โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ปี24 “ThaiESG” ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -3.41%... ส่วน “ThaiESG-ตราสารหนี้” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุดเฉลี่ย +6.44% “หุ้นไทย” ไม่ดี ทำเงินไหลเข้า “กองตราสารหนี้” สูงสุด 1.6 หมื่นลบ. !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ม.ค. 2568 เวลา 16.54 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

Wealthy Way: ในปี2024 ถือเป็นปีแรกของ “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (ThaiESG) ใน “เวอร์ชั่นใหม่” (ปี2024-2026) กับเงื่อนไขเพิ่มวงเงินลดหย่อนเพิ่มขึ้นเป็น 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท และลดระยะเวลาลงทุนเหลือเพียง 5 ปี นับจากวันที่ซื้อ
ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยสินทรัพย์สุทธิ (AUM) ของกองทุน ThaiESG” ในปีที่ผ่านมานั้น เพิ่มขึ้นเป็น 3.0 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น +461.93% จากสิ้นปีก่อนที่ 5.3 พันล้านบาท เท่านั้น
ทั้งนี้พบว่า “กองทุนตราสารหนี้” มีส่วนแบ่งสูงสุด 47.20%, ตามมาด้วย “กองทุนหุ้น” 39.74% และ “กองทุนผสม” 13.06% ตามลำดับ
โดยมียอดเงินไหลเข้าสุทธิสูงถึง 2.6 หมื่นล้านบาท กองทุน Thai ESG” เริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในไตรมาส 4/24 ที่มีเงินไหลเข้าสูงถึงเกือบ 2.3 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 88% ของเงินไหลเข้าทั้งปีเลยทีเดียว
ภาพรวมของกองทุน ThaiESG” ในปี2024 ที่ผ่านมาเป็นยังไง ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีข้อมูลที่น่าสนใจจากทาง Morningstar” มาฝากกัน

ThaiESG–ตราสารหนี้” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุดปี24 เฉลี่ย +6.44%…“บลจ.กสิกรไทย” แชมป์ส่วนแบ่งสูงสุด 26%

จากข้อมูลของ “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” เปิดเผยผ่านรายงานว่า สำหรับกองทุน ThaiESG” แม้จะลงทุนในไทยได้เท่านั้น แต่ก็มีกลยุทธ์การลงทุนที่หลากหลายทั้งกองทุนตราสารหนี้ กองทุนผสม และกองทุนหุ้น ในปี2024 กองทุน Thai ESG” โดยรวมมีผลตอบแทนเฉลี่ย -3.4% ในขณะที่ “กองทุนตราสารหนี้” สร้างผลตอบแทนสูงสุดเฉลี่ย 6.44% ในทางตรงกันข้าม “กองทุนหุ้น” ปรับตัวลดลงติดลบมากที่สุดมีผลตอบแทนเฉลี่ย -4.24% ในขณะที่ “กองทุนผสม” ผลตอบแทนติดลบเฉลี่ย -0.71%
สำหรับกองทุน Thai ESG” ที่มีผลตอบแทนสูงสุด 5 อันดับแรกในปี24 นำมาโดย

1) “KKP GB THAI ESG” (ตราสารหนี้) ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร +6.44%
2)
K-TNZ-ThaiESG” (หุ้น) ของบลจ.กสิกรไทย +3.55%
3)
ONE-THAIESG” (หุ้น) ของบลจ.วรรณ +2.99%
4)
“ASP-ThaiESG” (หุ้น) ของบลจ.แอสเซท พลัส +2.47%
5)
“SCBTM(ThaiESG)” (กองทุนผสม) ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +0.14%

