4 สกินแคร์ เซ็ตหน้าใส ห่างไกลสิว ฉบับสายงบน้อย แต่เห็นผลจริง

Jeban.com เผยแพร่ 14 พ.ย. 2562 เวลา 17.00 น. • RV

สวัสดีค่ะ ชาวจีบันนิสต้าทุกคน คราวก่อนมีคนนึงทักมาหา ว่า อยากได้สกินแคร์รักษาสิว แต่ขอแบบคัดมาจำนวนน้อย + ประหยัด + หาซื้อง่ายกว่านี้ ก็ให้เขารอมาหลายเดือนจนพึ่งกลับมารีวิวสกินแคร์สายสิวอีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายจากการพูดถึงเรื่องสิวๆ ไป วันนี้เลยคัดมา 4 ตัวที่เราได้ลองมาประมาณ 1-2 สัปดาห์แล้วคิดว่า โอเค ไม่แพ้ ผิวเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น และน้องๆ นักเรียน นักศึกษาสามารถซื้อตามได้สบาย จะมีอะไรกันบ้างตามมาดูกันเลยค่ะ เย้ <3

จะขอยกคำพูดจากกระทู้เดิมมาบอกต่อนะคะ ว่า
อีกสิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องเข้าใจในเรื่องการจัดการสิวคือ การรักษาสิวให้หายขาดหมายถึง ช่วงระยะเวลาหนึ่งที่ดูแลผิว ไม่ใช่หายขาดตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นควรดูแลให้ดีเสมอ และไม่ได้เป็นแค่เรื่องของแต้มสิว หรือสกินแคร์ทั้งหลายที่ทาบนหน้า แต่พฤติกรรมบางอย่างที่เสี่ยงให้เกิดสิวก็ควรรู้และหลีกเลี่ยง เช่น แต่งหน้าหนัก บางวันที่เราไม่ได้ออกไปเจอใครอาจพักหน้าด้วยการทาแค่สกินแคร์+กันแดดก็พอ ฯลฯ และอีกอย่าง คือ การล้างหน้า ควรล้างหน้าให้ถูกวิธีด้วยผลิตภัณฑ์ ทำความสะอาดที่เหมาะสมกับผิว เป็นสิว เช่น เลือกเหมาะสมกับสภาพผิว / ฟองน้อย / ไม่มีสครับ ฯลฯ 

ขอบอกก่อนว่า เราเป็นคนผิวผสมที่สิวขึ้นไม่ค่อยหนัก และก็นานๆ ทีจะโผล่มาให้เห็น แต่อยู่ทีชอบอยู่นาน+ทิ้งรอยไว้ แถมรอยหายช้ามากเด้อ ก็มาเริ่มดูสกินแคร์ตามรูทีนที่เราทากันเลยเนอะ

BENZAC AC 5% (15g./130.-)
หนึ่งในตัวยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะ Propionebacterium acnes (P. acnes) ที่เป็นต้นเหตุของสิวอักเสบ ฯลฯ
ที่มีส่วนประกอบสำคัญจาก Benzoyl Peroxide เข้มข้น 5% แบบ Water Base Gel ระคายเคืองน้อย (จริงๆ เขามีให้เลือกความเข้มข้น 2 แบบ คือ 2.5 และ 5 เปอร์เซ็นต์เด้อ ใครที่ผิวแห้ง หรืออ่อนแอ แพ้ง่ายไม่ค่อยแนะนำให้ใช้ ถ้าจะลองใช้ควรเลือกใช้ตัวที่มีความเข้มข้น 2.5% เด้อ + อาจใช้แค่ 2-3 ครั้ง ต่อสัปดาห์) ตัวนี้ควรใช้ควบคู่กับการใช้ยาแต้มสิวค่ะ

เนื้อสัมผัส เป็นแบบครีมเจลสีขาว ได้กลิ่นยานิดๆ ใช้หลังเช็ดทำความสะอาดผิวด้วยคลีนซิ่ง ด้วยการทาบนผิวหน้าก่อนเริ่มทำความสะอาดผิวหน้าด้วยโฟมล้างหน้า ประมาณ 5 นาที แล้วค่อยล้างออก ถ้ารู้สึกว่าผิวมีความทนต่อยาแล้วอาจทิ้งไว้นานกว่านี้ได้อีกนิดหน่อยค่ะ แต่ไม่ควรเกิน 10 นาทีเพราะหน้าอาจจะแพ้และไหม้ได้ 
ส่วนตัวเราใช้แล้วเห็นผลกับพวกสิวอักเสบ และสิวมีหัว ทำให้หลุดออกมาได้ไวขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ไวแบบทันใจต้องใช้เวลา ประมาณ สัปดาห์กว่าๆ ถึง 2 สัปดาห์จะเห็นผล ทั้งนี้ตัวยาค่อนข้างไปรบกวนผิวแอบทำให้ผิวไวต่อสิ่งเร้า + อ่อนแอลง หรือผิวแห้งลอก ควรใช้อย่างระมัดระวังนะคะ 

