ใช้แค่ 46 คน สร้างยอดขาย 5.7 หมื่นล้าน ‘พาณิชย์’ เผยบทสรุปความสำเร็จของแบรนด์ IF ในตลาดจีน ครองความเป็นเจ้าตลาดน้ำมะพร้าวในจีนได้ 5 ปีซ้อน
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) รายงานว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เครื่องดื่มน้ำมะพร้าวแบรนด์ไทย “IF” (溢福) กลายเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็วในตลาดจีน แม้มีทีมงานเพียง 46 คน แต่สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 1.58 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 57,000 ล้านบาท )ในปี 2567 และครองส่วนแบ่งตลาดน้ำมะพร้าวอันดับหนึ่งในจีนต่อเนื่อง 5 ปี ด้วยกลยุทธ์ที่เข้าใจผู้บริโภคชาวจีนที่ใส่ใจสุขภาพและความน่าเชื่อถือของสินค้า
ซึ่งความสำเร็จของแบรนด์ฯ เกิดจากกลยุทธ์ธุรกิจที่เข้าใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง โดยมีการเน้นผู้บริโภคในเมืองช่วงอายุ 20-45 ปี โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เร่งรีบและใส่ใจสุขภาพ เช่น พนักงานออฟฟิศ นักกีฬา และครอบครัวรุ่นใหม่
อีกทั้งยังมีการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์แบบโปร่งใสและมีความทันสมัย ช่วยให้ผู้บริโภคมองเห็นสินค้าภายในได้อย่างชัดเจน เพิ่มความเชื่อมั่นในด้านคุณภาพและความสะอาด
นอกจากนี้ แบรนด์ยังมีกลยุทธ์การตลาดที่ตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัล โดยเลือกใช้ “เซียวจ้าน” นักแสดงและดาราชื่อดังของวงการบันเทิงจีนเป็นพรีเซนเตอร์ และการออกเวอร์ชันพิเศษร่วมกับแบรนด์ดังอย่าง POP MART ในการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและขยายฐานผู้บริโภค
อีกทั้งยังมีการสร้างสรรค์สินค้าใหม่ที่สอดคล้องกับเทรนด์ของตลาดมากขึ้น เช่น “ลาเต้นมมะพร้าว” ที่ร่วมกับแบรนด์ Luckin Coffee และสามารถสร้างยอดขายสูงถึง 3 ล้านแก้วภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์
ความสำเร็จของแบรนด์ IF ไม่ได้เกิดจากคุณภาพของสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการวางระบบซัพพลายเชนที่มีประสิทธิภาพ โดยแบรนด์เลือกใช้วัตถุดิบจากสวนมะพร้าวน้ำหอมในประเทศไทยที่มีกำลัง การผลิตมากถึง 500 ล้านลูกต่อปี ซึ่งช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบได้ถึงร้อยละ 18 เมื่อเทียบกับคู่แข่ง
พร้อมกับสร้างข้อได้เปรียบเชิงรสชาติที่ยากต่อการลอกเลียนแบบ และสามารถก้าวขึ้นเป็นแบรนด์น้ำมะพร้าวที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงที่สุดในประเทศจีน โดยในปี 2567 มีส่วนแบ่งตลาดสูงถึงร้อยละ 34 และครองอันดับหนึ่งในกลุ่มสินค้าประเภทเดียวกันต่อเนื่องกันถึง 5 ปี
นอกจากนี้ แบรนด์ยังมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย ทั้งในรูปแบบออนไลน์ เช่น Tmall และ JD.com รวมถึงช่องทางออฟไลน์ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ฟิตเนสคลับ และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ ซึ่งทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในเมืองใหญ่ได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม แม้จะประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดจีน แต่แบรนด์ IF ก็ยังคงมีความเสี่ยงในด้านโครงสร้างรายได้ที่พึ่งพาตลาดจีนมากถึงร้อยละ 97 และร้อยละ 95.6 ของรายได้มาจากน้ำมะพร้าวเพียงชนิดเดียว สะท้อนถึงการพึ่งพาสินค้าและตลาดในระดับที่ค่อนข้างสูง
ซึ่งหากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป หรือมีคู่แข่งท้องถิ่นที่สามารถเลียนแบบสินค้าแบบเดียวกันได้ในราคาที่ต่ำกว่า อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาว
นอกจากนี้ แบรนด์ยังพึ่งพาวัตถุดิบจากประเทศไทยเป็นหลัก ทำให้มีความเสี่ยงหากเกิดเหตุการณ์ที่กระทบต่อซัพพลายเชนในประเทศ
ในขณะเดียวกัน ตลาดจีนเองก็เริ่มมีการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น จากทั้งแบรนด์ท้องถิ่นและแบรนด์ต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น Vita Coco, Kara, หรือกลุ่มเครื่องดื่มทางเลือกอื่นๆ เช่น เครื่องดื่มน้ำอัดลมและชาไม่มีน้ำตาลที่มาแรงในกลุ่มวัยรุ่น
DITP ยังแนะนำด้วยว่าผู้ประกอบการไทย จควรพิจารณาพัฒนาสินค้าให้หลากหลายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มสุขภาพ เช่น ขนมจากมะพร้าว โปรตีนบาร์ หรือเครื่องดื่มฟังก์ชันที่มีส่วนผสมของวิตามินและโพรไบโอติก
พร้อมทั้งขยายตลาดไปยังประเทศในอาเซียนที่กำลังเติบโต เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดจีนเพียงแห่งเดียว
ขณะเดียวกันควรลงทุนในช่องทางการขายที่เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง เช่น TikTok Store หรือ Mini Program บน WeChat เพื่อสร้างฐานลูกค้า ลดการพึ่งพาตัวแทน และควบคุมการสื่อสารแบรนด์ได้อย่างใกล้ชิด หากสามารถดำเนินการได้ตามแนวทางเหล่านี้ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ไทยในตลาดจีนได้อย่างยั่งยืน
#TheStructure
#TheStructureNews
#จีน #IF #DITP
อ่านรายงานฉบับเต็มของ DITP: https://www.ditp.go.th/post/emwci3clngtqijai4m1w2wlw