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัล โดยเลือกใช้ “เซียวจ้าน” นักแสดงและดาราชื่อดังของวงการบันเทิงจีนเป็นพรีเซนเตอร์ และการออกเวอร์ชันพิเศษร่วมกับแบรนด์ดังอย่าง POP MART ในการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและขยายฐานผู้บริโภค

อีกทั้งยังมีการสร้างสรรค์สินค้าใหม่ที่สอดคล้องกับเทรนด์ของตลาดมากขึ้น เช่น “ลาเต้นมมะพร้าว” ที่ร่วมกับแบรนด์ Luckin Coffee และสามารถสร้างยอดขายสูงถึง 3 ล้านแก้วภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์

ความสำเร็จของแบรนด์ IF ไม่ได้เกิดจากคุณภาพของสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการวางระบบซัพพลายเชนที่มีประสิทธิภาพ โดยแบรนด์เลือกใช้วัตถุดิบจากสวนมะพร้าวน้ำหอมในประเทศไทยที่มีกำลัง การผลิตมากถึง 500 ล้านลูกต่อปี ซึ่งช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบได้ถึงร้อยละ 18 เมื่อเทียบกับคู่แข่ง

พร้อมกับสร้างข้อได้เปรียบเชิงรสชาติที่ยากต่อการลอกเลียนแบบ และสามารถก้าวขึ้นเป็นแบรนด์น้ำมะพร้าวที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงที่สุดในประเทศจีน โดยในปี 2567 มีส่วนแบ่งตลาดสูงถึงร้อยละ 34 และครองอันดับหนึ่งในกลุ่มสินค้าประเภทเดียวกันต่อเนื่องกันถึง 5 ปี

นอกจากนี้ แบรนด์ยังมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย ทั้งในรูปแบบออนไลน์ เช่น Tmall และ JD.com รวมถึงช่องทางออฟไลน์ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ฟิตเนสคลับ และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ ซึ่งทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในเมืองใหญ่ได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม แม้จะประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดจีน แต่แบรนด์ IF ก็ยังคงมีความเสี่ยงในด้านโครงสร้างรายได้ที่พึ่งพาตลาดจีนมากถึงร้อยละ 97 และร้อยละ 95.6 ของรายได้มาจากน้ำมะพร้าวเพียงชนิดเดียว สะท้อนถึงการพึ่งพาสินค้าและตลาดในระดับที่ค่อนข้างสูง

ซึ่งหากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป หรือมีคู่แข่งท้องถิ่นที่สามารถเลียนแบบสินค้าแบบเดียวกันได้ในราคาที่ต่ำกว่า อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาว

นอกจากนี้ แบรนด์ยังพึ่งพาวัตถุดิบจากประเทศไทยเป็นหลัก ทำให้มีความเสี่ยงหากเกิดเหตุการณ์ที่กระทบต่อซัพพลายเชนในประเทศ

ในขณะเดียวกัน ตลาดจีนเองก็เริ่มมีการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น จากทั้งแบรนด์ท้องถิ่นและแบรนด์ต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น Vita Coco, Kara, หรือกลุ่มเครื่องดื่มทางเลือกอื่นๆ เช่น เครื่องดื่มน้ำอัดลมและชาไม่มีน้ำตาลที่มาแรงในกลุ่มวัยรุ่น

DITP ยังแนะนำด้วยว่าผู้ประกอบการไทย จควรพิจารณาพัฒนาสินค้าให้หลากหลายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มสุขภาพ เช่น ขนมจากมะพร้าว โปรตีนบาร์ หรือเครื่องดื่มฟังก์ชันที่มีส่วนผสมของวิตามินและโพรไบโอติก

พร้อมทั้งขยายตลาดไปยังประเทศในอาเซียนที่กำลังเติบโต เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดจีนเพียงแห่งเดียว

ขณะเดียวกันควรลงทุนในช่องทางการขายที่เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง เช่น TikTok Store หรือ Mini Program บน WeChat เพื่อสร้างฐานลูกค้า ลดการพึ่งพาตัวแทน และควบคุมการสื่อสารแบรนด์ได้อย่างใกล้ชิด หากสามารถดำเนินการได้ตามแนวทางเหล่านี้ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ไทยในตลาดจีนได้อย่างยั่งยืน

#TheStructure
#TheStructureNews
#จีน #IF #DITP

อ่านรายงานฉบับเต็มของ DITP: https://www.ditp.go.th/post/emwci3clngtqijai4m1w2wlw

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...