5 สาเหตุ ดึง “ราคาทองคำในประเทศ” ร่วงแรง ตลอดวันผันผวนหนัก 42 ครั้ง

PPTV HD 36 อัพเดต 12 ส.ค. 2563 เวลา 10.13 น. • เผยแพร่ 12 ส.ค. 2563 เวลา 10.12 น.
5 สาเหตุ ดึง “ราคาทองคำในประเทศ” ร่วงแรง ตลอดวันผันผวนหนัก 42 ครั้ง
ช่วงวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมาราคาทองในประเทศปรับตัวขึ้นไปสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 30,000 บาท ก่อนที่จะเริ่มนิ่งจนกระทั่งค่อยๆ ปรับตัวลงแรงช่วงเช้า (12 ส.ค.) 1,400 บาท และมีช่วงหนึ่งที่ลดลงไปถึง 1,550 บาท จากนั้นตลอดวันผันผวน 42 ครั้ง

โดยราคาทองล่าสุดที่ นิวมีเดีย พีพีทีวี เขียนอยู่นี้ มีความผันผวนขึ้นๆ ลงๆ ที่ 42  ครั้งในรอบวัน ซึ่งช่วงหนึ่งลดลงไปรวมแล้ว 1,550 บาท โดยล่าสุด ราคาทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 28,300 บาท ขายออกบาทละ 28,400 บาท ราคาทองคำรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 27,788.28 บาท ขายออกบาทละ 28,900 บาท

ราคาทองร่วงทีเดียว 1,400 บาท

ซึ่งสาเหตุที่ทองไทยดิ่งลงแรงขนาดนี้ บทวิเคราะห์จากบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ระบุว่า ราคาทองคําวานนี้ (11 ส.ค.) ปิดดิ่งลงถึง 116.65 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแรงกดดันจากหลายปัจจัย ได้แก่

อัปเดตข่าว สถานการณ์ โควิด-19 ทั่วโลก ล่าสุด 12 ส.ค.63

1. ข่าวที่ว่ารัสเซียประกาศว่าได้อนุมัติวัคซีนต้านโควิด-19 เป็นประเทศแรกของโลกช่วยจุดประกายความหวังเกี่ยวกับการแข่งขันกันผลิตวัคซีนดังกล่าว หากประสบความสําเร็จจะช่วยลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ ซึ่งปัจจัยนี้กดดันให้เกิดแรงขายในสินทรัพย์ปลอดภัย

2.การเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐที่เพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือน ก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน “สูงกว่า” ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ว่า ดัชนี PPI จะปรับตัวขึ้น 0.3%

3.บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปีปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือนที่ 0.655% หลังแตะระดับ 0.661% ซึ่งเป็นระดับสูงสุด นับตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค.โดยพุ่งขึ้นจากระดับตํ่าสุด 0.504% ในวันพฤหัสบดีที่แล้ว หลังจากมีแรงขายพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐดีเกินคาดต่อเนื่อง รวมถึงข่าวรัสเซียจดทะเบียนวัคซีนต้านโควิด-19

4. ดัชนีดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น 0.05% ขณะที่การอ่อนค่าของดอลลาร์ชะลอตัวอย่างชัดเจนนับตั้งแต่ตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐดีเกินคาด

และ 5.แรงขายทางเทคนิค(Sell Stop) หลังราคาทองคําร่วงหลุดแนวรับหลายแนว ปัจจัยที่กล่าวมากดดันให้ราคาร่วงลงอย่างหนักเมื่อคืนนี้ ต่อเนื่องมาจนถึงเช้าวันนี้จนหลุด 1,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําลดลง -4.19 ตัน

แต่ยังต้องรอติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (CPI)ของสหรัฐในวันนี้ (12ส.ค.) ว่าจะเข้ามามีผลต่อราคาทองคำให้เป็นไปในทิศทางใด

สถิติใหม่ ราคาทองพุ่งแรงทะลุบาทละ 3 หมื่นบาท

อย่างไรก็ตาม หลังจากราคาทองทิ้งจะตัวลงแรง แม้ว่าราคาจะดีดตัวขึ้นได้บ้าง แต่ยังคงมีแรงขายกดดันให้ราคา ฟื้นตัวขึ้นในระดับจํากัด ซึ่งหากการดีดตัวของราคายังไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านระดับ 1,922-1,929 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทําให้เกิดแรงขายกดดันให้ปรับตัวลงสู่แนวรับ ระดับ 1,889-1,879 ดอลลาร์ต่อออนซ์และแนวรับถัดไปโซน 1,863 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งราคายังคงมีความผันผวนในระดับสูง

คำแนะนำในการลงทุน คือ หากมีการดีดตัวขึ้นไปยังคงแนะนําเสี่ยงเปิดสถานะขายในโซน 1,929-1,947 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากยืนเหนือ 1,947 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้) ชะลอการซื้อคืนหากราคาหลุดโซน 1,889-1,879 ดอลลาร์ ต่อออนซ์

นักลงทุนกังวลโควิด-19 หันลงทุนทองคำ มากสุดเป็นประวัติการณ์

10 ประเทศที่ถือครอง "ทองคำสำรอง" มากที่สุดของโลก

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