ทั้งนี้ “บลจ.กสิกรไทย” มีการเติบโตอย่างโดดเด่นในปีที่ผ่านมา และกลายเป็น บลจ.ที่มีทรัพย์สินสุทธิเป็น “อันดับ 1” ของอุตสาหกรรมในกลุ่มกองทุน “Thai ESG” คิดเป็นมูลค่าประมาณ 8.2 พันล้านบาท หรือประมาณ 26% ของตลาดโดยรวม ตามมาด้วย “บลจ.ไทยพาณิชย์” มีมูลค่าทรัพย์สิน 5.9 พันล้านบาท และ อันดับที่ 3 “บลจ.บัวหลวง” 5.6 พันล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดประมาณ 18% และ 17% ตามลำดับ
“ทั้งนี้ จะเห็นว่าส่วนแบ่งตลาดค่อนข้างมีความกระจุกตัวใน ‘บลจ.ขนาดใหญ่’ โดยหากนับเฉพาะ บลจ. 5 อันดับแรก มีส่วนแบ่งรวมกันเกือบ 84% เลยทีเดียว”
นอกจากนี้ ในด้านเงินไหลเข้าสุทธิ “บลจ.กสิกรไทย” ก็ครองตำแหน่ง บลจ. ที่มีเงินไหลเข้าสุทธิมากที่สุดเช่นกัน โดยมีเงินไหลเข้า 6.8 พันล้านบาท ทิ้งห่าง บลจ. อันดับ 2 และ 3 อย่าง “บลจ.บัวหลวง” และ “บลจ.ไทยพาณิชย์” ซึ่งมีเงินไหลเข้าใกล้เคียงกันที่ประมาณ 4.6 ล้านบาท

ThaiESG-ตราสารหนี้” แชมป์เงินไหลเข้าสุทธิมากสุด 1.6 หมื่นล้านบาท…“K-ESGSI-ThaiESG” แชมป์เงินไหลเข้าสุทธิสูงสุด 4.5 พันล้านบาท

ไม่เพียงเท่านี้ “กองทุนตราสารหนี้” ยังเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ทั้งในแง่มูลค่าทรัพย์สิน, อัตราการเติบโต และเงินไหลเข้าสุทธิ โดยมี มูลค่าทรัพย์สินสุทธิประมาณ 1.65 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 51% ของตลาด ในขณะที่ “กองทุนหุ้น” มีมูลค่าประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท คิดเป็นเพียง 35% และมีอัตราการเติบโตต่ำสุดเมื่อเทียบกับกองทุนประเภทอื่นๆ
“นอกจากนี้ ‘กองทุนตราสารหนี้’ ยังมีเงินไหลเข้ามากที่สุดเช่นกัน โดยมีเงินไหลเข้าประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับเงินไหลเข้าทั้งหมดที่ 2.6 หมื่นล้านบาท หรือเป็นสัดส่วนสูงถึง 61% รองลงมาคือ ‘กองทุนหุ้น’ และ ‘กองทุนผสม’ ซึ่งมีเงินไหลเข้าประมาณ 6.9 พันล้านบาท และ 3.2 พันล้านบาทตามลำดับ”

“กองทุนตราสารหนี้” ยังครองตำแหน่งกองทุนที่มี “ขนาดใหญ่ที่สุด” ของอุตสาหกรรมเช่นกัน โดยกองทุน KKP GB THAI ESG” ของ บลจ.เกียรตินาคินภัทร ซึ่งเป็นกองทุน ThaiESG” ประเภทตราสารหนี้กองแรกของไทย นับเป็นกองทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 4.7 พันล้านบาท นอกจากนี้ จาก 5 อันดับแรกของกองทุน ThaiESG” ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด พบว่าเป็นกองทุนประเภท “ตราสารหนี้” ถึง 3 กองทุน
“ในขณะที่กองทุน ‘Thai ESG’ ที่มีเงินไหลเข้าสูงสุด 5 อันดับแรก เป็น ‘กองทุนตราสารหนี้’ ถึง 4 กอง ซึ่งกองทุนที่มีเงินไหลเข้ามากที่สุด คือ กองทุน ‘K-ESGSI-ThaiESG’ ของ บลจ.กสิกรไทย ซึ่งมีเงินไหลเข้าเกือบ 4.5 พันล้านบาท รองลงมาคือกองทุน ‘KKP GB THAI ESG’ ที่มีเงินไหลเข้าประมาณ 4 พันล้านบาท”
จะเห็นว่าถึงแม้ว่าผลตอบแทนโดยเฉลี่ยของกองทุน “Thai ESG” จะ “ติดลบ” แต่ผลงานในปี24 สะท้อนให้เห็นว่าในทุกประเภทสินทรัพย์มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ลงทุนได้ เมื่อประกอบกับผลประโยชน์จาก “การลดหย่อนภาษี” และเงื่อนไขการลงทุนที่ผ่อนคลายลง “น่าสนใจมากขึ้น” จึงทำให้กองทุน “Thai ESG” ยังเป็นหนึ่งในทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ลงทุนที่กำลังมองหากองทุนเพื่อลดหย่อนภาษีอยู่นั่นเอง
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...