4 เรื่องต้องรู้ ก่อนลงทุน ‘หุ้นโรงไฟฟ้า’

The Bangkok Insight อัพเดต 23 ต.ค. 2562 เวลา 13.14 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2562 เวลา 01.30 น. • The Bangkok Insight
4 เรื่องต้องรู้ ก่อนลงทุน ‘หุ้นโรงไฟฟ้า’

ธุรกิจโรงไฟฟ้าโดยเฉพาะพลังงานสะอาด เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ถูกหมายตาว่า จะเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตกลุ่มต่อไป เพราะธุรกิจดังกล่าวจะมาทดแทนพลังงานยุคเก่าๆ อย่างน้ำมัน หรือถ่านหิน เนื่องจากมีปัญหาเรื่องสภาวะแวดล้อม

ด้วยเหตุนี้ทำให้หุ้นโรงไฟฟ้าเป็นกลุ่มที่มองข้ามไม่ได้สำหรับใครที่อยากถือลงทุนในระยะยาว ขณะเดียวกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ หุ้นกลุ้มโรงไฟฟ้าก็เป็นกลุ่มที่มีเสเน่ห์เป็นอย่างมาก เห็นได้จาก มูลค่ากิจการ Market Cap. ที่เติบโตโดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับเรื่องนี้“ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” นักลงทุนสายวีไอชื่อดัง ถึงขนาดให้นิยามว่าหุ้นโรงไฟฟ้าได้กลายร่างจากหุ้น Defensive” มาเป็น “Super Stock”เรียบร้อยแล้ว ด้วยเหตุผล 4 ข้อดังนี้

1. แหล่งทำเงินต้นทุนต่ำ

บริษัทที่ผลิตไฟฟ้าขายเริ่มหันเข้าสู่ไฟฟ้าพลังงานสะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานจากก๊าซธรรมชาติ และพลังงานชีวมวล เป็นต้น ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานต้นทุนต่ำ ด้วยเทคโลยีสมัยใหม่ที่ก้าวหน้ามากขึ้น

ดังนั้น เอกชนที่เข้ามาลงทุนจึงสามารถขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจำนวนมากและมีกำไรดีกว่าธุรกิจผลิตไฟฟ้าแบบดั้งเดิม เป็นสาเหตุว่าทำให้หุ้นโรงไฟฟ้าทดแทนถึงร้อนแรงมากในช่วง 4-5 ปีก่อนหน้านี้

2. ผลประกอบการทรงตัวแข็งแกร่ง

แม้เศรษฐกิจซบเซาในช่วง 1-2 ปีมานี้ ส่งผลให้ Growth Stock กลุ่มอื่นๆ ได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน กลับกันกลุ่มโรงไฟฟ้ากลับยังสามารถยืนระยะมีผลดำเนินงานที่แข็งแกร่งได้ และส่วนใหญ่ก็ยังทำกำไรเพิ่มขึ้นทุกปี 

นั่นก็เพราะธุรกิจมีสัญญาซื้อขายไฟชัดเจนกับการไฟฟ้าและผู้ซื้ออุตสาหกรรมอื่นๆ เพราะฉะนั้น รายได้และกำไรโดยปกติก็ไม่ค่อยลดอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญคือบริษัทโรงไฟฟ้าจำนวนมากเริ่มหันเข้าไปทำโครงการในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ลาว และเวียดนาม จากความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นมหาศาล

3. สภาพคล่องดีเยี่ยม

การที่บริษัทโรงไฟฟ้าไทยสามารถขยายการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างรวดเร็วแบบนี้ เป็นเพราะสภาพคล่องทางการเงินที่ล้นเหลือจากสถาบันการเงินและตลาดเงิน เนื่องจากต้นทุนดอกเบี้ยของไทยต่ำมาก 

เทียบกับตลาดเวียดนามแล้ว เวลากู้เงินบริษัทเอกชนในเวียดนามจะต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงถึง 10% ต่อปี ขณะที่เอกชนไทยอาจจะจ่ายแค่ 5% ต่อปีเท่านั้น จึงเป็นแรงส่งให้ธุรกิจโรงไฟฟ้าขยายตัวเติบโตค่อนข้างไว

4. นักลงทุนไทยชอบสตอรี่

พฤติกรรมของนักลงทุนไทยมักกระโจนเข้าหาหุ้นที่มีสตอรี่โดดเด่น และหากเห็นว่าหุ้นกลุ่มไหนมีการเติบโตเร็วชัดเจน ก็พร้อมที่จะกระโดดเข้าไปซื้อลงทุนหรือเก็งกำไร ทำให้ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นไปเรื่อยๆ ตามรอบ

โดยเฉพาะถ้าหุ้นตัวนั้นมี Free Float น้อยกว่าคนที่เข้าไปเล่น ราคาก็ยิ่งจะปรับตัวขึ้นไปสูงและเร็ว ซึ่งก็ยิ่งเป็นการกระตุ้นให้นักลงทุนรายอื่นเข้าไปซื้อ เพราะคิดว่ามันจะยิ่งสูงขึ้นไปอีก 

ซึ่งนี่คือสิ่งที่กำลังเกิดกับหุ้นโรงไฟฟ้าในไทย เพราะฉะนั้น สิ่งที่ควรระวังเช่นกัน คือ ภาวะ“ฟองสบู่”  เพราะเมื่อใดที่ผลประกอบการเริ่มไม่โตอย่างที่คิดหรือลดลง อาจถึงเวลาที่ฟองสบู่แตกได้ สรุปแล้วจะเห็นว่าโอกาสสร้างการเติบโตในหุ้นโรงไฟฟ้านั้นมีจริง แต่ความเสี่ยงก็เป็นสิ่งที่ต้องระวังเช่นกัน 

ดูข่าวต้นฉบับ