5 ยักษ์ใหญ่ กำลังรุกธุรกิจ “ร้านอาหาร”

Wealthy Thai อัพเดต 25 พ.ย. 2562 เวลา 04.43 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2562 เวลา 04.43 น. • wealthythai
5  ยักษ์ใหญ่ กำลังรุกธุรกิจ “ร้านอาหาร”

ธุรกิจอาหารกลายเป็นสิ่งที่ถูกจับตามองทันทีหลังจาก ข่าว “ไมเนอร์” หรือ MINT เข้าซื้อร้าน Bonchon ร้านอาหารสไตล์เกาหลี ด้วยเงินลงทุน 2,000 ล้านบาท เป็นอีกหนึ่งพอร์ตอาหารของ MINT  ทั้งนี้การเข้าซื้อ  Bonchon เป็นสิ่งสะท้อนว่าธุรกิจอาหารกำลังเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจของธุรกิจยุคใหม่
MINT ไม่ใช่รายแรกที่เข้ารุกธุรกิจอาหารก่อนหน้านี้มียักษ์ใหญ่หลายกลุ่มที่เข้ามาขยายตลาดในกลุ่มนี้ ทำให้ วันนี้ Wealthy Thai ชวนมาแกะรอยธุรกิจร้านอาหารในไทยว่าเป็นยังไงบ้าง และใครเป็นผู้คุมแบรนด์ไหนกันบ้าง

 

 

Bonchon จิ๊กซอว์ช่วยเติมเต็ม

ถ้าเราดู “แบรนด์ร้านอาหาร” ในเครือไมเนอร์ทั้งหมด จะพบว่าร้านอาหาร 3 ลำดับแรกที่มีจำนวนสาขามากที่สุดคือ “เดอะ พิซซ่า คอมปะนี” ปี 2561 มีจำนวน 528 สาขาทั่วโลก รองลงมาคือ “เดอะ คอฟฟี่ คลับ” ที่มีจำนวนร้านอาหาร 438 สาขาทั่วโลก รวมถึงไทยด้วย และลำดับที่ 3 คือ “แดรี่ควีน” รวม 254 สาขา โดยสาขาส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย
นอกจากนี้ Minor Food ได้ลงทุนใน “เบนิฮานา” เครือร้านอาหารเทปันยากิสไตล์ญี่ปุ่นชั้นนำระดับโลกด้วย ในสัดส่วนการลงทุน 75% ทั้งนี้ปีที่แล้วบริษัมมีรายได้จากการดำเนินงานในธุรกิจอาหาร 23,484 ล้านบาท และการเข้าซื้อ Bonchon ถือว่าเป็นจิ๊กซอว์ที่สำคัญของ MINT ที่เติมเต็มพอร์ตอาหาร ทำให้ MINT มีพอร์ตอาหารที่ครอบคลุมความนิยมของคนไทยทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอาหารตะวันตก อาหารญี่ปุ่น และ อาหารเกาหลี
แล้วด้วยการที่ตลาดหลักของ MINT อยู่ในไทย จีนและออสเตรเลีย เพราะฉะนั้นการเข้าซื้อกิจการร้านอาหารของ Minor Group โดยMINTมีส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) สูงสุด 3 ลำดับแรก จากมูลค่าตลาดรวมที่ประมาณ 72,716 ล้านบาท

 

 

 

สิงห์ ปักธง ซานตา เฟ่ สเต็ก 

ลำดับต่อมาคือ เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้เอง กลุ่มเบียร์สิงห์หรือกลุ่มบุญรอดบริวเวอรี่ เข้าซื้อกิจการ “ซานตา เฟ่ สเต็ก” ผ่านบริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ จำกัด ที่มี ปิติ ภิรมย์ภักดี” นั่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  โดยการลงทุนในครั้งนี้ใช้เงินลงทุน 1,500 ล้านบาท เข้าถือหุ้นในสัดส่วน 88% ตรงกับเป้าหมายของกลุ่มบุญรอดฯ ที่ต้องการขยายฐานธุรกิจนอนแอลกอฮอล์มากขึ้น ตามเป้าหมายที่กลุ่มบุญรอดฯ ตั้งเป้าว่ากลุ่มธุรกิจอาหาร จะมีรายได้ 4,000 ล้านบาท ในอีก 3 ปีข้างหน้า
ซึ่งจะสังเกตว่าในช่วงหลังๆ (ก่อนจะมีดีลซื้อกิจการ) เราจะเห็นว่าในร้านซานตา เฟ่ มีขายไฮเนเก้น 0.0 หรือเบียร์ 0% ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การซื้อกิจการในครั้งนี้น่าจะมีการพิจารณาอย่างรอบครอบและมีแผนที่ชัดเจนมาก่อนหน้าแล้ว เพราะฉะนั้นซานตา เฟ่ ในมือของกลุ่มเบียร์สิงห์ก็มีอะไรน่าติดตาม เพราะอย่างที่รู้กันว่ามาร์เก็ตแชร์ของเบียร์สิงห์ โดยเฉพาะ “เบียร์ลีโอ” ที่ถูกปากคนไทย ก็ถูกพัฒนาสูตรใหม่ให้รสชาติพรีเมี่ยมมากขึ้น

