4 วิธีแสดงให้ลูกรู้ว่าคุณไม่ได้เมินเฉยต่ออารมณ์และความรู้สึกของเขา

Mood of the Motherhood อัพเดต 11 พ.ย. 2562 เวลา 13.27 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2562 เวลา 13.26 น. • Features

อารมณ์และความรู้สึกเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่อย่างเราให้ความสำคัญ และเข้าใจในความซับซ้อนของมันเป็นอย่างดี แต่พอเป็นอารมณ์และความรู้สึกของเด็ก ที่ผู้ใหญ่อาจจะเข้าใจว่าเด็กย่อมมีความซับซ้อนและหลากหลายทางอารมณ์ไม่เหมือนผู้ใหญ่ หรือที่เรามักจะได้ยินผู้ใหญ่บอกว่า เด็กๆ เสียใจเดี๋ยวเดียวก็ลืมแล้ว หรือการที่คุณพ่อคุณแม่คิดว่าลูกไม่รู้เรื่องอะไร หรืออีกไม่นานลูกก็จะลืมเรื่องนั้นไปเอง

 แต่ในความเป็นจริง เด็กมีอารมณ์ความรู้สึกที่หลายหลายและซับซ้อนไม่ต่างไปจากผู้ใหญ่มากนัก หนำซ้ำอารมณ์และความรู้สึกของเด็กยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อพัฒนาการด้านจิตใจติดตัวไปจนถึงอนาคตอีกด้วย ดังนั้น หากคุณพ่อคุณแม่ไม่สนใจกับความรู้สึกเล็กๆ น้อยๆ ของลูก หรือทำให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสำคัญ จะส่งผลให้เขาโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง และอาจมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวต่อไปได้

งานวิจัยต่างประเทศกล่าวว่า เด็กที่พ่อแม่ให้ความใส่ใจด้านอารมณ์ความรู้สึกมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จ และมีพัฒนาการที่ดีกว่าเด็กที่พ่อแม่ไม่ได้ใส่ใจหรือให้ความสำคัญกับอารมณ์และความรู้สึกของเขา

โดยการเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของลูกนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ต้องอาศัยการเอาใจใส่ และคอยสังเกต ที่สำคัญต้องไม่ใช้วิธีการเมินเฉยแม้เป็นเพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม

1. เชื่อมต่ออารมณ์ความรู้สึกกับลูก

คุณพ่อคุณแม่ควรพยายามมองให้ออกว่าลูกกำลังรู้สึกอย่างไร โดยสามารถสังเกตได้จากพฤติกรรม สีหน้า และท่าทางของลูก หลังจากเห็นอารมณ์ความรู้สึกของลูกแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรพูดคำพูดที่มีความรู้สึกนั้นรวมอยู่ด้วย ทำให้ลูกเห็นว่าคุณพ่อคุณแม่กำลังเข้าใจเขา แล้วลูกจะรู้สึกสบายใจ เช่น วันนี้ลูกดูเศร้าๆ นะ เพราะไม่มีใครเล่นกับหนูใช่ไหม งั้นขอแม่อยู่ด้วยคนนะ

2. ตอบสนองอารมณ์ความรู้สึกลูกอย่างเหมาะสม

คุณพ่อคุณแม่จะต้องไม่ตัดสินอารมณ์และความรู้สึกของลูกว่าเป็นเรื่องที่ถูกหรือผิด แต่ควรมุ่งไปที่การช่วยให้ลูกจัดการกับอารมณ์และตอบสนองอารมณ์นั้นอย่างเหมาะสม โดยไม่ใช้วิธีการเมินเฉย ต่อว่า หรือตัดสินอารมณ์และความรู้สึกของลูก

เช่น เมื่อพี่แย่งของเล่นน้อง คุณพ่อคุณแม่ควรให้พี่ได้อธิบายความรู้สึกของตัวเองออกมาว่าทำไมถึงทำเช่นนั้น ถ้าเป็นเพราะรู้สึกไม่พอใจที่ต้องแบ่งของเล่นให้น้อง ให้ลองคุยกับลูกเรื่องความสำคัญของทุกคนในครอบครัว รวมถึงบอกวิธีแสดงออกความรู้สึกที่ไม่เป็นการทำร้ายคนอื่น

การทำเช่นนี้ ทำให้ลูกได้ไตร่ตรองและเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง และรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของเขา

3. แสดงความรัก และมอบความรักให้แก่ลูก

สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้เด็กรู้สึกอบอุ่นใจ นั่นคือการที่คุณพ่อคุณแม่มอบความรักให้เขาโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการกอด การหัวเราะ การเล่นด้วยกัน ก็ถือเป็นการให้ความสำคัญกับความรู้สึกและอารมณ์ของเด็กเป็นอย่างมาก

4. มองให้เห็นถึงตัวตนลูกก่อนสะท้อนกลับให้เขาเห็น

จะดีมากแค่ไหน ถ้าคุณพ่อคุณแม่รู้จักและเข้าใจตัวตนของลูก และรู้ว่าลูกมีความรู้สึกอย่างไร ไม่ว่าขณะนั้นลูกจะกำลังโกรธ เสียใจ หรือดีใจก็ตาม เมื่อคุณพ่อคุณแม่เข้าใจความรู้สึกของลูก และสะท้อนสิ่งเหล่านั้นกลับไปให้ลูกเข้าใจตัวเอง ลูกก็จะรู้สึกไว้วางใจคุณพ่อคุณแม่มากขึ้น เช่น เมื่อเห็นลูกหงุดหงิดกับการบ้าน คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถพูดได้ว่าแม่เห็นการบ้านคณิตศาสตร์ของลูกดูน่าหงุดหงิดจริงๆ หรือเมื่อเห็นว่าลูกไม่ชอบของเล่นชิ้นใหม่ หากคุณแม่สังเกตและพูดกับลูกว่า หนูไม่ชอบของชิ้นนี้เลยใช่ไหมคะ ก็จะทำให้ลูกรู้ว่าความรู้สึกของเขาอยู่ในสายตาของคุณแม่เสมอ

อ้างอิง

mensline

calgaryschild

frontiersin

ดูข่าวต้นฉบับ