Mentholatum Acnes Clear & Whitening Wash (100g./125.-)
เป็นอีกขั้นตอนที่เหมือนเป็นหัวใจหลักของการรักษาสิว กับ โฟมล้างหน้า Mentholatum Acnes สูตร Clear & Whitening เป็นโฟมล้างหน้า Amino Acid (Soap Free) ไม่ได้ใช้โฟมล้างหน้าของเขามานานหลายปีแล้ว จากที่เมื่อก่อนเคยใช้แบบหัวปั๊ม ใช้แล้วสิวลดจริง แต่ผิวแห้งมาก เพราะเค้าลดความมันดีเกิน จนกระทั่งพึ่งมาลองโฟมล้างหน้า Acnes สูตรใหม่คือ เวิร์คมาก จัดการจบครบวงจรสิวมากจริงๆ เขาเคลมว่า ช่วยลดสิว + ผิวกระจ่างใส + ลดรอยสิว และไม่ทำลายค่า pH Balance + อ่อนโยน ไม่ทำร้ายผิวบอบบาง
ส่วนประกอบสำคัญ เป็นโฟมล้างหน้า Amino Acid ไม่มีสบู่ ช่วยทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน + Salicylic Acid กำจัดแบคทีเรียในรูขุมขน ล้างลึกถึงต้นกำเนิดสิว + Centella Asiatica หรือ CICA ช่วยปลอบประโลมผิว ลดการอักเสบของสิว + ลดรอยแดงจากสิว แต่ไม่มีส่วนผสมของ SLS และ SLES ซึ่งตามปกติเราควรเลือกตัวที่เป็นสูตรแบบ Soap Free เพราะพวกที่มี Soap Base เสี่ยงก่อให้เกิดการระคายเคืองได้มากกว่า แต่ตัวนี้ใช้ Sodium Lauroyl Isethionate + Sodium Methyl Cocoyl Taurate = ค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิวมากกว่า 

เนื้อสัมผัสเป็นโฟมขาวเนียนแน่น แอบมีกลิ่นหอมนิดๆ ให้ฟองกลางๆ ส่วนตัวเราเป็นคนผิวผสมมีช่วงมันบ้าง และแห้งบ้าง ทั้งฟีลลิ่งระหว่างล้างและหลังล้างนางดี ผิวสะอาดและโล่งมาก เหมือนได้ชะล้างพวกสิ่งสกปรก+ความมันส่วนเกินออกจากผิวไปหมด ค่อนข้างตอบโจทย์ผิวผสม-ผิวมันที่เป็นสิว (รวมถึงไม่เป็นสิว) เพราะล้างออกเกลี้ยงเลย เราใช้แล้วผิวส่วนที่มันค่อนข้างดี + ส่วนที่แห้งก็ไม่เอี๊ยดเด้อ และก็ที่เคยบอกไป คือ ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าบางตัวไม่สามารถใช้ในช่วงรักษาสิวได้ เนื่องจากการรักษาสิวอาจทำให้ผิวแห้งลอก เราว่าตัวนี้เท่าที่ลองก็สามารถใช้ควบคู่กับการรักษาสิวด้วยยาอื่นๆ ได้นะคะ ผิวไม่ลอก ไม่พัง + สิวไม่เพิ่ม ผลลัพธ์ทั้งหลายที่เขาเคลมมาเราขอให้ว่า ใช้ควบคู่กับตัวอื่นแล้วผิวดีขึ้นแล้วกันเด้อ

CLINDA-M (15ml/69.-)
ใครเป็นสิวคือต้องรู้จักซักตัวในตระกูลชื่อ Clinda แต่ในกระทู้นี้ขอหยิบตัว CLINDA-M มาแทนเด้อ ส่วนผสมหลักเป็น Clindamycin คือ Clindamycin จะทำงานโดย เข้าไปกำจัดเชื้อที่ทำให้เกิดสิว Propionebacterium acnes (เชื้อ P. Acne) เพื่อช่วยป้องกันสาเหตุของการเกิดสิวอักเสบและสิวหนองด้วยวิธีการฆ่าเชื้อสิว + ป้องกันไม่ให้สิวเกิดการติดเชื้อ 

เนื้อสัมผัสเป็นน้ำเหลวใสได้กลิ่นแอลชัดพอสมควร ควรทาแค่เฉพาะจุดที่เป็นสิวเท่านั้นนะคะ หลังทาผิวอาจจะรู้สึกแห้งบ้างนิดๆ หรือบางครั้งอาจเกิดอาการลอกได้ + ไม่แนะนำให้ทาในจุดที่เป็นแผลจะรู้สึกแสบค่ะ ใครที่เป็นสิว + มีแผล แนะนำให้ใช้ตัว Clinda Gel แทนนะคะ
ส่วนตัวว่า ใช้แล้วสิวที่มีหัวแห้งและยุบไวขึ้นจริง แต่เราว่าตัวนี้แอบแรงสำหรับผิวเราพอสมควรเลยจะใช้ตัวนี้สลับกับ Clinda Gel บ้าง ถ้าใครผิวค่อนข้างแข็งแรงสามารถทนตัวนี้ได้ก็แอบแนะนำตัวนี้เพราะเห็นผลไวจริง แต่ถ้าใครผิวอ่อนแอกลัวผิวแหกก็ลองไปทางแบบเจลดูเด้อ สำคัญคือ ถ้าใช้ยา Clindamycin ไม่ควรทาเดี่ยวๆ เด้อ เพราะอาจเสี่ยงเกิดการดื้อยาได้ แนะนำว่า ควรใช้ร่วมกับตัวที่เป็น  Benzoyl Peroxide เช่น BENZAC ตัวที่อยู่ด้านบนของกระทู้รักษาควบคู่กันจะดีกว่าค่ะ 

อ่านต่อ กดเลย
รีวิวจากคอมมูนิตี้จีบัน : turtle.yolq
สอบถามข้อสงสัย คุย LINE@ กับ Jeban.com

ดูข่าวต้นฉบับ