 

 

เจ้าสัวเจริญยึดแลนด์มาร์ค ‘Starbuck’

ลำดับที่ 3 เมื่อกลางปี 2562 “กลุ่มไทยเบฟเวอเรจ” ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เข้าซื้อร้านกาแฟสตาร์บัค ร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุดในโลกจาก  Coffee Concepts Thailand เพื่อบริหารร้านสตาร์บัคในไทย โดยไทยเบฟจะดำเนินการผ่าน Maxim’s Caterers Limited และ F&N Retail Connection บริษัทในเครือที่ดำเนินกิจการร้านอาหารเฉพาะ
ซึ่งตามสไตล์เจ้าสัวเจริญคือลุยทั้งภูมิภาค โดยเฉพาะในซีแอลเอ็มวี ที่เศรษฐกิจกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว การเข้าไปทำการตลาดระหว่างที่ประเทศกำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ย่อมได้เปรียบและสร้างกำไรอันมหาศาลในอนาคต ในฐานะเป็นบริษัทแรกๆ ที่แลนด์ดิ้งบุกทำธุรกิจ
เมื่อไทยเบฟปั้นธุรกิจเป็นบริษัทแอลกอฮอล์-เครื่องดื่มเบอร์หนึ่งในภูมิภาคมาแล้ว การจะลุยธุรกิจ “กาแฟ” ก็ไม่น่าจะใช่เรื่องยาก

 

 

มหากิจศิริ ส่ง “พิซซาฮัท-ทาโก้เบลล์” เข้าแข่งขัน

ลำดับที่ 4 คือ กลุ่มมหากิจศิริ หรือบริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) ในชื่อย่อหุ้น TTA ซึ่งปัจจุบันถือหุ้นพีเอช แคปิตอล ซึ่งเป็นบริษทย่อยได้รับสิทธิ์ในการบริหารแฟรนไชส์ “พิซซ่าฮัท” จาก ยัม! แบรนด์ส อิงค์ ในปี 2560 โดยไตรมาส 3 ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์บล.ฟิลลิป ให้ข้อมูลว่า TTA เปิดสาขาพิซซ่าฮัทเพิ่มอีก 3 สาขา นอกจากนี้ธุรกิจร้านอาหาร ยังมี “ทาโก้เบลล์” ร้านอาหารเม็กซิกันชื่อดัง ดำเนินงานโดยสยาม ทาโก้ ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินการร้านอาหารของกลุ่ม ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมาก็เพิ่งเปิดสาขาใหม่ที่เซ็นทรัล พลาซ่า ปิ่นเกล้า ตั้งเป้าขยายสาขาทาโก้เบลล์ 40 สาขาภายใน 5 ปีนี้
แม้ว่าจะดูเหมือนไม่เยอะ แต่กลุ่มมหากิจศิริปักหมุดร้านอาหารย่านทองหล่อ จับกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง เช่น Muteki, Cinnabon, Maison de la truffe เป็นต้น

 

 

Zen กับพอร์ตอาหารที่หลากหลาย พร้อมจะทำกำไรนิวไฮใน Q4 นี้  

และสุดท้ายคือ กลุ่มจิราธิวัฒน์หรือกลุ่มเซ็นทรัล มีพอร์ตร้านอาหารในมือ นั่นก็คือเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ZEN ที่เข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์เมื่อช่วงต้นปี 2562 ที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งความได้เปรียบของ ZEN คือ เมื่อมีผู้ถือหุ้นเป็นเซ็นทรัล การเติบโตในห้างของ ZEN ย่อมได้เปรียบมากกว่า
แบรนด์ร้านอาหาร เช่น Zen, AKA, on the table, ตำมั่ว, เขียง, ลาวญวน  ผู้นำธุรกิจด้านอาหาร มีความเชี่ยวชาญการบริหารร้านอาหารไทยและญี่ปุ่นชั้นนำในเครือทั้งหมด 13 แบรนด์ โดยปัจจุบันมีกว่า 240 สาขา
โดยบล.หยวนต้า (ประเทศไทย)  ประเมินว่า แนวโน้มกำไรไตรมาส 4/2562 จะทำระดับสูงสุดใหม่เนื่องจาก 1.เข้าสู่ High season 2.การท่องเที่ยวฟื้นตัว ทั้งจากมาตรการชิม ช้อป ใช้ และนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาฟื้นตัว 3.ไม่มีการเปิดสาขาใหม่มากนัก 4.ลดการทำส่งเสริมการขายกับลูกค้ากลุ่ม Delivery หลังสร้างการรับรู้แล้ว 5.มีสาขาที่เปิดจำนวนมากในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ทั้งจากแบรนด์เก่าและใหม่สร้างรายได้ เต็มที่ และ 6.มีจำนวนสาขาแฟรนไชส์รอโอนมากที่สุดของปี

ดูข่าวต้นฉบับ