5 สเต็ปยอมรับคำวิจารณ์อย่างคนใจแกร่ง กล้าตำหนิ ก็กล้าเปลี่ยนแปลง ! - ห้องแนะแนว

LINE TODAY เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2562 เวลา 17.00 น. • nawa.

ปลายปีแล้ว เป็นอีกช่วงที่หลาย ๆ คนเริ่มจะมองย้อนกลับไปสำรวจตัวเองว่าปีที่ผ่านมาชีวิตต้องเจอกับอะไรมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องรัก เรื่องชีวิตส่วนตัว หรือเรื่องอื่น ๆ เป็นธรรมดาที่มีทั้งด้านดีและด้านที่ไม่ค่อยพอใจนัก ส่วนในมุมที่ไม่ดีนั้น ประเด็นสำคัญคือเราสามารถยอมรับมันได้หรือเปล่า

คำวิจารณ์ หรือคำติชมจากคนรอบข้างเป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กัน แต่เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยเวลาได้รับฟังฟีดแบ็กจากคนอื่น มักจะตีความไปในทางลบไว้ก่อน แน่นอนมันอาจทำให้เกิดอารมณ์ไม่พึงพอขึ้นมาได้เป็นธรรมดา แต่เชื่อเถอะว่าคำวิจารณ์ต่าง ๆ เหล่านั้นย่อมมีประโยชน์ต่อตัวเรา หากยอมรับฟังและนำไปพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้น 

เรามาลองดูวิธีคิดให้รู้จักยอมรับคำวิจารณ์เหล่านั้นอย่างเต็มใจ ไม่โกรธ ไม่เคือง แต่น้อมรับคำติชมนั้นได้อย่างสุขใจกันดีกว่าค่ะ

1 นิ่งไว้ในขั้นแรก

เข้าใจค่ะ เวลาได้ยินได้ฟังคำตำหนิบางอย่าง เรามักเกิดอารมณ์ไม่พึงพอใจในแว้บแรก เป็นธรรมดาของมนุษย์อย่างเรา เพราะเรามักคิดเสมอว่าเราทำดีมากเพียงพอแล้ว ทำไมคนอื่นต้องมาบั่นทอนจิตใจเราด้วย หรือคิดว่าเขาไม่ชอบเราหรือเปล่าถึงมาว่ากันแบบนี้ สารพัดความคิดติดลบ ณ เวลานั้นพรั่งพรูเข้ามาในใจ แต่นั่นแหละ ทุกคนย่อมมีจุดด้อย หากมีใครสักคนบอกข้อเสียกับเรา เราควรยินดีรับรู้รับฟัง ไม่โต้ตอบสวนไปอย่างใจร้อน ก้าวข้ามอารมณ์ไปให้ได้ แล้วทุกอย่างจะดีเอง ลอยตัวเหนือความรู้สึกไปก่อนค่ะ สติมาปัญญาเกิด

2 เปิดใจให้กว้าง

เมื่อผ่านพ้นอารมณ์ไม่ดีในช่วงแรกมาได้แล้วนั้น ต่อไปคือการตั้งใจฟังข้อด้อยของเราจากคำตำหนิติชมที่ได้รับมา แล้วเปิดใจให้กว้าง ไม่มีอคติต่อคนพูด ไม่กล่าวร้ายกลับไป พึงจดจำไว้เสมอว่า คำวิจารณ์จะเป็นยารักษาตัวเราเอง มันมีประโยชน์มากนะคะ ดีมากทีเดียวที่มีคนกล้าจะวิจารณ์เราให้เรามีโอกาสเห็นข้อบกพร่อง เราส่องกระจกมุมเดียวเห็นตัวเองได้ไม่หมดหรอกค่ะ บางครั้งบางคราก็ต้องอาศัยผู้อื่นเข้ามาช่วย ใจกว้างที่จะยอมรับฟังมุมที่ไม่น่ารักของเราจากคนรอบข้างบ้างก็จะดี ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าคำวิจารณ์นั้นจะมาในรูปแบบของการทำลาย หรือเชิงสร้างสรรค์ ก็ล้วนแต่มีคุณค่าต่อการพัฒนาตัวเองอย่างแน่นอน หากใจเรากล้ายอมรับซะอย่าง 

3 คิดไตร่ตรอง

พอได้ยินได้ฟังคำติชมเหล่านั้นแล้ว ต่อไปต้องเริ่มคิดวิเคราะห์ด้วยตัวเราเองว่า คำบอกเล่าทั้งหมดนั้นมีข้อไหนบ้างที่เราสามารถปรับปรุงได้อย่างไวที่สุด ลองมองย้อนกลับไปว่า เพราะอะไรเราถึงเลือกทำแบบนั้น หากไม่เลือกการกระทำเช่นนั้นแล้วสามารถแสดงออกแบบอื่นได้อย่างไรบ้าง หรือจะหาวิธีควบคุมพฤติกรรมเหล่านั้นได้อย่างไร หรือในกรณีที่คิดแล้วว่าสิ่งที่ทำลงไป เราถูกต้อง ก็อธิบายฝ่ายตรงข้ามไปอย่างใจเย็นและมีเหตุผล เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง

4 มองหาคำแนะนำ

หากตัวคนเดียวคิดแล้วไม่ไหว ก็ลองปรึกษาคนรอบตัวดูได้นะคะ หลายหัวดีกว่าหัวเดียว แต่ต้องมั่นใจว่าคนที่เราเลือกจะปรึกษาหาคำแนะนำนั้น มีเหตุผลและเป็นกลางพอที่จะชี้แนวทางให้กับเราได้ ไม่ใช่เลือกพูดคุยกับเพื่อนสนิทที่เอาแต่เข้าข้างเราอยู่ตลอด แบบนั้นก็เปล่าประโยชน์ ไม่ได้พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเลย เรื่องบางเรื่องต้องใช้ประสบการณ์จากคนอื่นมาเป็นบทเรียนให้เราเองบ้างเช่นกัน จะได้รับมือกับคำวิจารณ์และนำไปเปลี่ยนแปลงตนเองได้อย่างมืออาชีพ

5 ให้โอกาสตัวเอง

เปลี่ยนความคิด ชีวิตเปลี่ยนนะคะ อย่ามองคำตำหนินั้นเป็นความล้มเหลวเด็ดขาด! อย่ามัวแต่จมปลักกับคำวิจารณ์เหล่านั้น จนไม่เป็นอันทำอะไร จงมองว่าฟีดแบ็กที่ได้รับมาเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งในชีวิต ยอมรับและนำมาปรับปรุงปรับใช้ เพราะว่าคนเราสามารถดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เราต่างหากที่ต้องขอบคุณคนเหล่านั้นด้วยซ้ำที่มอบคำวิพากษ์วิจารณ์ที่มีคุณค่าให้

เมื่อก่อนเราก็เป็นคนหนึ่งที่เวลาได้รับคำติแล้วจะรู้สึกแย่ ไม่ยอมรับความจริงว่าเป็นเช่นนั้น แต่พอเปิดใจให้กว้าง ทำความเข้าใจว่าในคำวิจารณ์ย่อมมีเหตุผลดี ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงเราได้อยู่ จากนั้นจึงยิ้มรับทุกคอมเมนต์ แล้วนำมาพัฒนาตนเอง แม้ว่าเสี้ยววินาทีอาจจะยังรู้สึกไม่ดีอยู่บ้าง แต่โฟกัสด้านดีได้มากขึ้นกว่าเดิมค่ะ อยากให้ทุกคนลองนำไปปรับใช้ปรับความคิดกันดูนะคะ ปีใหม่มาเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่ไปด้วยกันค่ะ